ตอนที่ 2 เจ้าหนี้ ลูกหนี้
กฤษณะหลับตาลงข่มใจทันที มาสอบเข้ามหาวิทยาลัยราคาแพงแบบนี้ทำไมไม่เตรียมตัวให้พร้อม
"อีกสิบห้านาทีฝ่ายการเงินจะปิดแล้วค่ะอาจารย์ หนูสัญญาว่าจะรีบหามาใช้คืน" พีรดาทำหน้าตาน่าสงสาร พนมมือไหว้ อ้อนวอนให้เขาเห็นใจ เธอก็นักศึกษาของเขานี่ไง มาเรียนเจอกันอยู่ทุกอาทิตย์จะหนีไปไหนได้
"หาที่ไหนแล้วเมื่อไหร่" ใจอ่อนลงไปแล้วเกินครึ่ง
"หนูทำงานตอนกลางคืน ตังค์ออกสิ้นเดือนค่ะ"
"งานอะไร" เขาอยากรู้ก่อนว่าเธอจะมีเงินมาคืนเขาจริงๆ ไม่ใช่มาฉวยโอกาสแล้วเก็บเงียบ ไม่มีสัญญากู้ยืมแค่เพียงลมปาก
"เด็กนั่งดริ๊งค์ค่ะ"
มิน่า..ชอบมานั่งหลับในคาบเรียนทุกที คราวนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอง่วงมากหรือเมาค้างกันแน่
"แล้วพ่อแม่ล่ะ" เขายังไม่เห็นเธอเอ่ยถึงพ่อแม่ที่ทำลูกแล้วเบ่งเธอออกมาเลย
"พ่อแม่ไม่มีให้ค่ะ เพราะหนูอยากเรียนต่อจึงต้องทำงานส่งตัวเองเรียน" พีรดามีน้ำเสียงอ่อนลง พ่อกับแม่เธออยู่ต่างจังหวัด แถมยังต้องส่งน้องเรียนมอปลายให้จบ ด้วยความทะเยอทะยานของเธอที่อยากเข้ามาเรียนในกรุงเทพ จึงทำให้พีรดาอาศัยช่วงปิดเทอมก่อนเปิดภาคเรียนมหา'ลัยปีหนึ่งทำงานระหว่างนั้น จากนั้นมาเธอทำเรื่อยๆ ได้มาใช้ไป วนลูบอยู่แบบนี้จนขึ้นปีสาม ท่ามกลางสองข้างทางที่มีแต่ขวากหนาม แต่เธอไม่ยอมแพ้
"ด้วยการเป็นเด็กนั่งดริ๊งนี่นะ แล้วแบบนี้สุขภาพจะไม่แย่ก่อนเหรอกว่าจะเรียนจบ" เขาถามอย่างเห็นอกเห็นใจหากว่าพีรดาพูดความจริง
"หลักๆ เสิร์ฟค่ะ เพิ่งมาหัดนั่งดริ๊งเพราะเห็นว่ารายได้ดีกว่า อาจารย์..ถ่วงเวลาหนูค่ะ" พีรดาทำหน้ามุ่ย
"แล้วจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกันว่าคุณจะไม่หนีผม" กลายเป็นเขาที่ผิดซะงั้น น่าเห็นใจนะ แต่เงินตั้งสามหมื่น เขาต้องแหกตาตื่นขึ้นมาสอนแต่เช้าทุกวัน
"อาจารย์คะ เราเจอกันอยู่เกือบทุกวัน" อะไรจะงกได้ขนาดนั้น เธอแค่ยืมนะไม่ได้ขอฟรีๆ เสียหน่อย
"พูดให้มันดีๆ หน่อย" คำพูดของเธอนี่ชักทำให้เขาหวาดเสียว
"ก็อาจารย์มาสอน หนูก็เข้าเรียนไงคะ เราเห็นกันเกือบทุกวัน" พีรดารีบอธิบายเสริมเพราะไม่คิดว่าเขาจะคิดมาก
"ช่างเถอะ สรุปคุณมีอะไรมาค้ำประกันว่าจะใช้ผมคืนแน่ๆ" เขาอยากรู้ในข้อนี้มากกว่า
"บัตรประชาชนได้ไหมคะ" เธอคิดว่ามันสำคัญกับคนเรามากๆ นะ ไม่แน่ใจจะได้หรือเปล่า
"แล้วบัตรประชาชนของคุณผมซื้อข้าวกินได้หรือเปล่าพีรดา"
"ทำไมอาจารย์ปากจัดจังคะ" พีรดาหน้ามุ่ย
"น้อยๆ หน่อย นี่เงินผมนะ ผมมีสิทธิ์หวง"
"งั้นอาจารย์จะเอาอะไรล่ะคะ เอาบัตรเอทีเอ็มหนูไหม แบบที่เจ้าหนี้ยึดบัตรเอทีเอ็มลูกหนี้ไว้ก่อนน่ะค่ะ" ว่าแล้วพีรดาก็หยิบออกจากในกระเป๋าผ้าสีขาวใบโปรดยื่นให้เขาไป
"แต่คุณเพิ่งบอกเมื่อกี้ว่ามีแค่ร้อยสี่สิบสี่เองนะ" อยู่ดีๆ เขากลับจะมีลูกหนี้เสียอย่างนั้น
"มันมีเงินของเดือนหน้าที่จะออกในอีกสามวันค่ะ น่าจะออกประมาณสามหมื่น"
"ได้เยอะขนาดนั้นเชียว?"
"ตับแทบพังเลยค่ะ" เพราะหากจ่ายค่าเทอมไปแล้วก็หมดตัว จึงได้เร่งงานเสริมในเดือนนี้เพื่อให้มีกิน แต่เดือนต่อไปคงไม่ได้เท่านี้แล้วล่ะ กินบ่อยไม่ไหวจริงๆ ร่างกายจะพังเอา
กฤษณะถอนหายใจแรงออกมา "งั้นเอามา"
"หนูเขียนรหัสเอทีเอ็มให้ค่ะ" เธอจำมาจากคนที่เคยกู้หนี้ยืมสินเขาทำแบบนี้กันทั้งนั้น
กฤษณะไม่ได้ห้าม มองคนที่ล้วงปากกาในกระเป๋าสะพายตัวเองมาแล้วฉีกกระดาษในสมุดเรียนเป็นแผ่นเล็กๆ เขียนหมายเลขหกหลักส่งมาให้
พอได้มา กฤษณะก็ล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงตัวเองออกมาเหมือนกัน เข้าแอพธนาคาร ถามหมายเลขบัญชีปลายทางด้วยความกังวล
"ห้ามตุกติก" เขาตวัดสายตาไปย้ำเสียงเข้ม ยอดเงินกำลังจะโอนโชว์เด่นที่สามหมื่นบาทไม่มีขาดไม่มีเกิน
"ไม่แน่นอนค่ะหนูสาบาน" พีรดาชูสามนิ้ว มือหนาจึงกดส่ง
ข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าปรากฏในมือถือพีรดาทันที
"ขอบคุณนะคะอาจารย์" รอยยิ้มสดใสฉีกกว้างขึ้น รอยบุ๋มตรงแก้มเนียนในระยะประชิดทำเอาคนมองเสียอาการไปเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับไปมองตรงหน้าด้านนอกรถ เมื่อมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาทางนี้ กระทั่งเดินผ่านไป
พีรดามองว่าอีกสิบนาทีจะหมดเวลาอยู่แล้ว จึงทำท่าจะเปิดประตูรถลงไป หากใครบางคนไม่เรียกเอาไว้เสียก่อน
"เดี๋ยว เอาเบอร์โทรศัพท์ของคุณมาด้วยสิเผื่อคุณตุกติกไปอายัดบัตร" เมื่อรู้ตัวว่ากลายมาเป็นเจ้าหนี้เขาต้องรอบคอบ
"โธ่อาจารย์คะ" เวลาเร่งรีบจึงทำให้พีรดาไม่มีกะจิตกะใจคิดต่อ แย่งเอากระดาษแผ่นที่อยู่ในมือของเขา พลิกอีกด้านแล้วจดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป
"หนูไปแล้วนะคะคราวนี้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ"
กฤษณะมองตามหลังคนที่เปิดประตูลงรถไปด้วยความเร่งรีบ แล้วหายลับไปตรงอาคารที่อยู่ใกล้กัน
ก่อนก้มลงมองหมายเลขโทรศัพท์ในมือตัวเอง ลงท้ายด้วยชื่อ เป็นฟอนต์ลายมือน่ารักๆ ว่า 'พีรดา' หวนให้นึกถึงลักยิ้มที่สองข้างแก้มด้วยความรู้สึกบางอย่าง
