บท
ตั้งค่า

10# จอมวางแผน

“มึงเป็นอะไรกับพริมโรส” เสียงทุ้มถามขึ้นมาทันทีที่หมอปกรณ์เดินกลับมาที่โต๊ะ

“เอ๊ะ! แล้วมึงรู้จักโรสได้ไง” หมอปกรณ์ถามกลับไปพร้อมขมวดคิ้วเข้มสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

“เธอเป็นพนักงานในบริษัทพี่ปอ”

“อ้อ! โรสทำงานที่บริษัทพี่ปอเหรอ” หมอปกรณ์ถอนหายใจแรงก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม พริมโรสกับน้องขาดการติดต่อกับเขามาเป็นปีที่แท้เธอก็ทำงานอยู่ที่ คุณานนต์ พร้อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป นี่เอง

"ตกลงว่าไง?" เขมนันท์รุกถามเอารายละเอียดเสมือนเป็นเรื่องที่เขาจำเป็นต้องรู้ และต้องรู้เดี๋ยวนั้นเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบการรอ

“มึงนี่จริงๆเลย! โรสเป็นพี่สาวของคนไข้กู น้องสาวเธอไม่ค่อยสบาย”

“บอกรายละเอียดได้ไหม” เขมนันท์รุกต่อทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ เขาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อหมอปกรณ์ให้คำตอบไม่ทันใจ

“มึงจะอยากรู้ไปทำไม จรรยาบรรณของแพทย์ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของคนไข้ได้”

“กูไม่ได้ถามชื่อคนไข้! มึงแค่เล่าว่าเขาป่วยเป็นอะไร อันตรายมากไหม ต้องรักษายังไง มีโอกาสหายไหม แค่นั้นก็พอ!” เขมนันท์ร่ายยาวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สีหน้าท่าทางของเขาดูเหมือนจะไม่ยอมจบง่ายๆ หากหมอปกรณ์ไม่ยอมบอกรายละเอียดเขา

“มึงใช้คำว่าแค่นั้น...กับรายละเอียดที่มึงอยากได้แบบครบถ้วน?” หมอปกรณ์หัวเราะเพื่อนสนิทที่แสดงท่าทางอยากรู้เรื่องคนไข้ของเขาเกินความจำเป็น

“ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง ก็ค่อนข้างอันตรายถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและที่สำคัญมันต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง”

“แล้ว?” เขมนันท์ยกมือขึ้นกอดอก สีหน้าท่าทางอยากรู้มากขึ้นไปอีก

“คนไข้ไม่ได้มาหากูเป็นปีแล้ว ก็เลยไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนหมอหรือเปล่า แต่กูก็แปลกใจว่าทำไมไม่เคยเห็นโรสกับน้องที่โรงพยาบาลเลย นี่ก็จะครบปีแล้วมั้ง”

เขมนันท์นึกย้อนกลับไป นับจากวันที่เขากับพริมโรสพบกันจนถึงวันนี้ก็ประมาณหนึ่งปีพอดี และวันนี้เธอบอกกับเขาว่าที่เธอต้องทำงานนั้นเพราะเธอมีความจำเป็น หรือว่าเรื่องความจำเป็นของพริมโรสจะเกี่ยวข้องกับน้องสาวของเธอ

พริมโรสกลับมาที่โต๊ะด้วยความกังวลที่ติดอยู่ในใจ เธอไม่อยากจะพบเจอหรือเกี่ยวข้องกับคนที่เธอเคยรู้จักโดยเฉพาะคนที่สนิทสนมกับบ้านอิทธิการุณย์

หมอปกรณ์เป็นหมอที่รักษาและดูแลคัทลียามาตลอดเพราะเป็นหมอประจำครอบครัวอิทธิการุณย์ ทำให้เขาค่อนข้างสนิทสนมกับเธอและน้องสาว

แต่ตอนนี้เมื่อเธอได้ออกมาจากบ้านอิทธิการุณย์แล้ว เธอก็เลือกที่จะพาน้องไปรักษากับโรงพยาบาลรัฐบาลแทนเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาตัวของคัทลียาเองก็ยังไม่ได้มีอาการน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

จะมีก็เพียงอาการเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งคุณหมอก็จ่ายยารักษาตามอาการ แต่ช่วงหลังๆ มาเริ่มเธอเห็นว่าคัทลียาเริ่มเหนื่อยง่ายและทานข้าวได้น้อยลง หรือเธอจะพาน้องกลับไปให้หมอปกรณ์ลองตรวจดูอีกสักครั้ง

แต่จะว่าไปแล้วการได้เบอร์ของหมอปกรณ์มาก็อาจจะเป็นการดีเหมือนกัน เผื่อว่าวันข้างหน้ามีเรื่องที่อยากจะปรึกษาเขาเกี่ยวกับอาการป่วยของน้องสาวเธอ พริมโรสมองหน้าปัดนาฬิกาแล้วรู้สึกว่าได้เวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้ว

“พี่ฝนคะ โรสขอตัวกลับบ้านก่อนได้ไหมคะ” พริมโรสเดินเข้าไปบอกหัวหน้าของเธอซึ่งกำลังพูดคุยอย่างออกรสกับคุณดาริกาเลขาของท่านประธานซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอในที่ทำงาน

“แล้วโรสจะกลับยังไงคะ” พี่ฝนทิพย์ถามกลับมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่าพริมโรสอาศัยอยู่กับน้องสาวและพี่เลี้ยงของเธออีกคน มาทำงานด้วยรถไฟฟ้าหรือบางครั้งก็แท็กซี่

“ผมไปส่งน้องโรสเองครับ” ก้องภพเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งเพราะเขาดื่มไปค่อนข้างมาก

“ก้องขับรถไหวแน่นะ” ฝนทิพย์มองดูสภาพก้องภพแล้วดูไม่น่าไว้วางใจเพราะเขาดูค่อนข้างที่จะเมามากแล้ว

“ดาก็กำลังจะกลับพอดี เดี๋ยวดาไปส่งโรสให้” ดาริการับอาสาก่อนจะก้มหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความลงไปแล้วหันไปบอกลาฝนทิพย์

“พี่ก้องคะ โรสฝากไปส่งพลอยด้วยนะคะ” พริมโรสหันไปบอกก้องภพแล้วลาหัวหน้างานของเธอก่อนจะเดินกลับไปบอกพิมพ์พลอยแล้วเดินตามคุณดาริกาออกไปยังลานจอดรถ

เมื่อเดินออกมายังลานจอดรถบริเวณหน้าร้านคุณดาริกาบอกให้พริมโรสยืนรอสักครู่เหมือนกับว่าเธอกำลังรอใครสักคน

เพียงไม่นาน รถสปอร์ตคันหรู Maserati GranTurismo สีบรอนซ์เทาเข้มก็เข้ามาจอดตรงหน้าพริมโรส คุณดาริกาเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าออกแล้วพยักหน้าบอกให้เธอเข้าไปนั่งข้างใน

“คุณเขมอาสาไปส่งโรสแทนค่ะ” ดาริกาบอกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเวลาอยู่ที่ทำงาน

“คะ? อะไรนะคะ?

“จะให้รออีกนานไหม รถข้างหลังติดยาวไปเป็นกิโลแล้ว” เสียงทุ้มดังออกมาจากข้างในตัวรถและเสียงแตรจากรถคันข้างหลังเริ่มดังขึ้นเป็นจังหวะเร่งเร้าทำให้พริมโรสทำตัวไม่ถูก

ดาริกายิ้มให้กับเธอก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น พริมโรสต้องก้าวเข้าไปนั่งข้างในรถหรูทันทีอย่างเลี่ยงไม่ได้

“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” พริมโรสถามเขาทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไปบนท้องถนนสายหลัก

“มาหาเพื่อน” เขาตอบสั้นๆ

“ส่งโรสที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ” พริมโรสบอกเขาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ถามอะไร แล้วเขาจะไปส่งเธอที่บ้านได้ยังไงในเมื่อเขาไม่ได้รู้จักบ้านของเธอ

เขาไม่ได้ตอบหากแต่รถสปอร์ตคันหรูกลับขับผ่านสถานีรถไฟฟ้าที่เธอบอกไป พริมโรสได้แต่มองสถานีรถไฟฟ้าที่รถคันหรูวิ่งผ่านด้วยหัวใจเต้นรัว

“คุณจะพาโรสไปไหนคะ นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของโรสค่ะ”

เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอและไม่ได้ตอบคำถามทำให้พริมโรสได้แต่นั่งนิ่งจนรถเลี้ยวเข้ามาในคอนโดหรูที่พริมโรสจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมาที่นี่

“คุณพาโรสมาที่นี่ทำไมคะ”

“ผมบอกแล้วว่าผมติดใจคุณ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทำให้พริมโรสไม่กล้าขยับเมื่อรถหรูเข้าไปจอดในลิฟต์เพื่อนำรถยนต์ขึ้นไปจอดบนหน้าห้องพักแบบเพนต์เฮ้าส์สุดหรูใจกลางกรุง

“เข้าไปก่อน ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก”

“ถ้าคุณไม่เต็มใจ” เสียงทุ้มบอกก่อนจะดึงข้อมือเล็กให้เดินตามเข้ามาในห้อง

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องพักสุดหรูที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามมีรสนิยมซึ่งเธอเคยมาที่นี่เมื่อหนึ่งปีก่อน หัวใจดวงน้อยก็สั่นไหว โซฟาในห้องรับแขกยังคงเป็นตัวเดิมที่เขาเคยนั่งอยู่บนนั้นพร้อมเสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อลื่นมือ

คืนนั้นเขาเอนหลังพิงพนักของโซฟามองมาที่เธอในมือถือแก้ววิสกี้ แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าเธอมาทำอะไรในห้องนี้ ต่างจากคืนนี้ที่เธอกลับมายืนที่เดิมอีกครั้งด้วยหัวใจที่สั่นไหวและเต้นแรงกว่าคืนนั้นหลายเท่าตัว

“ไปอาบน้ำก่อน ผมให้คนเตรียมของใช้ไว้ให้แล้ว” เขายืนกอดอกมองเธอที่จ้องมองโซฟากลางห้องรับแขกด้วยความสนใจตั้งแต่เข้ามาในห้อง

“คุณวางแผนพาโรสมาที่นี่เหรอคะ”

“โรสจะกลับไปอาบน้ำที่บ้านค่ะ” พริมโรสบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

“เมาแบบนี้ไปอาบน้ำก่อนเถอะ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”

เขาบอกก่อนจะเดินไปกดปุ่มรีโมทเพื่อเปิดม่านออกมองเห็นวิวกรุงเทพยามค่ำคืนที่กำลังครึ้มฟ้าครึ้มฝนไม่ต่างจากคืนนั้น เสียงฟ้าร้องดังมาจากที่ไกลๆ และแสงสว่างวาบจากประกายสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่ห่าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel