บทที่ 2 กล้าเรียกฉันว่าอาเหรอ (3)
คำตอบของเพื่อนทำเอาอชิถึงกับนิ่งชะงัก ก่อนจะเดินตามยีนไปเงียบๆ พร้อมกับคิดคำนวณอะไรบางอย่างจนกระทั่งถึงรถ
“ฉันขอไปส่งยี่หวากับลูกที่บ้านเพื่อนก่อนนะ ค่อยไปส่งนาย”
อธิพยักหน้าเอากระเป๋าใส่ท้ายรถแล้วเดินมาคุยกับยี่หวา “ลูกชื่ออาเธอร์เหรอ” พร้อมกับมองเด็กน้อยที่ดูเป็นมิตรและยิ้มให้เขาตลอดด้วยความรู้สึกเต็มตื้นอย่างบอกไม่ถูก
“ค่ะ ลูกฉันชื่ออาเธอร์” ยี่หวาพยายามเน้นคำว่าฉันโดยไม่รู้ตัว
“ค่อยไปคุยกันบนรถ” ยีนบอกก่อนจะขึ้นรถเป็นคนแรก
“คุณนั่งเบาะหน้ากับคุณอาแล้วกันนะคะ”
“คุณนั่งเถอะเดี๋ยวผมนั่งกับอาเธอร์เอง” พูดจบเขาก็แย่งเด็กน้อยมาอุ้มและพาขึ้นเบาะหลังโดยที่ให้อาเธอร์นั่งที่คาร์ซีท
“ฉันจะนั่งกับลูกค่ะ” ยี่หวาโผล่หน้าเข้าไปในรถ แต่เมื่อคนที่เธอโวยวายใส่กลับนั่งหลับตาไม่คิดจะขยับ ทำให้เธอโดนอาตำหนิ
“จะโวยวายทำไม ทำเป็นเด็กไปได้ ขึ้นมานั่งหน้ากับอา”
ยี่หวาปิดประตูเดินหน้าบึ้งตึงขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ และเมื่อคนเป็นอาเคลื่อนรถออกก็ถามขึ้นทันที “ตกลงเรากับไอ้อธิไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เอ่อ...เจอกันครั้งเดียวค่ะ แต่นานมากแล้วค่ะ เพื่อนหนูเห็นเขาว่าหล่อดีเลยเข้าไปทัก หนูเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนคุณอา ว่าแต่เขาเป็นเพื่อนอาหนูก็ต้องเรียกเขาคุณอาเหมือนกันสินะคะ”
“นี่เด็กน้อย เธอกล้าเรียกฉันว่าอาเหรอ” คนที่นั่งหลับตามาตลอดทางพูดแทรกขึ้น ทำเอายี่หวาหันขวับ แต่ก็รีบหันกลับเมื่อเจอสายตาแพรวพราวแปลกๆ จนทำให้รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
“ก็คุณเป็นเพื่อนคุณอาไม่เรียกอาจะให้เรียกคุณตาหรือไงคะ”
“ตายิ่งห้ามใหญ่”
“นายห้ามยี่หวาได้แต่ห้ามอาเธอร์ไม่ได้นะโว้ย จงมารับรู้ความรู้สึกเวลาโดนเด็กๆ เรียกว่าคุณตาร่วมกับฉันซะดีๆ” ยีนหัวเราะอย่าอารมณ์ดี อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มีเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้ว
อธิหันไปมองเด็กน้อยวัยสองขวบกว่าเอานิ้วเขี่ยแก้มใสๆ นั้นแล้วอดใจไม่ไหวเลยโน้มตัวไปหอมฟอดใหญ่ “หลานนายนี่จะว่าน่ารักก็น่ารัก จะว่าหล่อก็หล่อ” เขาอดชมไม่ได้
“แม่เขาเคลมว่าหล่อเหมือนพ่อ คงจริงมั้ง”
“หล่อเท่าฉันไหม” อชิหมุนคาร์ซีทให้อาเธออร์มาหาตัวเองแล้วโน้มตัวเอาหน้าไปเทียบกับเด็กน้อย
“นายนี่จะเทียบแม้กระทั่งเด็ก...”
