6# ไม่มีความจำเป็น (NC++)
“ตกลงรับไหม?”
“ผมจ่ายเพิ่มสองเท่าหรือคุณต้องการมากกว่านั้น?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับเรียวคิ้วเข้มยกขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากหยักที่ยกขึ้นทำให้ พริมโรสรู้สึกว่าเขากำลังเห็นเธอเป็นเพียงแค่สินค้า
“ปล่อยโรสค่ะ” มือเล็กที่จับบนไหล่หนาสองข้างผลักเขาออกห่างแล้วดึงกระโปรงลง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นดวงตากลมโตแข็งกร้าว ริมฝีปากอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มหยัน
“โรสอาจจะเคยทำงานแบบนั้นเพราะความจำเป็น แต่ตอนนี้โรสไม่มีความจำเป็นจะต้องทำงานแบบนั้นแล้วค่ะ”
พริมโรสบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบและใบหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากน้ำเสียงแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของเขา
“ฮึ! ผมติดใจความอวดดีนิดๆ ของคุณโรส”
“แต่คุณก็มีดีจนผมลืมไม่ลง ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ตามหาคุณมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา”
เขมนันท์เลื่อนเปิดประตูอีกฝั่งของห้องทำงานเข้าไปเป็นห้องนอนและห้องอาบน้ำที่พี่ชายของเขาออกแบบไว้อย่างสะดวกสบายสมกับที่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง
เขาถอดชุดทำงานออกพร้อมขบกรามแน่นเมื่อความแข็งขึงจนปวดหน่วงกลางกายถูกกระตุ้นเร้าจากคนที่เขาปรารถนาที่สุด อยากจะระบายความอยากใคร่กับเธอมากที่สุด ร่างสูงเดินเข้าไปใต้ฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์เปิดน้ำเย็นให้สายน้ำราดรดเพื่อลดอุณหภูมิในกายที่กำลังแผดเผาจนตัวตนที่แข็งขึงปวดหน่วงแทบขาดใจ
ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งวางไว้บนกำแพงอีกข้างกำรอบความเป็นชายที่แข็งขืนปวดหน่วง มือหนารูดรั้งลำเอ็นเพื่อปลดปล่อยความทรมานนั้น
“อื้อ! โรส” เสียงลมหายใจถี่กระชั้นพร้อมเสียงครางเรียกชื่อเธอคนนั้นเหมือนทุกครั้ง กลิ่นกายที่หอมหวานเหมือนกุหลาบที่กำลังแย้มกลีบส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ผิวกายขาวผุดผ่องเนียนละเอียดเหมือนกลีบอันบอบบางของมัน ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อรสชาติหวานลิ้นและดวงตากลมโตที่ส่งทอดมาที่เขาเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในนั้นทำให้เขาแทบคลั่ง
มือหนารูดชักรัวเร็ว เสียงครางต่ำเหมือนเสือที่พยายามปลดปล่อยตัวเอง เขาเร่งจังหวะเมื่อความเสียดเสียวใกล้ถึงจุดหมาย เสียงคำรามในลำคอพร้อมมือชักรูดรัวเร็ว สะโพกหนาหยัดไปข้างหน้าเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อลำเอ็นในมือหนากระตุกถี่รัวแล้วปลดปล่อยธาราสีขาวขุ่นออกไปพร้อมสายน้ำเย็นที่หลั่งรดลงมา
มือหนาทุบลงบนกำแพงปล่อยให้สายน้ำหลั่งรดลงบนศีรษะ เขาทรมานตัวเองเพราะผู้หญิงคนนั้นมานานแรมปี เพียงเพราะเขาปรารถนาเพียงเธอเท่านั้น
ตั้งแต่คืนนั้นมันเป็นเวลายาวนานเหลือเกินที่เขาเฝ้าตามหาเธอ หากแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววจนเขาถอดใจและปล่อยให้ตัวเองทนทุกข์ทรมานกับความอยากใคร่ตามธรรมชาติโดยไม่เคยแตะต้องผู้หญิงอื่นเลยหลังจากผ่านคืนเร่าร้อนกับเธอเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา
ความทรมานแสนสาหัสทางกายที่เขาทำกับตัวเองคือการที่จะต้องปลดปล่อยความอยากใคร่ด้วยตัวเองเมื่อร่างกายปรารถนา
ทั้งๆ ที่เพียงแค่เขาบอกลูกน้องให้หาผู้หญิงมาให้ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย หากแต่เขากลับเลือกที่จะทรมานตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพราะหวังว่าสักวันจะได้พบกันเธออีกครั้ง
