ตอนที่ 7 ปลอดภัยหรือเปล่า
กระทั่งเขาทำในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าเขาจะทำมันก็คือ จับให้ตัวเธอหันไปเผชิญหน้ากัน สบตากับเขาตรงๆ ตัวของหญิงสาวสั่นเทาขึ้นมาอีกรอบ
"ผมรู้ว่าคุณกลัว แต่คุณไม่ต้องกลัวนะ คุณมีผมอยู่ทั้งคน" พีรดาสบตากับเขาแทบไม่กะพริบราวกับต้องมนต์สะกด
"คุณจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น ผมจะปกป้องคุณเอง" มือสองข้างที่จับต้นแขนของหญิงสาวผ่านเสื้อคลุมตัวหนาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าสวยมีเสน่ห์ หัวแม่มือทั้งสองข้างลูบไล้แก้มเนียนแผ่วเบา ส่งผ่านอบอุ่นให้เธอมีกำลังใจ
พีรดาพยักหน้าออกมา พร้อมเปลี่ยนใบหน้าเศร้าเป็นรอยยิ้มบางๆ บ้างให้ "งั้นหนูขอกลับเลยนะคะเพราะสบายใจแล้ว" บอกแล้วทำท่าจะถอดเสื้อคลุมออกไป
"เดี๋ยวผมไปส่ง" แล้วมือหนาก็เลื่อนลงไปสัมผัสกับกับมือเรียวเล็กอีกรอบ รั้งให้พีรดาเดินตามเขาไป
เดินกลับไปยังทางเดิมที่ผ่านมา ระยะทางกว่าห้าสิบเมตรโดยที่คนทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกัน
รถยนต์ของกฤษณะพาหญิงสาวมาส่งถึงที่หน้าหอพัก โดยมีคนที่นั่งข้างๆ บอกทางเขามาเรื่อยๆ
ทั้งที่ตอนนี้รถจอดสนิทแล้ว แต่มือที่เขาถือวิสาสะไปรั้งเธอเอาไว้ยังไม่ยอมปล่อยออก เมื่อมองเห็นว่าหอพักที่หญิงสาวอยู่มันค่อนข้างน่ากลัว ดึกแบบนี้ทำไมเจ้าของหอถึงไม่เปิดไฟด้านหน้ากัน
อีกอย่างไม่ใช่หอพักเล็กๆ เป็นตึกสูงถึงห้าชั้น รายได้เข้าแต่ละเดือนคงมากโข ก็น่าเจียดมาจ่ายค่าไฟได้บ้าง ไม่รู้จะงกไปไหนกัน
เขาก็ว่าตัวเองสมถะแล้วนะ แต่เจ้าของหอที่นี่โคตรใจดำกว่าอีก
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" พีรดามองเขางงๆ
"เดี๋ยวผมลงไปส่ง"
"อย่าดีกว่าค่ะอาจารย์!" พีรดารีบห้าม เพราะหากเขาทำแบบนั้นความลับได้แตกแน่นอน ก็ในเมื่อหอพักแห่งนี้ ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นนักศึกษาอยู่พักอาศัยกันทั้งนั้น ย้ำว่าเป็นนักศึกษาที่ต้องการเซฟตังค์ในกระเป๋าเช่นเธอ
มองหอพักโทรมๆ ของตัวเองที่รวมทั้งผู้หญิงผู้ชายเอาไว้ด้วยกัน ทางเดินค่อนข้างคับแคบ ห้องขนาดเล็กเหมาะแก่การอยู่เพียงหนึ่งถึงสองคนเท่านั้น
ค่าเช่าห้องก็เดือนละพันต้นๆ คนที่ต้องการแค่ที่หลับนอน อาบน้ำแต่งตัวไปเรียนไปทำงานจะเอาอะไรมากกัน
ในเมื่อค่าเทอมของเธอแพงเอาการขนาดนั้น แพงสำหรับคนที่ไม่มีทางบ้านซัปพอร์ตอย่างเธอ
"คุณน่าห่วงชีวิตตัวเองมากกว่านะดา ให้ผมลงไปส่งเถอะ" ไม่ว่าเปล่าแต่กฤษณะกลับเปิดประตูรถลงไปเลย พีรดาช็อกแล้วช็อกอีกกับการกระทำของเขา ทำให้หญิงสาวรีบเปิดประตูตามลงไปแล้วไปยืนข้างๆ
กฤษณะมองหนทางที่มืดจนคิดว่ากว่าจะเดินไปถึงหน้าตึกคงมีเหยียบเศษแก้วเศษตะปูบ้างล่ะ เพราะตรงหน้าเสมือนว่ากำลังมีการก่อสร้าง
กำลังจะยื่นมือกลับไปจับกับคนที่เดินตามลงมา ทว่าพีรดากลับแอบมือเอาไปไว้ด้านหลังอย่างไว คราวนี้เธอคงให้เขาทำไม่ได้จริงๆ
"ดา คุณควรห่วงความปลอดภัยตัวเองมากกว่านะ" กฤษณะบอกเชิงตำหนิ
"หนูเดินจนชินแล้วละค่ะ" พีรดาบอกยิ้มๆ ความปลอดภัยของเธอในตอนนี้คือการที่เขารีบกลับไปต่างหาก
กฤษณะนิ่งคิดไป ก็คงจริง ก็ในเมื่อพีรดาทำงานเลิกดึกทุกวัน แต่ดูบรรยากาศตอนดึกแบบนี้สิ เงียบเชียบน่ากลัวอย่างกับตึกร้างมีผีสิง อันตรายจะมาวันไหนก็ไม่รู้ แค่คิดว่าอาจมีสักวันทำไมเขากลับรู้สึกไม่ชอบใจ เป็นห่วงนักศึกษาตัวเองขึ้นมา
กฤษณะจึงได้ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแทน แล้วเปิดไปที่โหมดไฟฉายเพื่อส่องนำทาง
พีรดาทำหน้าเหวอเมื่อคิดว่าเขาคงกลับขึ้นรถ แต่นั่นเดินนำไปแล้ว อยากจะบ้า!
กฤษณะมองหอพักที่มีทางขึ้นอยู่ตรงกลาง เพราะฉะนั้นจะมีห้องอยู่สองฝั่งทางซ้ายขวา พอขึ้นมาถึงชั้นแรกก็โล่งใจไปบ้างที่ในทางเดินมีไฟหลอดเล็กๆ ติดอยู่ แต่ไกลมากตรงสุดทาง แถมยังมีเพียงทางละหนึ่งหลอดเท่านั้น จะงกไปไหนกัน อยากเห็นหน้าเจ้าของหอจริงๆ!
เก็บมือถือตัวเองลงในกระเป๋ากางเกงอย่างเดิมแล้วหันไปพยักพเยิดหน้าให้ผู้เป็นเจ้าของห้องเดินนำไปก่อน
"อาจะ..เอ่อ..คุณส่งหนูแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ เพราะห้องหนูอยู่แค่ชั้นสองเอง" เกือบหลุดปากเรียกเขาอย่างนั้นไปแล้ว อีกอย่างคนเข้านอนกันหมดแล้ว ไม่ว่าขยับปากพูดอะไรแทบได้ยินไปหมด
กฤษณะส่งสายตาดุไปให้ หลอดไฟตรงบันไดก็มีหลอดเดียวจะถึงห้องไหม
พีรดาจึงได้เงียบปากลงไป แล้วเดินนำหน้าขึ้นบันไดมาก่อน ทำให้คนที่เดินตามหลังมาติดๆ เห็นภาพกระโปรงที่สั้นลึกเข้าไปอีกอย่างไม่ตั้งใจ รีบกดใบหน้าลงต่ำแล้วเปลี่ยนไปเดินข้างๆ กัน
พอมาถึงที่หน้าห้องๆ หนึ่งเป็นประตูไม้สีน้ำตาล พีรดาพาเขาหยุด
กฤษณะยืนมองคนตัวเล็กไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้าไป มือเรียวเอื้อมไปเปิดไฟด้านในแล้วหันหน้ากลับมาหาเขา
"ผมอยากเข้าไปสำรวจในห้องว่าปลอดภัยหรือเปล่า" กฤษณะชิงบอกก่อนเมื่อรู้ว่ากำลังจะถูกเจ้าของห้องไล่
"ปลอดภัยค่ะปลอดภัย..คะ..คุณ!" แต่เขาไม่ฟังเธอเลย เดินผ่านหน้าเธอเข้าห้องไปเฉยเลย
