8#น่าสนใจ
“นิ้วผมน่าสนใจมากกว่ารายงานการขายเหรอครับคุณพริมโรส”
พริมโรสอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเมื่อได้ยินคำถามจากปากเขา อีกทั้งริมฝีปากหยักที่ยกขึ้นเล็กน้อยภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั่นอีก
“เอ่อ ปะ เปล่าค่ะ”
“ท่านประธานอยากฟังแผนการขายโครงการ KNP ไพรเวซี่ บางนา ที่โรสเป็นคนทำรีพอร์ตจ้ะ” พี่ฝนทิพย์หันมาบอกเธอเบาๆ
“ค่ะ”
พริมโรสเอื้อมมือไปดึงสายต่อสัญญาณกลางโต๊ะประชุมมาเสียบเข้ากับโน้ตบุ๊กของเธอแล้วฉายภาพขึ้นหน้าจอ
ก้าวขาออกไปยืนหน้าห้องโดยเลือกที่จะยืนฝั่งเดียวกับเขาเพื่อจะได้ไม่เป็นการเผชิญหน้ากับเขามากจนเกินไปในขณะพรีเซนส์งานหน้าห้อง ข้อมูลรายงานแผนการขายที่เธอรับผิดชอบมาตั้งแต่เข้างานอยู่ในหัวของเธอหมดแล้วโดยที่ไม่ต้องดูหน้าจอโน้ตบุ๊กเพราะเธอเป็นคนทำมันเองทุกวัน
ดวงตากลมโตฉายแวววูบไหวเมื่อหันไปสบตากับเขาก่อนจะเริ่มพรีเซนส์งาน พริมโรสเลี่ยงที่จะสบสายตาเขาด้วยการมองไปยังทีมงานที่นั่งส่งกำลังใจมาให้เธออยู่ภายในห้องประชุมแทน
“เนื่องจากโครงการ KNP ไพรเวซี่ บางนา เป็นโครงการบ้านจัดสรรที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง แผนการขายของเราจึงเน้นไปที่การทำให้ลูกค้าที่มีความสนใจเข้ามาซื้อบ้านในโครงการได้รับความสะดวกสบาย เน้นที่ความหรูหราของการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกทั้งตัวบ้านและประโยชน์ในการใช้พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ โดยเฉพาะความปลอดภัยและสาธารณูปโภคที่ครบ…”
“พรีเซนส์ให้ผมฟังหรือให้เพื่อนฟัง?”
“คะ?”
พริมโรสหันกลับไปสบสายตาคมสีนิลดำมืด มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย กอดอกมองเธอแววตาเต็มไปด้วยความท้าทาย
“ถ้าพรีเซนส์ให้ผมฟังทำไมไม่มองหน้าผม”
พริมโรสแก้มแดงระเรื่อทั้งเขินอายทั้งประหม่าสูดลมหายใจเข้าเม้มริมฝีปากอิ่มเข้าหากันแล้วเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อเรียกความมั่นใจ แววตาเต็มไปด้วยความอวดดีแบบที่เธอเป็นแล้วหันมามองที่เขาในขณะพรีเซนส์งานให้เขาฟัง
เขมนันท์หัวเราะเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ เขาชอบเวลาที่เธอทำเหมือนอวดดีนิดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นและประหม่าข้างใน มันทำให้เธอดูน่ารักและน่าสนใจสำหรับเขา
น้ำเสียงหวานใสฟังรื่นหู พูดจาชัดถ้อยชัดคำ เรียบเรียงถ้อยคำพูดให้ฟังได้เข้าใจง่าย คุณมีดีมากกว่าที่ผมเห็น...พริมโรส...
พอออกจากห้องประชุมพริมโรสก็เดินตรงกลับมาที่โต๊ะทำงานทันทีเพื่อนำโน้ตบุ๊กกลับมาวางแล้วถือแก้วเครื่องดื่มของตัวเองเข้าไปในห้องแพนทรี่ ร่างกายของเธอต้องการน้ำเย็นจัดเพื่อดับความตื่นเต้นและความประหม่าที่เธอซ่อนมันไว้ข้างในจนมิดชิดไม่ให้ใครเห็น
มือของเธอชื้นไปด้วยเหงื่อถึงแม้ต่อหน้าที่ประชุม...ไม่สิ! ต่อหน้าท่านประธานเธอจะพยายามแสดงออกให้เขาเห็นว่าเธอมีความมั่นใจในขณะพรีเซนส์งานให้เขาฟัง หากแต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหม่าจนสั่นอยู่ข้างใน
แต่การที่เขาไม่มองเธอในขณะที่กำลังพรีเซนส์และเลือกมองไปที่หน้าจอที่กำลังฉายบนผนังห้องประชุมแทน มันช่วยให้เธอลดความประหม่าลงไปได้มาก
ก่อนเลิกงานพริมโรสโทรไปบอกพี่ลำดวนเพื่อย้ำว่าเย็นนี้เธอจะกลับดึกและฝากดูคัทลียา เพราะระยะหลังๆ เธอสังเกตเห็นว่าน้องสาวเหนื่อยง่ายและทานข้าวได้น้อยลง
เธอกำลังคิดจะหาโอกาสพาน้องสาวไปตรวจสุขภาพประจำปีในเร็ววันนี้…แต่ในใจลึกๆ อยากจะหาโอกาสพาน้องกลับไปตรวจกับหมอปกรณ์ที่โรงพยาบาลไตรรัตน์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดิมและหมอคนเดิมที่ดูแลรักษาคัทลียามาตั้งแต่แรก