แต่เมื่อได้พบกับเธอหลังจากที่ถอดใจไปแล้ว ร่างกายเขาก็กลับมาเรียกร้องความต้องการอีกครั้งมันรุนแรงและเร่งเร้ายิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ทันทีที่เขาก้าวขึ้นไปยืนหน้าโพเดียมหน้าห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเพื่อแนะนำตัวกับพนักงาน สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ ห้องประชุมเพื่อสบตากับพนักงานในวงกว้าง
เขากวาดสายตาไล่เรียงจากฝั่งขวาของห้องประชุมไล่ลงไปกลางห้อง ท้ายห้อง วนกลับมาฝั่งซ้ายตรงกลางและแถวหน้าฝั่งซ้ายจนมาถึงตรงกลางแถวหน้าสุด
หัวใจเขากระตุกไหวจนสะดุดกับคำพูดที่กำลังปราศรัยต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัทเมื่อสบสายตากับดวงตากลมโตที่จ้องมองมาที่เขาด้วยความตื่นตระหนกและประหม่าเหมือนครั้งแรกที่พบกันในคืนนั้น
ดวงหน้ารูปไข่ที่สวยละมุนตาเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาจ้องมองไปที่เธอ มันทำให้เขาได้สติก่อนจะก้มลงเพื่อดูกระดาษตรงหน้าที่เตรียมมาเพื่อพูดกับพนักงาน
หัวใจเขาเต้นแรงจนเหมือนเลือดในกายกลับมาสูบฉีดเร็วแรงอีกครั้ง
“พนักงานแถวหน้าสุดคือแผนกอะไร” เขาเรียกดาริกาเลขาหน้าห้องมาสอบถามทันทีเมื่อกลับมาจากห้องประชุมบริษัทเมื่อเช้า
“ฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาของคุณเขมคะ” ดาริกาถามเพื่อความมั่นใจว่าเธอจะตอบคำถามของเขาด้วยความถูกต้อง
“ซ้าย”
“ฝ่ายขายค่ะ” ดาริกาตอบเขาด้วยความมั่นใจ
“คุณเขมต้องการข้อมูลเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” ดาริกาคือเลขามือหนึ่งที่ทางพี่ชายของเขาชื่นชมอยู่เสมอ เธอคือเลขามืออาชีพที่ไว้ใจได้ทุกเรื่อง ทำงานได้ถูกต้องและตรงตามความต้องการของเจ้านายได้เป็นอย่างดี
“ผมขอข้อมูลของพนักงานหญิงที่นั่งแถวหน้าสุด เธอใส่ชุดสีครีมลายดอกไม้เล็กๆ”
“คุณเขม น่าจะหมายถึงโรส พริมโรส อิทธิการุณย์”
“หืม…อิทธิการุณย์? เธอเป็นอะไรกับบ้านอิทธิการุณย์”
“ดาจะรีบหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ค่ะ” ดาริการับปากแล้วออกไปจากห้อง
เขมนันท์เดินออกจากห้องทำงานเพื่อออกไปดูว่าพนักงานแต่ละฝ่ายอยู่ตรงส่วนไหนของตึกบ้าง หากแต่ลึกๆ แล้วเขาต้องการไปดูว่าเธอคนนั้นนั่งทำงานอยู่ส่วนไหนของออฟฟิศ
เมื่อเดินออกมาจากห้องผ่านโต๊ะทำงานของดาริกาเลขาของเขา เธอกลับผายมือไปทางห้องแพนทรี่ทำให้เรียวคิ้วเข้มยกขึ้นด้วยความสงสัย
“คนที่คุณเขมอยากรู้จักอยู่ในห้องแพนทรี่ค่ะ” เสียงเลขาของเขาบอกพร้อมยิ้มให้เขาแล้วก้มหน้าทำงานของเธอ
เขมนันท์เปิดประตูเข้าไปข้างในแพนทรี่และปิดลงอย่างเบามือ เธอสวมชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีครีม ผมนุ่มดำขลับถูกถักเปียหลวมๆ ไปไว้ข้างไหล่ เรือนร่างกลมกลึงอ่อนช้อยดูบอบบางและอ่อนหวานจนอยากสอดแขนรอบเอวบางแล้วดึงเข้ามาแนบอก
คนที่กำลังใช้มือหยิบขนมปังเข้าปากแบบใจลอยไม่รู้ตัวว่ามีคนอื่นเข้ามาในห้อง เธอกำลังคิดถึงเรื่องอะไร ขนาดเขาเข้ามายืนชิดข้างหลังเธอจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ ลอยมาปะทะปลายจมูกจนเขาต้องสูดเข้าปอดด้วยหัวใจเต้นแรงแต่เธอก็ยังไม่รู้ตัวสักนิด
‘อุ๊ย!’
หัวใจเขาแทบหยุดเต้นเมื่อคนที่ร่างกายเขาโหยหามาแรมปีแนบชิดอยู่กับแผ่นอกแกร่ง เธอหันกลับมาโดยไม่ทันระวัง ขนมปังแผ่นใหญ่ยังคาอยู่ในปากเล็กที่คาบมันไว้ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมามองเหมือนลูกกวางตัวน้อย พวงแก้มเนียนละเอียดเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ
'ขะ ขอโทษค่ะคุณ คุณเขม คุณเขมนันท์' มือเล็กยกขึ้นหยิบขนมปังแผ่นใหญ่ที่คาบไว้ออกมาแล้วเอ่ยคำขอโทษพร้อมเรียกชื่อเขาแบบตะกุกตะกัก เธอเองคงกระดากปากเพราะในคืนนั้นเธอเรียกเขาว่า 'คุณ'
‘โรส’ เขาครางชื่อเธออยู่ในใจพร้อมหัวใจที่กลับมาสูบฉีดรัวแรงอีกครั้ง
