
บทย่อ
เพราะเป็นลูกชายคนเดียวของที่บ้านแต่ไม่มีแฟนสักที กฤษณะวัยสามสิบหกปีจึงถูกผู้เป็นแม่หาผู้หญิงมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน อาจารย์หนุ่มจึงเกิดความคิดอยากจ้างใครสักคนมาเป็นแฟนปลอมๆ ตบตาแม่เขาเท่านั้น เลยไปคว้าเอาคนที่มายืมเงินเขาไปจ่ายค่าเทอมเมื่อตอนเย็นอย่างไม่ต้องคิดให้มากความ แต่มันจะไม่แปลกอะไรเลย หากเธอคนนั้นไม่ใช่นักศึกษาที่เขาสอน และความน่ารักของเจ้าหล่อนอีกนั่นแหละจึงทำให้เขาถลำลึกยากจนเกินหักห้ามใจ (หรือแท้จริงเขาไม่เคยห้ามใจตัวเองเลย) อยู่ดีๆ กลับอยากใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นเรื่อยๆแทนการถอยห่าง อยากเอาตัวเองเข้าไปแทรกกลางอยู่ในชีวิตประจำวันของเธอ แต่เขาจะทำอย่างไรดี ในเมื่อสถานะของเราทั้งคู่ตอนนี้มันไม่ควรเกิดเรื่องเลยเถิดขึ้น เขาจะเลือกอาชีพที่ (แม่) รัก หรือเลือกหัวใจตัวเองดี __________ "อาจารย์เรียกหนูมามีอะไรเหรอคะ" "แกล้งเป็นแฟนให้ผมหน่อย" "คะ" "ผมมีความจำเป็นต้องมีแฟน เดี๋ยวนี้" _____________ "จะมีหลานให้ฉันตอนไหนเหรอ" นั่นทำให้พีรดาแทบสำลักทุบหน้าอกตัวเองเบาๆ นี่เธอยังไม่ได้แต่งงานกับลูกชายท่านนะ ทำไมถามถึงหลานแล้วล่ะ "ใจเย็นๆ ครับแม่ แม่ได้อุ้มหลานแน่นอนคราวนี้ผมสัญญา" พีรดาตาโต ทำไมเขาบอกแม่ตัวเองว่าอย่างนั้นไม่เข้าใจ ไหนว่าแค่ให้เธอมาปรากฏตัวในฐานะแฟนไง ซึ่งหมายถึงอาจคบกันต่อหรือเลิกหลังจากนี้ก็ได้ เมียจ้าง ว่าจะไม่รัก อ.กฤษ กฤษณะ/ ดา พีรดา
ตอนที่ 1 เจ้าหนี้ ลูกหนี้
@มหาวิทยาลัยS
@15:30 น.
"จบหัวข้อการเรียนการสอนวันนี้แล้ว นักศึกษาท่านใดมีข้อสงสัยอยากสอบถามเพิ่มไหมครับ" สายตาคมกวาดมองนักศึกษาทั่วห้องเรียน เมื่อเห็นหลายคนนิ่ง อีกทั้งหลายคนส่ายหน้าเป็นการให้คำตอบกลับมา 'กฤษณะ' จึงพยักหน้าเพียงเล็กน้อยแล้วอนุญาตให้หัวหน้าคลาสเอ่ยทำความเคารพได้
'นักศึกษาเคารพ'
'ขอบคุณครับ/ค่ะอาจารย์'
ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ต่างคนต่างเก็บของ คาบนี้เป็นคาบสุดท้ายของวันที่กฤษณะทำการสอนหนังสือ อาจารย์หนุ่มประจำคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยชื่อดัง
พอเก็บของเสร็จก็พาร่างกายที่มีส่วนสูงถึงร้อยแปดสิบเซนติเมตร สัดส่วนนายแบบ สวมเสื้อเชิ้ตสีเปลือกมังคุด เนคไทสีเข้มลายทาง ด้านล่างสวมเป็นกางเกงสแล็คสีดำ รองเท้าหนังสีดำเงาวับ เดินลงมาจากอาคารเรียนเพื่อกลับบ้าน
ด้วยใบหน้าของอาจารย์หนุ่มวัยสามสิบหกปีที่ดูดี สุขุมมีเสน่ห์ แถมยังมีผิวขาวมากๆ ไม่ว่าจะย่างกรายไปทางไหนทำให้สาวๆ ต่างเหลียวมอง อดที่จะสะกิดให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ดูด้วยไม่ได้
"นึกอิจฉาคนที่ได้เรียนกับอาจารย์กฤษณะนะ ฉันอยากรีบขึ้นปีสามเร็วๆ จังเลย" ด้วยรู้ดีว่าอาจารย์กฤษณะจะสอนนักศึกษาปีสามปีสี่เป็นส่วนหลัก ทำให้มีโอกาสพบเจอเขาบ่อยครั้งกว่าปีไหนๆ
กฤษณะเดินอ้อมไปยังด้านหลังตึกเรียน เพื่อไปขึ้นรถที่นำมาจอดเอาไว้ จู่ๆ ขายาวก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง แล้วมองไปยังนักศึกษาหญิงคนหนึ่งใส่กระโปรงทรงเอ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ผมดำขลับรวมขึ้นเป็นหางม้าปล่อยยาว ไหล่ข้างขวาสะพายกระเป๋าผ้าสีขาว ยืนหันซ้ายหันขวาราวกับกำลังมองหาใคร
กฤษณะเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูให้ชัด หากแต่อย่างนั้นยังคงเว้นระยะห่าง จนได้แน่ชัดแล้วว่าเจ้าของใบหน้าหวานคนนี้เป็นใคร 'พีรดา' นักศึกษาชั้นปีที่สามห้องหนึ่งเขาจำเธอได้
เมื่อพีรดาหันมาเห็นหน้าอาจารย์หนุ่มที่กำลังรอก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ รีบเดินปรี่เข้าไปหา ทว่ากฤษณะกลับก้าวถอยหลังพร้อมทั้งส่งสายตาคมเข้มห้ามปรามให้พีรดาหยุดยืนอยู่ตรงนั้น
เจ้าตัวที่รับรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานที่แห่งไหนก็หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวเดินต่อไปแทบหัวคะมำ ก่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ ว่ามีใครเห็นหรือเปล่า ทิ้งระยะห่างระหว่างเธอกับเขาที่สามเมตรครึ่งคงพอดี ก่อนเอ่ยออกมาด้วยความเร่งรีบ
"อาจารย์คะ หนูขอยืมเงินสามหมื่นค่ะ!"
"ว่าไงนะ!" กฤษณะแทบไม่เชื่อหู ก่อนเป็นฝ่ายขยับเข้าไปหาเจ้าตัวก้าวหนึ่ง
"หนูขอยืมเงินสามหมื่น ให้หนูทำอะไรตอบแทนก็ได้ค่ะ!" ความคนกำลังเร่งรีบทำให้พีรดาเอ่ยออกมาแบบนั้น ทว่าประโยคหลังกลับทำเอากฤษณะถึงกับทำหน้าเหวอ
กฤษณะหันซ้ายหันขวาทันที เด็กคนนี้เนี่ยนะ! ทำไมถึงได้มาพูดแบบนี้ในสถานที่แห่งนี้กัน!
มือหนาเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีเขียวเข้มเด่นชัดตรงหลังมือรีบกดรีโมตปลดล็อกรถแล้วส่งสัญญาณให้เธอเข้าไปคุยกันในนั้นทันที เมื่อมองดูดีๆ พบว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว
พีรดาที่รู้ตัวก็รีบเปิดประตูด้านข้างคนขับขึ้นไปทันที ตามด้วยกฤษณะที่รีบตามเข้ามา ฟิล์มกรองแสงที่เจ้าตัวเพิ่งไปเปลี่ยนมาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์สามารถบดบังสายตาคนภายนอกมองเข้ามาได้หมดจึงหายห่วง
จากนั้นจึงติดเครื่องยนต์ เปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำคลายความตื่นเต้นเมื่อกี้ลงไป
พีรดายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เธอมีเวลาอีกแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นฝ่ายการเงินจะปิดแล้ว โอ๊ย! หญิงสาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามกรอบใบหน้า เพราะหลังเลิกเรียนรีบวิ่งมาดักรอ
"อาจารย์คะหนูขอยืมเงิน!" พีรดาเอี้ยวตัวไปย้ำกับใบหน้าหล่อเหลาอีกที แสดงสีหน้าอ้อนวอนขอให้เขาเห็นใจ
"จะเอาไปทำอะไรมากขนาดนั้น" กฤษณะถามน้ำเสียงติดเหวี่ยงนิดๆ นี่มันเกินครึ่งของเงินเดือนเขาเลยนะ หากไม่ใช่ว่าแม่ที่อยากให้เป็นครูเขาไม่ทำหรอก ไปทำธุรกิจกับพ่อเสียยังดีกว่า วันไหนที่อยากตื่นสายก็เข้าบริษัทช้าแค่นั้นเอง
"จ่ายค่าเทอมค่ะ วันนี้วันสุดท้ายแล้วด้วย" พีรดาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา ทำให้กฤษณะนิ่งคิดไป
"แล้วทำไมไม่จ่ายตั้งแต่ต้นเดือน" แต่เขาสะกิดใจเรื่องเงินมากกว่า มาแบบนี้เป็นมิจฉาชีพไหมก็ไม่รู้ ถ้าเขาไม่คุ้นหน้าคร่าตาว่าเธอเป็นนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวหลังสุด ชอบแอบหลับในคาบเรียน แล้วก็เป็นเขาที่ต้องเดินไปปลุกเธอทุกที จากนั้นมาเขาจำเธอได้แม่น! นักศึกษา'พีรดา'
"หนูเสียดายตังค์นี่คะ กะว่าจะถ่วงเวลาให้อยู่กับตัวเองนานๆ หน่อย" พีรดาทำสีหน้าเหงาหงอย "แล้วพอวันนี้จะไปจ่ายค่าเทอมหนูกลับทำเงินหาย" น้ำตาเม็ดเล็กไหลลงมาเป็นสายทันทีราวกับสั่งได้ เธอปล่อยน้ำตาออกมาเมื่อกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว คาบบ่ายเธออดทนไม่ร้องกระทั่งนั่งเรียนจนเสร็จ
สงสัยมันหล่นบนรถเมล์แน่ๆ แล้วคิดว่าคงไม่ได้คืน ทำให้คนที่เพิ่งรู้ตัวตอนบ่ายสามโมงไม่ตามไปเอา
กฤษณะที่เห็นดังนั้นใจแป้วลงไปเลย ชีวิตของเขาจะมีสักกี่คนมานั่งร้องไห้ให้เห็นแบบนี้
"แล้วไม่มีเงินสำรองหรือไง" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงคราวนี้
"มีร้อยสี่สิบสี่ในบัญชีค่ะ" พีรดาปาดน้ำตาออก สืบน้ำมูกที่มันอาจไหลออกมา