“ใครหล่อกว่ากัน” อธิเลิกคิ้วกดยิ้มเมื่อเห็นความตกใจของเพื่อน และยี่หวาก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มจะไม่ปกติจึงทักท้วง
“เอ่อ...ฉันว่าคุณนั่งดีๆ ดีกว่านะคะ คุณอาจะได้ขับรถได้สะดวก”
อธิยักไหล่หมุนคาร์ซีทกลับไปที่เดิม จากนั้นเขาก็นั่งเล่นนั่งคุยกับอาเธอร์ไปจนกระทั่งถึงบ้านของน้ำตาล ทุกคนลงจากรถ ยีนไปยกกระเป๋าผ้าและสัมภาระของหลานชายที่ไม่รู้หลานสาวขนอะไรมาบ้าง ในขณะที่อธิหมุนคาร์ซีทมาทางตัวเองแล้วเป็นคนอุ้มอาเธอร์ลงรถ “ผมช่วยอุ้มลูกเองคุณไปช่วยไอ้ยีนดูของท้ายรถเถอะ”
เมื่อโดนอย่างนั้นยี่หวาจึงรีบเดินอ้อมรถเพื่อจะแย่งลูกกลับ แต่ระหว่างนั้นเธอกลับโดนคนเป็นอายัดกระเป๋าผ้าใบใหญ่ให้ถือ และเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำตาลเดินออกมารับพอดี
“ยี่หวา...อาเธอร์มาแล้วเหรอ สวัสดีค่ะ” น้ำตาลยกมือไหว้คุณอาของเพื่อน
“สวัสดีครับ”
“ช่วยหิ้วกระเป๋าหน่อย” ยี่หวายื่นกระเป๋าผ้าให้เพื่อนไปถือแทน
“น้องอาเธอร์ล่ะ”
ยี่หวาพยักพเยิดไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังอุ้มและหยอกลูกชายของเธอ
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” น้ำตาลยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างงงๆ ปนสงสัย เมื่อมองหน้าเขาสลับกับลูกชายของเพื่อน “ใครแกอย่าบอกน่ะว่าพ่อของลูก”
“แกพูดอะไร เพื่อนอาฉัน” ยี่หวาที่จะไปเอาลูกคืนโดนเพื่อนรั้งเอาไว้มองค้อนอย่างเซ็งๆ เล็กน้อย
“จริงเหรอ ฉันขอโทษนึกว่าพ่อของลูกแก หน้าเหมือนกันมากจริงๆ นะ” น้ำตาลกระซิบกระซาบแต่ก็ไม่ได้เบามากจึงทำให้ทุกคนในที่นี้ได้ยิน
“ขอลูกฉันคืนด้วยค่ะ” ยี่หวาที่หลุดจากการรั้งของเพื่อนแล้วรีบไปรับลูกมาอุ้มแล้วเดินไปยืนข้างๆ น้ำตาล
“ถ้าจะกลับโทรบอกแล้วกัน เดี๋ยวอามารับ”
“ค่ะ” ยี่หวาฝากกระเป๋าสะพายอีกใบให้เพื่อน “ช่วยถือของหน่อย” จากนั้นก็เดินเข้าบ้านไปพร้อมกับน้ำตาล ไม่สนใจผู้ชายสองคนที่โบกมือลาลูกชายและลูกชายของเธอก็โบกมือตอบกลับ ทำให้ตอนนี้จึงเหลือแค่สองหนุ่มที่ยืนจ้องหน้ากันอยู่คนละฟากของรถ
“มองหน้าอยากหาเรื่องหรือไง” อธิถามอย่างท้าทาย
“ขึ้นรถเรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“เอาสิ รออยู่เหมือนกัน”
