4
"สวัสดีครับคุณญานิน" เสียงเอ่ยทักทายจากทางด้านหลัง มาจากสุพจน์ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ที่เป็นเหมือนตัวแทนทีมผู้บริหารในค่ำคืนนี้นั่นเอง
"สวัสดีค่ะคุณสุพจน์" กลับหลังหันมาทักทายอย่างเก๋ไก๋ ก่อนมองข้ามไหล่กว้างแต่บางเฉียบของผู้ชายร่างผอมอย่างเขาไป หมิ่นเหม่
มองแต่เหมือนไม่ได้มอง... แถมยังส่งยิ้มกว้าง
"นี่ท่านประธานโครงการของเราครับ คุณกิตติธัช เจริญบริโภคทรัพย์" ญานินช้อนสายตาขึ้นเพียงนิด นัยน์ตาฉายแววถึงบางอ้อ
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณญานิน" ฝ่ามือยาวใหญ่ยื่นออกมาเชิงทักทาย เธอหลุบตามองด้วยแววตาสั่นประหลาด
เมื่อนึกไปถึงความหยาบกร้านของมันคราลูบไล้ไปจนทั่วสรรพางค์กาย ขนอ่อนทั่วร่างที่เคยลุกเกรียว พากันตื่นตัวรอคอย ราวกับเตรียมความพร้อมที่จะถูกเขาแตะต้องอีกหน
"เช่นกันค่ะ" ไม่รู้ว่าซุ่มเสียงตัวเองเบาหวิวแค่ไหน หากแต่แววตาไม่หวาดหวั่นนั่นกลับแสดงออกไปได้แนบเนียน ชวนเชื่อ
เชื่อว่าไม่มีความรู้สึกหวาดหวั่นใดซุกซ่อนอยู่
และแน่นอนว่า เธอเลือกที่จะยกสองมือขึ้นพนมก้มไหว้เขาอย่างอ่อนช้อย จนคนยื่นมือเก้อยักไหล่เล็กน้อย และยกสองมือพนมรับไหว้อย่างสุภาพไม่แพ้
กิตติธัชรู้สึกตื่นตัวขึ้นอย่างประหลาด แม่สาวเย้ายวนในค่ำคืนนั้น อยู่ในลุค working woman เต็มตัว
เต็มตึงไปด้วยความมั่นใจ มากกว่าความน่าหลงใหลในค่ำคืนนั้น
แม้ความสงสัยจะมี...แต่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
ผ่านมาแล้ว ผ่านไป...
จริงหรือ? เสียงที่เขาพยายามไม่ยอมรับ ผุดโผล่ขึ้นมาอีกจนได้
"คุณกิตติธัชเป็นท่านรองประธานฝ่ายบริหารของเครือเจริญบริโภคทรัพย์ ท่านจะมาเป็นประธานในพิธีเปิดของค่ำคืนนี้ และทุกการนำเสนอตลอดโครงการ จะเสนอผ่านท่านแต่เพียงผู้เดียวครับ" แนะนำอย่างเป็นทางการตามประสา ดูเอาเถอะจนเขาและเธอต้องหันไปมองหน้ากัน เชิงคิดเห็นเหมือน
"รับทราบค่ะ" เธอไม่อยากให้เขาเก้อ จนต้องตกปากรับคำให้
ส่วนรายนั้น ยืนยิ้มสุภาพจดจ้องเข้ามาในตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้มของเธออย่างจงใจ
ไม่ได้จ้องเพื่อค้นหา แต่กำลังเปิดเปลือยความรู้สึกบางอย่างของตัวเองถ่ายทอดผ่านนัยน์ตาต่างหาก
ใจดวงน้อยหล่นวูบ... แต่ไม่ยอมหลบสายตา
เธอแอบประหม่าแต่จะให้เขารู้ตัวไม่ได้
"มีอะไรที่ต้องการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้กับเจ้าภาพลักษณ์ของแบรนด์ เสนอผมได้ตลอดเลยนะครับ" ว่าอย่างผ่อนคลายและเป็นกันเองบ้าง แม้ในนัยน์ตาสีนิลสนิทคู่นั้น จะทิ้งร่องรอยบางอย่างเจือเอาไว้ ให้เธอได้ตั้งคำถาม
กะจะปั่นหัวเรางั้นสิ เธอจับใจความได้แบบนั้น
เขาไม่ได้จำไม่ได้ เขาแค่ 'ทำเป็น' จำไม่ได้
ใช่สิ แค่ผู้หญิงที่เขาเสพชั่วข้ามคืน จะให้มีบทบาทอะไรในชีวิตมากแค่ไหนกัน เขาคงมองเธอใน 'คืนนั้น' เป็นเพียงกระดาษทิชชู
'รายนี้ ไม่เคยใช้ผู้หญิงซ้ำ' เสียงของผู้จัดการ club lover ก้องในหู
เธอรู้อยู่เต็มอก แต่ความปั่นป่วนในความรู้สึกทำให้เธอตีโพยตีพายไปกับทุกกิริยาและการแสดงออกของเขา
"แน่นอนค่ะ" สบตาเนิ่นนานชั่วครู่ ก่อนต่างฝ่ายจะปลีกตัวออกไปทักทายผู้คน ล่วงเลยไปจนถึงเวลาเปิดตัวโครงการ
ร่างสูงเด่นบนเวทีเล็ก ไม่เหมือนนักธุรกิจผู้เคร่งขรึมสักเท่าไหร่ เขาดูสบายๆ ศิลปินกำลังจะเล่นคอนเสิร์ตมากกว่า
กางเกงชิโนสีขาวรับกับเสื้อเชิ้ตปล่อยชาย สีน้ำตาล อมเทาส่งผลให้เขาเหมือนเด็กหนุ่ม มากกว่าหนุ่มใหญ่วัยเกือบสี่สิบปี
ยิ่งรอยยิ้มและแววตาเชิงเป็นมิตรมากกว่าปกตินั่น มันยิ่งทำให้หญิงสาวน้อยใหญ่ทั้งหลาย มองเขาตาปรอยเป็นทิวแถบ
ญานินแกว่งไวน์สีแดงช้ำในมือไปมา พร้อมกวาดสายตาไปตามความชื่นชมและซุบซิบของผู้หญิงพวกนั้น พร้อมแอบเบ้หน้า
ความ 'หงุดหงิด' ในใจผุดผายจนเธอเองก็แทบจะไม่รู้ตัว
ไม่ได้หึงซะหน่อย ตะโกนก้องในใจดักความคิดของตัวเองเอาไว้
ไม่แปลกนี่ เขาดูดีขนาดนี้ ไหนจะเส้นผมหยักศกสวย เรียงตัวเป็นระเบียบที่จัดทรงมาอย่างดี รับกับคิ้วเข้มดกดำตามสีผม
ที่ดึงให้จมูกเป็นสันงุ้มปลายเพียงนิด เป็นเงาทึบได้รูป ริมฝีปากบางเฉียบนั่นอีก...ที่พอเวลาได้คลี่ยิ้ม กลับเหมือนดึงโลกทั้งโลกให้มากองที่ข้อเท้าเขา
ใช่...เธอเองก็เคยกองอยู่ตรงนั้นมาแล้ว แทบเท้าเขา
"หยุด!"
"หืม?" เพลินพิงสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเสียงสั่งตัวเองดังเกินไป จนคนทั้งงานเกือบจะหันมามองที่เธอ ต้องขอบคุณเสียงดนตรีคลอเบาๆ ที่ช่วยเธอเอาไว้
"ปะ เปล่า สนใจบนเวทีต่อดีกว่า" แถไปเรื่อยอีกครั้ง แต่โชคดีที่เมื่อกี้เธอยืนใกล้คนประสาซื่ออย่างเพลินพิง
หากเป็นคนอื่น คงไม่ยอมจบง่ายๆ แน่
"แต่ฉันได้ยินมา ว่าคุณธัชเขาดาร์กมาก เป็นสมาชิก VIP ของ club lover เลยนะเว้ย" ทีมโปรดิวซ์เซอร์โฆษณาเอ่ยซุบซิบกันขึ้นอีกหน ขณะที่เธอเดินชิมอาหารที่ทำมาจากออร์แกนิคทั้งหมด เพื่อเรียนรู้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ไปในตัว
ถึงกับต้องเงี่ยหูฟัง...
"คลับนั้น ไฮโซที่ไหนเขาก็ไปกันทั้งนั้น มีเพื่อไว้เข้าสังคมรึเปล่า" ชื่อของ club ที่ว่านั่นเป็น club ที่ใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายร่างกายและสมอง เหมือนผับบาร์ทั่วไปแต่เป็นส่วนตัวมากกว่า หนักกว่านั้นยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ได้เปิดเผยมากเท่าไหร่
"เพื่อนฉันเมาส์มาว่า เขาไปที่นั่นแทบจะทุกอาทิตย์ แถมยังกินผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า"
"จริงแก มีคนบอกว่าเขาเปรียบผู้หญิงเป็นอาหาร!" ญานินทำเป็นเดินผ่านวงสนทนานั้นออกมาแบบเชิงว่า ไม่ค่อยจะได้สนใจ
แม้ใจจะอยากตะโกนบอกพวกผู้หญิงพวกนั้นว่า
ใช่...เขาเป็นแบบนั้นแหละ เป็นแบบไม่ผิดเลยสักข้อ