ถ้าเธอมีเงินเดือนสูงกว่านี้อีกหน่อยก็คงดี จะได้พาน้องกลับไปรักษากับหมอปกรณ์ซึ่งดูแลคัทลียามาตั้งแต่แรก…
พริมโรสกับพิมพ์พลอยมาถึงร้าน Sugar Beat ก่อนคนอื่นจึงเข้าไปนั่งรอที่โต๊ะ แขกในร้านค่อนข้างแน่นเพราะเป็นคืนวันศุกร์
แต่เนื่องจากทีมของเธอได้โทรสำรองโต๊ะไว้ล่วงหน้ามาก่อนจึงทำให้มีโต๊ะใหญ่เพียงพอสำหรับสิบคนของทีมฝ่ายขาย
ร้านนี้เป็นร้านที่ค่อนข้างเหมาะสำหรับคนวัยทำงานเพราะราคาอาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างแพง ทำให้ภายในร้านส่วนใหญ่เป็นคนที่ยังคงสวมชุดทำงานแวะมาแฮงค์เอาต์หลังเวลาเลิกงานในคืนสุดสัปดาห์
“พี่ก้องมาแล้ว” พิมพ์พลอยดูจะดีใจเป็นพิเศษเมื่อเห็นก้องภพเดินยิ้มร่าเข้ามาแต่ไกล ทำให้พริมโรสพลอยยิ้มไปด้วย
พอทีมงานคนอื่นเริ่มทยอยเข้ามาในร้านก็ทำให้บรรยากาศที่โต๊ะมีแต่ความสนุกสนาน อาหารและเครื่องดื่มทยอยนำออกมาเสิร์ฟ พิมพ์พลอยคะยั้นคะยอให้พริมโรสลองดื่มคอกเทลรสต่างๆ และรับปากจะพาเธอไปส่งที่บ้าน
“โรสลองชิมแก้วนี่สิ! มันดีมาก!”
พิมพ์พลอยส่งแก้วคอกเทลให้พริมโรสชิมไปเรื่อยๆ หลายต่อหลายแก้ว รสของแอลกอฮอล์ที่มาในรูปแบบคอกเทลมีรสชาติหวานหอมทำให้เธอดื่มได้เรื่อยๆ และด้วยความสบายใจว่าเพื่อนจะไปส่งที่บ้านทำให้ไม่ทันได้ระวังตัวว่าตัวเองจะเมา
“น้องโรสเมาหรือเปล่าครับนั่งนิ่งเหมือนจะหลับ” ก้องภพหันมาถามเธอ พริมโรสส่ายหัวไปมาแทนคำตอบ เธอแค่รู้สึกว่าหนังตามันหนักเหมือนกำลังง่วงเสียมากกว่าจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
หลังจากล้างหน้าล้างตาพริมโรสก็รู้สึกสดชื่นขึ้น เมื่อเห็นว่าทางเดินกลับไปที่โต๊ะคนหนาแน่นมากจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปอีกฝั่งของร้าน ผ่านโต๊ะที่มีลูกค้านั่งอยู่หลายคนน่าจะเป็นโซนวีไอพีของทางร้านเพราะผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก
“โรส!” เสียงเรียกที่คุ้นหูดังมาจากด้านหลังทำให้พริมโรสหยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง
“พี่หมอ!” ร่างสูงเดินออกมาจากโต๊ะโซนนั้นตรงมาหาเธอ พริมโรสยิ้มรับเขาด้วยความยินดี
“โรสเป็นยังไงสบายดีไหม”
“แล้วน้องลิลลี่เป็นยังไงบ้าง พี่ไม่เจอลิลลี่กับโรสที่โรงพยาบาลเลย เปลี่ยนหมอเหรอ” เขาถามไถ่หญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
“โรสกับลิลลี่สบายดีค่ะ”
พริมโรสเลือกที่จะตอบเขาเพียงสั้นๆ ซึ่งทางปกรณ์เองก็รับรู้ได้ว่าเธอไม่อยากให้เขารู้เรื่องของเธอ ตลอดหนึ่งปีที่เธอหายไปเขาพยายามติดต่อผ่านเบอร์มือถือที่เธอกับเขาเคยใช้ติดต่อกันเพื่อพูดคุยสอบถามอาการของคัทลียาแต่กลับติดต่อไม่ได้อีก
เขาเคยสอบถามกับคนในครอบครัวอิทธิการุณย์แต่ก็ไม่มีใครให้รายละเอียดและดูก็รู้ว่าคนในอิทธิการุณย์เองก็ไม่ได้ใส่ใจว่าเธอกับน้องสาวจะไปอยู่ที่ไหน
“พี่ขอเบอร์โรสไว้หน่อยได้ไหม” ปกรณ์บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังและท่าทางเป็นห่วงน้องสาวเธออย่างจริงใจ ทำให้พริมโรสต้องบอกเบอร์มือถือที่เธอเปลี่ยนใหม่หลังจากย้ายออกมาจากบ้านอิทธิการุณย์
“นี่เบอร์มือถือของพี่ ถ้ามีเรื่องให้พี่ช่วยโดยเฉพาะเรื่องของลิลลี่ โรสโทรหาพี่ได้เสมอนะ ถ้าไม่สะดวกไปที่โรงพยาบาลก็แวะไปหาพี่ที่คลินิกก็ได้” ปกรณ์กดเบอร์มือถือของพริมโรสตามที่เธอบอกแล้วกดโทรเข้าเครื่องของเธอไว้
“โรสขอตัวนะคะ เดี๋ยวเพื่อนที่โต๊ะจะเป็นห่วงที่หายไปนาน” พริมโรส ยกมือไหว้ลาหมอปกรณ์แล้วเดินจากไปทันที
