5# รับไหม
พริมโรสถือแก้วเครื่องดื่มร้อนพร้อมกล่องขนมปังกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานพร้อมหัวใจที่เต้นรัวแรง เขาจำเธอได้ทั้งๆ ที่เธอเปลี่ยนลุคไปจากเมื่อก่อน ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวจนถึงบั้นเอวถูกตัดให้สั้นเหลือความยาวเพียงกลางแผ่นหลังแล้วปล่อยให้เป็นสีดำเงางามตามธรรมชาติ คำพูดที่เขาพูดกับเธอแต่ละคำมันสื่อถึงคำพูดที่เขาเคยพูดกับเธอในคืนนั้น
'หันหลังให้แบบนี้จะขึ้นให้ผมได้ยังไง'
เสียงทุ้มที่ฟังดูค่อนข้างหงุดหงิดเอ่ยถามเมื่อพริมโรสในสภาพเปลือยเปล่าลงไปนั่งบนหน้าขาเขาแล้วหันหลังให้ เพราะเธอยังประหม่าและเขินอายเกินกว่าจะกล้าหันหน้าเข้าหาแต่แรกด้วยความที่ยังไม่คุ้นเคยกัน
พริมโรสตั้งใจไว้ว่าเมื่อเขาและเธอได้ทำความคุ้นเคยกันอย่างน้อยก็ควรจะรู้จักชื่อกันสักหน่อยแล้วจะหันหน้าไปหาเขา หากแต่เขาก็ต่อว่าเธอเสียก่อน...สุดท้ายแล้วชื่อของเขาเธอก็ไม่รู้จักแต่เขาคงรู้ชื่อของเธอผ่านทางคุณพอลลี่ที่เธอติดต่อไป
"โรสคะ!"
“คะ? พี่ฝน” เสียงเรียกของหัวหน้าทำให้พริมโรสได้หยุดความคิดอันฟุ้งซ่าน
“พี่รบกวนเอารายงานแผนการตลาดไตรมาสหน้าไปให้คุณดาริกาหน่อยค่ะ" พริมโรสลุกขึ้นไปรับแฟ้มเอกสารจากหัวหน้าแล้วเดินไปยังโต๊ะของคุณดาริกาซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกฝั่งของออฟฟิศ
“อ้อ! โรสมาพอดี นั่นเอกสารด่วนของคุณฝนทิพย์ใช่ไหม”
“ค่ะ พี่ฝนให้เอาเอกสารมาให้คุณดาริกาค่ะ”
“พี่กำลังจะไปโรงพยาบาล ทางคุณปรมัตถ์สั่งให้เอาเอกสารพวกนี้เข้าไปให้”
“โรสเอาเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะท่านประธานให้ทีค่ะ”
ดาริกาเก็บเอกสารลงกระเป๋าผ้าแล้วหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นสะพายบนไหล่
“ขอบคุณมากนะคะ” คุณดาริกาหันมากล่าวขอบคุณเธอแล้วรีบเดินออกไปทันทีปล่อยให้พริมโรสละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่ง
ถ้าไม่เข้าไปในห้องนั้นหัวหน้าก็อาจจะต่อว่าเธอที่สั่งงานง่ายๆ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ แต่จะทำตัวยังไงเมื่อเข้าไปในห้องนั้นแล้วอยู่ในห้องกับเขาสองต่อสอง
สองขาก้าวมาหยุดยืนหน้าห้องท่านประธาน สูดลมหายใจเข้าแล้วเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อเรียกความมั่นใจ
ก๊อก! ก๊อก!
พริมโรสผลักประตูห้องเข้าไปสายตากวาดมองไปรอบๆ ห้อง แต่ไม่พบเจ้าของห้องนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานและโซฟาในห้องก็ว่างเปล่า
แฟ้มเอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากดอกกุหลาบสีขาวดอกโตกำลังแย้มกลีบเพียงเล็กน้อยปักไว้เต็มแจกัน กลิ่นหอมอันเย้ายวนทำให้เธอก้มลงสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอดแล้วหลับตาลงดื่มด่ำกลับกลิ่นหอมก่อนจะถอยออกมาเพื่อออกไปจากห้อง
“อุ๊ย!”
ร่างบางหันกลับไปปะทะกับกายแกร่งที่เข้ามายืนประชิดเสียจนได้กลิ่นกายหอมกรุ่น กลิ่นที่เธอโหยหาและจำได้ไม่เคยลืมเลือน
แม้กระทั่งในความฝันกลิ่นกายของเขาก็ยังคงได้กลิ่นชัดเจนอยู่เสมอ ความร้อนวูบวาบแผ่ไปทั่วเรือนกายพวงแก้มอิ่มอุ่นขึ้นมาทันที
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับสายตาสีนิลที่กำลังจ้องมองมา ห้องที่เงียบสงบได้ยินเพียงลมหายใจของกันและกัน มือหนาสองข้างประคองเอวบางไว้ก่อนจะยกขึ้นนั่งบนโต๊ะทำงาน
“ปากคุณเลอะอีกแล้ว” เขาโกหกออกไปเพื่อหาข้ออ้างที่จะใกล้ชิดกับเธอ
เขมนันท์แทรกตัวเองเข้าไประหว่างเรียวขา นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากล่างที่เขาโหยหามาตลอด นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามกรอบหน้ารูปไข่สัมผัสกับผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนผิวเด็ก พวงแก้มอิ่มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ลงมายังลำคอระหง
“คุณ คุณเขม” ดวงตากลมโตช้อนมองขึ้นมาด้วยแววตาที่วูบไหว ผิวแก้มเนียนละเอียดแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มแดงชุ่มชื้นเย้ายวน ที่เขารู้ดีว่ารสชาติมันหอมหวานเพียงไหน
“ผมตามหาคุณแทบพลิกแผ่นดินแต่คุณกลับมาหลบอยู่ใต้จมูกผม” เขมนันท์เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่วูบไหว
“คุณตามหาโรสทำไมคะ” เรียวคิ้วสวยยกขึ้นพร้อมเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย คืนนั้นเธอออกจากห้องเขาในตอนเช้าโดยไม่ได้เจอหน้าหรือบอกลาเพราะเขาไม่ได้อยู่ในห้อง
“คุณทำให้ผมติดใจ” เขาตอบเสียงเรียบ มือหนาร้อนผ่าวเหมือนถ่านร้อนลูบไล้ไปตามสะโพกกลมมนแล้วกดลงบนผิวเนื้อนุ่มอย่างยั่วเย้า ความวาบหวามแล่นผ่านทั่วสรรพางค์กาย
“คุณติดใจโรสหรือคะ แต่โรสไม่ได้ทำงานนั้นแล้ว” แววตาอวดดีแบบที่เขาชอบเปล่งประกายพร้อมริมฝีปากอิ่มเผยอออกเล็กน้อย ยั่วอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี
“หลังจากคืนนั้นคุณก็เลิกทำ?” คิ้วเข้มยกขึ้นเป็นเชิงถามเพื่อให้แน่ใจ เขาขยับเข้าไปชิดขอบโต๊ะระหว่างท่อนขาเรียวงาม พริมโรสหัวใจเต้นรัวแรงกลางกายร้อนรุ่มดั่งไฟ
“ค่ะ โรสทำแค่ครั้งเดียว”
“ถ้าผมจ่ายมากกว่าเดิมสองเท่าล่ะ?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามแววตาสีนิล ทอประกายเจ้าเล่ห์ท้าทาย ริมฝีปากหยักได้รูปยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนเสือร้าย ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นไปบริเวณท้ายทอยแล้วตรึงศีรษะเล็กไว้ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปใกล้
“คุณเขม” ริมฝีปากร้อนแตะลงบนกลีบปากอิ่มแผ่วเบา ความโหยหาในกายเขาที่วนเวียนกัดกินจิตใจของพริมโรสมาตลอด ทำให้เธอเผยอริมฝีปากปล่อยให้เขามอบจูบด้วยความเต็มใจ
หัวใจเต้นรัวแรงเมื่อริมฝีปากร้อนบดคลึงยั่วเย้าแล้วสอดเรียวลิ้นเข้ามาเกี่ยวพันดูดดึงอย่างเร่าร้อนเหมือนในฝัน กลางกายร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟแผดเผาสองเรียวขายกขึ้นเกี่ยวรัดรอบเอวสอบไว้
“อือ” สองแขนเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอเขาแล้วสอดฝ่ามือเล็กเข้าใต้เรือนผมนุ่มกดให้เขาเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น
เขมนันท์ยกร่างบางขึ้นเล็กน้อยเพื่อเลิกกระโปรงเนื้อนิ่มขึ้นไปไว้ที่เอวบาง ฝ่ามือร้อนดั่งไฟลูบไล้ต้นขาด้านในที่เนียนละเอียดดันให้ท่อนขาเรียวงามอ้าออกกว้าง เลื่อนขึ้นไปสัมผัสกลีบดอกไม้อวบอูมที่ฉ่ำชื้นจนเนื้อผ้าบางเบาสีขาวเปียกชุ่ม
“อ้าขาออกโรส” เขาก้มลงกระซิบใกล้ใบหูเล็กหากแต่น้ำเสียงเชิงออกคำสั่ง น้ำเสียงที่อยากได้ยินพร้อมลมหายใจที่ผ่าวร้อนกลิ่นกายที่หอมเซ็กซี่ยิ่งเร่งเร้าเผาไหม้ร่างบางให้ร้อนรุ่ม
“คุณเขม…แต่”
ท่อนขาเรียวงามพยายามหุบเข้าหากัน ใบหน้าสวยแดงจัดเพราะพิษความอยากใคร่ที่เป็นเหมือนกองไฟกำลังแผดเผาอยู่ข้างใน แววตาเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาหากแต่นี่มันเวลางานแถมที่นี่ยังเป็นโต๊ะทำงานของเขา
“คุณกำลังต้องการผม…โรส” ดวงตาสีนิลดำมืดสบกับดวงตากลมโตที่วูบไหว ดวงหน้ารูปไข่ที่ถูกเติมแต่งไว้แค่เพียงบางเบาเผยผิวเนียนละเอียดดั่งผิวเด็ก ริมฝีปากอิ่มแดงบวมเจ่อเผยอขึ้นเล็กน้อยเหมือนกวางน้อยที่กำลังอ้อนวอนร้องขอให้ต่อลมหายใจ
“คุณเขม โรส…”
พริมโรสอยากจะตอบเขาว่าใช่เธอกำลังต้องการเขา... ต้องการมาก...เพราะเขาอยู่ในความฝันที่เร่าร้อนทรมานเธอมาตลอดหนึ่งปีเต็ม เฝ้าคิดถึงกายแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีตัวนี้ คิดถึงความแข็งแกร่งภายใต้กางเกงผ้าตัวนี้ คิดถึงกลิ่นกายที่หอมเซ็กซี่แบบนี้ คิดถึงลมหายใจที่ผ่าวร้อนรินรดเวลาเขามอบจูบไปทั่วร่าง คิดถึงเสียงทุ้มต่ำครางเรียกชื่อเธอ ‘โรส’
“ตกลงรับไหม?”
