บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 คนที่แม่หาให้ กับคนที่เขาเลือกเอง

กฤษณะกลับมาถึงคอนโด ขึ้นลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นสิบแปด ยืนมองตัวเลขที่แสดงเลขชั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง เอาแผ่นหลังพิงไปกับผนังลิฟต์เพื่อยืนรอ

ระหว่างนั้นคิดอะไรเพลินๆ แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องราวของนักศึกษาหญิงคนนั้นที่ทำให้เขาเก็บมาคิด

ยอมรับว่าเคยได้ยินเรื่องราวที่มีคนสอบติดมหา'ลัยดังแต่ไม่มีเงินเข้าเรียน จึงได้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ ให้ทุนการศึกษาเรียนจนจบปีสุดท้าย แต่เขาไม่ได้ยินพีรดาเอ่ยถึงเรื่องทุนการศึกษาแบบนี้ คล้ายว่าเธอทำงานส่งตัวเองเรียนเรื่อยมา

เด็กสาวที่เริ่มทำงานตั้งแต่อายุสิบแปดปี พีรดาบอกว่าเธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในผับบาร์ จากนั้นถึงเปลี่ยนมาเป็นเด็กนั่งดริ๊งบ้าง ซึ่งหากทำทุกวันก็คือเมาทุกวัน!

แล้วร่างกายของเด็กวัยนี้ที่ควรจะพัฒนาเติบโตไปเรื่อยๆ เขาไม่อยากคิดเลยกว่าพีรดาจะเรียนจบเธออาจได้เข้าโรงพยาบาลเสียก่อน

คนเป็นอาจารย์ที่ลึกๆ ในใจแล้ว รักและเอ็นดูลูกศิษย์ตัวเองเหมือนลูกเหมือนหลาน ไม่ว่าใครก็คงคิดอย่างเขาเหมือนกัน เขาจึงได้กล้าให้พีรดายืมเงินแบบนั้น ถึงแม้จะมีคำพูดมากมาย แต่สุดท้ายถึงเธอไม่มีหลักค้ำประกันอะไรเลยเขาคงให้เธออยู่แล้วล่ะ บอกแล้วไงว่ารักเหมือนลูกเหมือนหลาน

เสียงลิฟต์ที่ส่งสัญญาณดังขึ้น พร้อมกับประตูที่เปิดออก ทำให้กฤษณะวางเรื่องราวของพีรดาลงไปก่อน

พาร่างกายสูงโปร่งราวกับนายแบบ เดินเอามือล้วงกระเป๋าข้างเดียวมาทางห้องพักของตัวเองช้าๆ แต่ขายาวต้องค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อเจอใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า

ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์หนุ่มต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ มีผู้หญิงยืนรอเขาที่หน้าห้อง แล้วคนที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้บ่อยๆ จะเป็นใครไปได้ 'คุณหญิงรตี'

@20:00น.

"แหม่มศรี.."

"ขาาา คุณผู้หญิง" คนสนิทเบอร์หนึ่งของคุณหญิงรตีอายุสี่สิบปีมีร่างท้วม พ่วงด้วยตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้าน ส่งเสียงตอบรับกังวาน ได้ยินตั้งแต่ในครัวยันสุดซอย แล้วรีบเดินเร็วออกมานั่งลงด้านล่างทันที

วางมือทั้งสองข้างลงที่หน้าขาของเจ้านายอายุมากกว่าสิบห้าปีอย่างเอาอกเอาใจ แก่แต่อายุ แต่ใบหน้ากลับเต่งตึงเพราะเทียวไปดึงนั่นไง ดึงแต่หน้าคอไม่สนใจเหี่ยวย้อยเสียอย่างนั้น

"แกว่าลูกชายสุดหล่อของฉันจะถูกใจผู้หญิงคนนี้มั้ย" เมื่อเลื่อนดูรูปสาวสวยคนล่าสุดที่เพิ่งส่งไปให้ลูกชายแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ว่าจะส่งบุคลิกไหนๆ ไปได้กลับมาร้องไห้ให้ฟังแทบทุกคน

แต่คราวนี้เธอส่งผู้หญิงเรียบร้อย ให้รู้ไปเลยว่าภายในปีนี้เธอจะไม่ได้อุ้มหลาน ร้อยทั้งร้อยผู้ชายแพ้ผู้หญิงแบบนี้แน่นอน ลูกชายเธอปฏิเสธไม่ลงแน่

"ไหนคะคุณผู้หญิง" แหม่มศรียืดคอขึ้นไปมองตามเมื่อคุณหญิงรตีลดโทรศัพท์มือถือลงให้ดูช่วยกัน

"ว้าย สวยเรียบร้อยน่าทะนุถนอมขนาดนี้ใครจะไปปฏิเสธลงคะ" แล้วเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างชอบอกชอบใจก็ดังขึ้นพร้อมกัน แหม่มศรีเอามือปิดปากอย่างจริตจะกร้าน หัวเราะจนไหล่สั่น โยกตัวไปมาเมื่อเห็นคุณผู้หญิงทำ เรียกได้ว่าเธออยู่เป็น ถึงได้ทำอะไรก็ถูกอกถูกใจคุณหญิงไปหมดแบบนี้

มีอะไรถึงได้เรียกแต่แหม่มศรี จนคนอื่นๆ อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว ไม่ว่าจะงานหนักงานเบา ได้เรียกใช้แหม่มศรีแต่เพียงผู้เดียว โอ๊ยย..มันดีใจจริงๆ

เลยกลายเป็นว่า ไม่ว่าจะซักผ้ารีดผ้า กวาดบ้านถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ ออกไปช็อปปิ้งหิ้วของหนักเป็นเพื่อน เรียกได้ว่าตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน มีแต่แหม่มเพียงคนเดียว มันถูกอกถูกใจจริงๆ พวกที่เหลือน่ะเหรอ เดือนหนึ่งถึงจะเห็นเรียกใช้ครั้ง ก็นั่งๆ นอนๆ ไปเถอะ

"บางครั้งพวกผู้ชายก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงเรียบร้อยไปเสียหมดหรอกนะคุณหญิง" คนที่นั่งดูข่าวสารในจอไอแพดไม่วางตา หากแต่ประโยคกลับเอ่ยกับคนเป็นภรรยาว่าอย่างนั้น

จึงทำให้เสียงหัวเราะร่วนของเจ้านายและคนสนิทค่อยๆ ลดลงไปตามๆ กัน บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้งจนแหม่มศรีเสียวสันหลังว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ร้อยแปด เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณผู้ชายขัดแข้งขัดขาคนเป็นภรรยาตัวเอง

"คุณหมายความว่ายังไงคะ" คุณหญิงรตีเชิดหน้าชูคอเอ่ยถามคนเป็นสามีอย่างหมั่นไส้

"คู่ครองของลูกก็ให้ลูกเป็นคนเลือกเองเถอะคุณ" กฤษฎาละสายตาออกจากจอไอแพดมาคุยกับภรรยาดีๆ แต่ละวันเขาต้องมานั่งทนฟังคนเป็นเมียคุยกับคนใช้ว่าลูกชายเขาจะเอาใครไหม หรือวันนี้มีใครร้องไห้กลับมาดี

"จะให้รตีทำแบบนั้นได้อย่างไรคะ ปีนี้เจ้ากฤษอายุเท่าไหร่แล้ว ลูกสามสิบหกปีแล้วนะคะ จะมีเมียมีลูกตอนไหนกัน ป่านนั้นคุณไม่แก่ลงโลงไปแล้วเหรอคะ"

"นี่คุณว่าผมเหรอคุณรตี!" คนเป็นสามีตาโตทันที

"เปล่าค่ะ รตีแค่เปรียบเทียบเฉยๆ รตีมีลูกชายคนเดียวนะคะ รตีไม่ยอมให้ลูกอยู่เป็นโสดจนพ่อตัวเองแก่ตายไปก่อนเด็ดขาด"

"นี่ๆ ว่าผมแก่ ตัวคุณเองก็ไม่ต่างกันหรอก คิดว่าการที่คุณเทียวไปดึงหน้าอยู่ทุกอาทิตย์มันจะสามารถหลอกล่ออายุให้หยุดเดินไปได้หรือไงกัน"

"นี่คุณว่ารตี!" คนเป็นภรรยากระชากเสียงใส่สามี

"ก็คุณว่าผมก่อนไง!"

แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ร้อยแปดอย่างที่แหม่มศรีว่าเอาไว้จริงๆ เป็นเธอที่ต้องนั่งฟังสองผัวเมียทำสงครามน้ำลายสาดใส่กันข้ามหัวเธอไปมา ถ้าเอากะละมังมารอง เธอว่าป่านนี้เต็มไปแล้วแน่ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel