บทที่4
ถังซิ่น มาเจอเธอในซอยเปลี่ยวซอยหนึ่งตามที่นัดไว้ สาวชุดแดงเห็นเขาเดินมา ก็รีบเข้าไปหาเขา "พี่ปิงใช่มั้ยเอ่ย?" ถังซิ่นพยักหน้า แน่นอนเขาใช้ชื่อปลอมกับเธอ "ได้ของตามที่ผมอยากได้มั้ย?"
"แน่นอนซิคะพี่ แล้วพี่ไม่อยากได้ตัวหนูไปด้วยเหรอ?" ถังซิ่นยิ้มมุมปาก
"ไปด้วยกันมั้ยล่ะ? น้องมีที่สำหรับเราหรือเปล่า? พี่ไม่ชอบคนพลุกพล่าน ชอบที่เงียบๆ" "ได้ซิพี่ ป่ะหนูพาพี่ไปเอง" เธอพาถังซิ่นเดินลัดเลาะซอยแคบๆจนมาถึงห้องเช่าห้องหนึ่ง
"นี่ห้องเพื่อนหนูเอง มันไปต่างจังหวัด คืนนี้เราอยู่ด้วยกันที่นี่แหล่ะ"
เธอเปิดประตูเข้าไป นั่งบนเก้าอี้เก่าๆในห้อง ล้วงหยิบเอาของดีที่ว่า ส่งให้ถังซิ่น เขากระตุกยิ้มมุมปาก เปิดถุงชิมดู เขาอยู่วงการมาเฟีย เรื่องพวกนี้เขาถนัด เมื่อแน่ใจว่าใช่ของดีจริงๆ เขาเดินเข้าไปหาสาวชุดแดง พร้อมกับถือถุงยาถุงใหญ่ เข้าไปด้วย จากนั้นก็ใช้มือบีบปากเธอ สาวชุดแดงตกใจถึงกับตาโต เธอพยามดิ้นให้หลุด แต่แรงเธอมีไม่มากพอ ถังซิ่นเทยาถุงนั้นกรอกปากเธอ สาวชุดแดงถึงกับสำลัก จนหายใจไม่ออก
"ยังความสนุกยังไม่หมดแค่นี้ นี่เพิ่งเริ่มต้นเอง" เธอพยามที่จะวิ่งหนีแต่ถูกมือใหญ่จิกผมแล้วดึงกลับมา กดเธอลงกับพื้นเขาคร่อมร่างเธอเอาไว้ แล้วกรอกยาที่เหลือเข้าไปจนหมด เธอสำลักจนหน้าแดง ผ่านไปไม่นาน เธอก็มีอาการเมายาอย่างหนัก ถังซิ่นยิ้มมุมปาก เขาจับมือเธอให้เปิดประตูแล้วเดินออกไป ปล่อยเธอทิ้งไว้แบบนั้น โดนกรอกยาไปเยอะขนาดนั้น ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต..
สาวชุดแดงเดินสะเปะสะปะออกมาด้วยอาการเมายา เหมือนคนไร้สติ อาการของเธอเป็นจุดสนใจของนักเที่ยวที่อยู่แถวนั้น แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เพราะในทุกๆคืนมีคนเมาลักษณะนี้เดินตามท้องถนนเยอะแยะมากมาย เอี๊ยดด!!โครม!!! เสียงรถเบรคพร้อมกับร่าง ร่างนึงกระเด็นไปอยู่กลางถนน สาวชุดแดงนอนชักอยู่บนพื้นกลางถนน ตอนนี้ผู้คนมากมายต่างเข้ามามุงดูเธอ รถกู้ภัยรีบน้ำเธอส่งโรงพยาบาล แต่เธอเสียชีวิตก่อนจะถึงมือหมอ...
ผ่านไป3วันหลี่เฉินออกจากโรงพยาบาล ถังซิ่น รีบรายงานเรื่องสาวชุดแดงคนนั้นให้เขาฟังทันที
"เรื่องคนที่ทำร้ายหัวหน้า ได้ลลิซเป็นคนช่วยเหลืออีกแรง"
ถังซิ่นรีบบอกหลี่เฉิน พร้อมกับเรื่องของเหมยกับลลิซที่เขาไปสืบมา
"เหมยทำงานที่ร้านอาหาร เธอเป็นพนักงานทำความสะอาดที่นั่น ส่วนลูกสาวเธอก็คอยแนะนำร้านอาหาร ผับ บาร์ให้นักท่องเที่ยวได้รับค่าจ้างแนะนำจากร้านที่เธอพานักท่องเที่ยวไป" ถังซิ่น รายงาน
"พรุ่งนี้เราไปหาพวกเธอกัน ฉันจะชวนพวกเธอไปฮ่องกงกับเรา" "หัวหน้าแน่ใจแล้วเหรอครับ" ไม่มีคำตอบจากหลี่เฉิน เขาเดินเข้าโรงแรมและขึ้นห้องไป
วันต่อมาในตอนสายๆ หลี่เฉินพร้อมลูกน้องไปหาเหมยและลลิซ ก๊อกๆๆ ลลิซเปิดประตู
"อ้าว! คุณออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ?"
"อื้อ ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว" "เข้ามาก่อน แม่กำลังทำกับข้าว คุณจะกินด้วยกันมั้ย?"
"งั้นขอฝากท้องด้วยคน" หลี่เฉินเดินเข้าไปในห้องพร้อมลูกน้อง
"นี่คุณ ดีขึ้นแล้วเหรอ?" เหมยถาม
"ครับดีขึ้นแล้ว
"ลิซไปซื้อข้าวและกับข้าวมาอีกสัก2-3อย่างนะลูก" ลลิซรับเงินมาแล้ววิ่งออกไป"วันนี้ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณสักหน่อย"
"คะ มีอะไรเหรอ?" เหมยถามแต่ก็ยังคงง่วนอยู่กับการทำกับข้าว
"คุณสนใจไปทำงานกับผมมั้ย?" คำถามนี้ ทำให้เหมยหยุดทำกับข้าว แล้วหันไปมองหน้าหลี่เฉิน
"คะ คุณว่าไงนะ?"
"คุณสนใจไปทำงานที่ฮ่องกงกับผมมั้ย?
ผมอยากได้แม่บ้านเพิ่มน่ะ"
หลี่เฉินบอกกับเธอ
เหมยมองหน้าหลี่เฉิน บนใบหน้าและแววตามีความสงสัยและคำถามมากมาย หลี่เฉินสังเกตุได้ว่าเธอคิดอะไร
"ทำไมถึงชวนฉันไปล่ะคะ?"
"เผื่อว่าคุณอาจจะอยากทำงานที่ดีกว่านี้"
นี่คือคำตอบของเขา แต่ในความเป็นจริงเขาอยากให้เธออยู่ใกล้ๆ เขาอยากดูแลเธอ
ลลิซกลับมาได้ยินที่หลี่เฉินพูดพอดี
"หนูอยากไป คุณจะให้พวกเราไปทำงานกับคุณจริงๆเหรอ?"
ลลิซตอบแทนแม่โดยไม่ลังเล
"ลิซ ไม่ใช่อยากไปก็ไปได้นะลูก"
"ได้ซิถ้าคุณตกลง ผมจะจัดการทุกอย่างเอง คุณไว้ใจผมได้ ผมไม่ได้มาหลอกลวงคุณให้ไปทำอะไรไม่ดีหรอก เชื่อใจผมได้เลย"
ลลิซเดินไปนั่งข้างๆแม่ของเธอ
"ไม่ลองก็ไม่รู้นะแม่ เราก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เผื่อว่าเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำงานเก็บเงินสักก้อนแล้วก็กลับมาตั้งตัวที่ไทยใหม่ก็ได้"
ลลิซพูดกับแม่ของเธอ
ใจจริงเหมยก็อยากไป เพราะอาจจะทำให้ชีวิตดีขึ้นจะได้ไม่ลำบากแบบนี้ แต่เธอก็ยังลังเล
"นะแม่ เราลองไปทำงานที่นั่นดูถ้าไม่ไหวเราก็กลับ"
เหมยมองหน้าลูกและหลี่เฉิน
"ฉันไว้ใจคุณได้ใช่มั้ย? แล้วคุณจะให้ฉันทำอะไรที่ไหน แล้วเรื่องที่พักล่ะ?"
"ผมอยากให้คุณไปทำงานเป็นแม่บ้านให้ผม ดูแลทุกอย่างในบ้าน ตามที่ผมบอกคุณ และอยู่กับผม ถ้าคุณไม่ไหวคุณกลับมาได้ทุกเมื่อ"
เหมยถอนหายใจ "ตกลง ฉันไปก็ได้ ลองดูก็ไม่เสียหายเหมือนที่ลิซบอก"
หลี่เฉินยิ้มด้วยความดีใจ ( ผมจะดูแลคุณและลูกให้ดีที่สุด ) เขาคิดในใจ
"ถ้างั้นผมจะพาพวกคุณไปทำพาสปอร์ต ส่วนเรื่องอื่นผมจัดการเอง
"พรุ่งนี้ไปกัน ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยเราจะได้ออกเดินทางกันเลย"
"งั้นข้าวมื้อนี้ถือว่าเราฉลองกันนะแม่"
ลลิซพูด พลางยกอาหารมาวาง และ ชวนทุกคนล้อมวงกินเป็นมื้อที่เธออยากฉลอง
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ หลี่เฉินก็พา2แม่ลูกเดินทางกลับฮ่องกงทันที ที่สนามบิน
รถโรลส์รอยซ์ คันใหญ่มารอรับที่สนามบิน
ลลิซถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้น
"คุณทำงานอะไรเหรอ? คุณคงจะรวยมากเลยนะ" ลลิซถามหลี่เฉิน "ฉันทำธุรกิจส่วนตัวน่ะ" "ทำอะไรเหรอ?บอกได้มั้ย?"
หลี่เฉินมองลลิซและเหมย เขาไม่อยากปิดบังพวกเธอจึงตัดสินใจบอกทั้ง2คน
"ฉันทำธุรกิจไนท์คลับ และเปิดคาสิโนทั้งในฮ่องกง และที่ญี่ปุ่น และธุรกิจอื่นที่ลงทุนกับเพื่อนที่นิวยอร์กน่ะ"
"งั้นคุณก็เป็นเจ้าพ่อ เป็นมาเฟีย เหมือนในหนังน่ะซิ!"
หลี่เฉินหัวเราะชอบใจกับคำถามของลลิซ
"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก"
"คุณให้หนูไปทำงานกับคุณได้มั้ย?"
ลลิซพูดด้วยสายตาเป็นประกายด้วยความสนใจ "ลิซ!"
เหมยเรียกชื่อเธอเป็นเชิงห้ามปราม
หลี่เฉินเอื้อมมือไปลูบหัวลลิซเบาๆ
"ไม่ได้หรอก หนูเป็นผู้หญิง และธุรกิจแบบนี้ต้องเจอทั้งคนดีและไม่ดีฉันไม่อยากให้หนูต้องเจอกับอะไรที่ไม่ดี"
ลลิซรู้สึกอบอุ่นตอนที่หลี่เฉินลูบหัวเธอ นานมากที่ไม่มีใครทำแบบนี้กับเธอนอกจากแม่ ความอบอุ่นในหัวใจทำให้ลลิซมีความสุขลึกๆ
"หนูเคยเห็นในหนัง ผู้หญิงก็เป็นมาเฟีย เป็นหัวหน้าแก๊งค์ได้นี่ คุณมีแก๊งค์มั้ย แก๊งค์คุณชื่ออะไรเหรอ?"
หลี่เฉินหัวเราะอีกครั้ง
มองลลิซด้วยสายตาเอ็นดู
"นั่นมันในหนัง แต่นี่ชีวิตจริง มันต่างกันนะ" "แต่หนูจะเป็นมาเฟียหญิงให้ได้"
ลลิซพูดด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ
หลี่เฉิน ยิ้มน้อยๆกับความคิดเธอ เขาไม่คิดว่า ลลิซจะจริงจัง เขาคิดว่าเธอพูดเพราะความเป็นเด็กที่เข้าวัยรุ่น และอินกับบทหนัง เขาจึงพูดกับเธอ "ถ้าลิซ จะเป็นมาเฟียหญิง ลิซต้องฉลาดทันคน เก่งในทุกด้าน แล้วฉันจะให้ลิซเป็นมาเฟีย ดีมั้ย?" สำหรับหลี่เฉิน เขาพูดเล่นๆไปตามน้ำ แต่สำหรับลลิซ เธอถือว่าเป็นคำสัญญา
"อย่าลืมที่คุณพูดนะ" ลลิซย้ำ
....เหมยและลลิซ อยู่กับหลี่เฉินและทำงานตามที่เขาบอกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผ่านไป2เดือน ความคุ้นเคยและความสนิทสนมของพวกเขาก็มีมากขึ้น ถึงแม้ว่าแม่บ้านและคนใช้ของหลี่เฉินจะมีอยู่แล้ว 5คน เหมยก็ยังทำหน้าที่ทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงงอน เธอคุ้นเคยกับแม่บ้านและสาวใช้ ทุกคนเป็นมิตรและดีกับเธอ
แต่สำหรับหลี่เฉิน เขาจะคอยดูแลเอาใจใส่ เหมย และ ลลิซต่างจากคนอื่นๆ
"เหมย ฉันอยากให้ลิซไปเรียน เธอคิดว่าไง?" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณเฉิน"
เหมยรีบปฏิเสธทันทีเพราะไม่อยากให้ลูกของเธอเป็นภาระให้หลี่เฉิน ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เขาดูแลเอาใจใส่ เธอกับลูกมากอยู่แล้ว ทั้งๆที่ให้เธอกับลูกมาทำงานแต่พอมาทำจริงๆ เธอกับลูกแทบไม่ได้ทำอะไร จนเธอรู้สึกเกรงใจ
ลลิซเองก็เช่นกัน เธอไม่เคยอยู่นิ่ง คอยหาอะไรทำอยู่ตลอด ทั้งขยัน ทั้งอดทน ใฝ่รู้ และฉลาด หากแต่เธอดูจริงจัง เฉยชา เกินไป ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่หลี่เฉินยังไม่เคยเห็นเธอยิ้มเลยสักครั้ง จะดีใจ เสียใจ เธอก็มักจะทำหน้าเฉยเมย เย็นชา
"งั้นฉันไปถามลิซดูเองก็ได้ เธออาจจะอยากเรียน"หลี่เฉินเดินไปหาลลิซมี่กำลังตัดหญ้าที่สวนด้านหลังของบ้าน "ลิซ" หลี่เฉินเรียก
"มีอะไรจะใช้หนูเหรอ?"
"หนูอยากเรียนหรือเปล่า? ฉันจะให้หนูไปเรียนดีมั้ย?"
ลลิซดีใจมากที่ได้ยิน การเรียนเป็นสิ่งที่เธอต้องการที่สุด แต่เธอกลับปฏิเสธออกไป
"ไม่เป็นไร หนูอยากทำงานช่วยแม่มากกว่า ตอนนี้หนูก็อ่านออก เขียนได้ แค่นี้ก็พอละ"
"แต่ฉันอยากให้หนูไปโรงเรียน หนูจะได้มีเพื่อน ได้เรียนที่ดีๆนะ ฉันจัดการได้"
ลลิซลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดกับหลี่เฉินตรงไปตรงมา
"ใจจริงหนูก็อยากเรียน แต่ตอนนี้การทำงานหาเงินช่วยแม่สำคัญกว่า ถ้าคุณอยากให้หนูเรียนจริงๆ หนูเรียนที่บ้านได้มั้ย? นอกจากเรียนหนังสือหนูอยากเรียนต่อสู้ด้วย คุณช่วยหนูได้หรือเปล่า?"
นี่คือคำขอของลลิซ
"ทำไมล่ะ? บอกฉันซิ"
"หนูอยากเรียนให้รู้ก็พอไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียนเสมอ เรียนที่บ้านก็ได้ วันละ2ชั่วโมงก็พอ เวลาว่างหนูก็ทำงานได้ หลังทำงานเสร็จหนูอยากเรียนการต่อสู้"
"ทำไมถึงอยากเรียนต่อสู้ล่ะ ลลิซ?"
ลลิซมองหน้าหลี่เฉินแล้วถอนหายใจ ตอนนี้เธอรู้สึกไว้ใจหลี่เฉินมากขึ้นซ้ำยังอบอุ่นเพราะความรัก ความเอ็นดูที่เขามอบให้ ลลิซจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของเธอกับแม่ให้ฟัง ถึงความโหดร้ายที่พ่อของเธอหยิบยื่นให้ตลอดตั้งแต่เธอจำความได้ ในทุกๆวันการถูกซ้อมแทบปางตายสร้างความเจ็บปวดให้เธอและแม่มาก หลี่เฉินได้ฟังความรัก ความสงสารที่มีต่อ2แม่ลูกยิ่งเพิ่มมากขึ้น "นี่แหล่ะเหตุผมที่หนูอยากเรียน อยากฝึกการต่อสู้ วันข้างหน้าหนูจะปกป้องแม่จะไม่ให้ใครได้ทำร้ายแม่หนูอีก" สายตาที่จริงจังและมุ่งมั่นของลลิซทำให้หลี่เฉินตกลงตามที่เธอขอ
"โอเค ฉันตกลงตามที่หนูขอ และอยากทำ พรุ่งนี้ฉันจะให้คนของฉันไปติดต่อครูมาสอนหนังสือให้หนู และจะให้หนูเรียนต่อสู้ตามที่หนูต้องการ
"ลลิซมีสีหน้าที่ตื่นเต้น เธอกระโดดกอดหลี่เฉินด้วยความดีใจ
"ต่อไปไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วนะ ฉันจะดูแลเธอกับแม่เอง ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหนูกับแม่ได้อีก"
หลี่เฉินบอกกับลลิซ
หลังจากนั้น ทุกๆวันจะมีครูมาสอนลลิซ หลังจากนั้นคนของหลี่เฉินก็ขับรถพาเธอไปเรียนศิลปะการต่อสู้ เธอฝึกอย่างหนักในศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง
จนกระทั่งเวลาผ่านไป ตอนนี้
ลลิซอายุ 18 ปี เธอเป็นสาวเต็มตัว ทั้งเก่งและฉลาดมาก จากเด็กสาวตัวเล็ก ผอมแกรน ตอนนี้กลายเป็นสาวมั่น ใบหน้าสะสวย ผมสั้นแต่มีความเย็นชามากกว่าเดิม ความสัมพันธ์ของ2แม่ลูกกับหลี่เฉิน เรียกได้ว่า สนิทแน่นแฟ้นมาก หลี่เฉินขอเหมยแต่งงาน หลังจากเฝ้ามองเธอมานานหลายปีที่อยู่ที่นี่ เหมยเองก็พ่ายแพ้ต่อความรักที่หลี่เฉินมีให้จึงตอบตกลง เขาพาเธอไปจดทะเบียนเงียบๆ เหมย และ ลลิซ เปลี่ยนมาใช้นามสกุลของหลี่เฉิน
พร้อมกับชื่อใหม่ของพวกเธอ ที่หลี่เฉินตั้งให้ใหม่
"เหมยตอนนี้เธอเป็นนายหญิงของบ้านนี้แล้วนะ ฉันจะเรียกเธอว่า หลี่เหมยกุ้ย
ส่วนลลิซ เธอก็จะมีชื่อใหม่เหมือนกัน หลี่หนิงหลง คือชื่อใหม่ของหนูนะลลิซ"
หลี่เฉินคุยกับ2แม่ลูก
"หนิงหลง ต่อไปหนูต้องเรียกฉันว่าพ่อแล้วนะ หนูจะเป็นลูกสาวของฉัน และเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่"
หนิงหลง หรือ ลลิซ พยักหน้าเป็นคำตอบ พร้อมกับก้มลงกราบเท้าของหลี่เฉิน ตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย สร้างความประทับใจให้กับหลี่เฉินเป็นอย่างมาก
หลี่เฉินหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท
"ถังซิ่นไปบอกคนของเราว่าต่อไปนี้
เหมยกุ้ย และ หนิงหลงคือ นายหญิงและคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่ ทุกคนต้องให้ความเคารพเหมือนที่ให้ความเคารพฉัน!" "ครับหัวหน้า"
"หนิงหลง ลูกอยากทำอะไรพ่อจะทำให้ ตอนนี้ลูกก็โตแล้ว ควรที่จะมีธุรกิจเป็นของหนูเอง หนูอยากทำอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?"
"หนูจะช่วยพ่อดูแลธุรกิจ"
คำตอบสั้นๆของเธอ ทำเอาหลี่เฉินไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"หนิงหลง พ่อไม่ให้ลูกไปเสี่ยงหรอกนะ การใช้ชีวิตบนเส้นทางมาเฟียไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด! คิดจะถอนตัวน่ะยาก!"
"หนูคิดดีแล้ว พ่อให้หนูช่วยพ่อเถอะนะ ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงแต่หนูก็เชื่อว่าหนูทำได้ไม่แพ้ผู้ชายหรอก จำได้มั้ยพ่อเคยให้สัญญากับหนูในเรื่องนี้
"ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องนี้อยู่นานจน
หลี่เฉินยอมแพ้ต่อความดื้อดึงและมุ่งมั่นของเธอ
"งั้นก็ได้ ถ้าลูกตัดสินใจดีแล้ว"
หนิงหลง ยกมือไหว้หลี่เฉินอีกครั้งเป็นการขอบคุณ เธอยิ้มให้กับหลี่เฉินและแม่ของเธอ
นี่เป็นรอยยิ้มแรกของเธอ ที่หลี่เฉินเห็นอยู่บนใบหน้าของหนิงหลง "พ่อจะหาคนมาคอยติดตามดูแลลูกก็แล้วกัน"
หลี่เฉิน ให้คนไปตาม ซีซวน ฉางควน เฟยหลง จางหมิ่น มาหาเขาที่บ้าน 4คนนี้ถือเป็นคนมีฝีมือดีทีเดียวเขาจึงอยากให้มาดูแลหนิงหลง ทั้งหมดมาถึง หลี่เฉินก็สั่งทันที
"ต่อไปนี้ พวกนาย4คนต้องคอยติดตามดูแลหนิงหลงลูกสาวฉันให้ดี อย่าให้ลูกสาวฉันต้องมีรอยขีดข่วนเป็นอันขาด!"
หลี่เฉินสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและดุดัน
"ครับนายใหญ่ พวกเราจะดูแลคุณหนูใหญ่อย่างดี นายใหญ่วางใจได้"
"เหมยกุ้ยผมจะเข้าไปที่คลับหน่อย
เมื่อคืนที่คลับมีปัญหา อาจจะไม่ได้กลับมากินมื้อค่ำกับคุณและลูกนะ ไม่ต้องรอ"
เขาโน้มตัวไปจูบหน้าผากเธอเบาๆอย่างรักใคร่ "ค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะฉันเป็นห่วง"
หลี่เฉินยิ้ม
"ใครบอกหนูจะอยู่รอที่บ้าน หนูจะไปกับพ่อ" หนิงหลงพูดกับหลี่เฉิน
"ลูกแน่ใจนะ"
"แน่ซะยิ่งกว่าแน่"
หลี่เฉินหยิบกุญแจรถยื่นให้ เฟยหลง รถนี่เป็นของลูกสาวฉัน ต่อไปนี้ลูกสาวฉันจะใช้รถคันนี้ เฟยหลง รับกุญแจโรลส์รอยซ์มา
"ส่วนนี่เป็นรถส่วนตัวของลูก ถ้าอยากได้คันใหม่ก็ให้เฟยหลงจัดการ"
หลี่เฉินยื่นกุญแจ แอสตัน มาร์ติน ให้หนิงหลง
"ขอบคุณมากค่ะพ่อ"
หลี่เฉินและเหมยกุ้ย ถึงกับมองหน้ากัน ทันทีที่ได้ยินคำว่า ค่ะ ของจากปากของ หนิงหลง ครั้งสุดท้ายที่เหมยกุ้ยได้ยินคำนี่ ก็ตอนที่หนิงหลงไปขอพักในสถานีตำรวจ จากนั้นก็ไม่ได้ยินอีกเลย จนมาวันนี้ที่หนิงหลงพูดออกมา
