สัมผัสแห่งความนุ่มละมุน - 3
พลอยชมพูลงจากรถและหยิบเงินจ่ายค่าโดยสารอย่างคุ้นชิน ก่อนจะเดินมาหยุดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง... บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่มีร่องรอยความเก่าไปตามกาลเวลาแต่กลับดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก บ้านหลังนี้คือหยาดเหงื่อแรงงานที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยความรักก่อนที่ท่านจะจากไป ตอนนี้มันจึงเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของเธอกับน้องสาว
"พี่พลอยกลับมาแล้วเหรอคะ"
เสียงใส ๆ ของมุกดาดังแว่วออกมาจากในบ้านที่เปิดไฟสีส้มสลัวไว้รอพี่สาว พลอยชมพูยิ้มออกมาทันที ความเหนื่อยล้าจากการนวดตลอดทั้งวันดูเหมือนจะจางหายไปเพียงแค่ได้ยินเสียงคนที่เธอสู้ทนทำงานหนักเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้
เธอก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของกับข้าวที่คุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก เป็นกลิ่นอาหารที่มุกดาตั้งใจทำรอไว้ให้พี่สาวเหมือนทุกวัน พลอยชมพูเดินตรงไปยังโต๊ะกับข้าวที่มีฝาชีครอบไว้
"หอมจังเลย...วันนี้ทำอะไรกินเนี่ย"
พลอยชมพูเอ่ยชมพร้อมกับวางถุงขนมหวานและผลไม้ที่แวะซื้อมาฝากน้องสาวลงบนโต๊ะข้าง ๆ กัน สายตาของเธอเหลือบมองไปที่จานอาหารที่วางอยู่ กับข้าวยังคงเต็มจานไม่มีร่องรอยของการตักกินเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นทำให้หัวใจของคนเป็นพี่เริ่มขรึมลง
"นี่มุกยังไม่ได้ทานข้าวเหรอ"
พลอยชมพูหันไปถามน้องสาวที่เดินเข้ามาหา ดวงตาคู่สวยฉายแววดุแกมเป็นห่วง เพราะเธอรู้ดีว่าคนป่วยอย่างมุกดาไม่ควรจะปล่อยให้ท้องว่างหรือทานข้าวผิดเวลา
"ก็มุกอยากรอทานพร้อมพี่พลอยนี่นา... วันนี้พี่พลอยกลับดึก มุกอุ่นกับข้าวรอไว้หลายรอบเลย"
มุกดายิ้มประจบพลางเข้ามาเกาะแขนพี่สาว พลอยชมพูเห็นความตั้งใจของน้องแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ความโกรธเคืองจางหายไปเหลือเพียงความสงสารและรักสุดหัวใจ เธอเอื้อมมือไปลูบหัวน้องสาวเบา ๆ
"คราวหลังไม่ต้องรอพี่ดึกขนาดนี้นะมุก ถ้าหิวก็ทานก่อนได้เลย เดี๋ยวโรคหัวใจจะกำเริบเอา... มา ๆ งั้นมาทานพร้อมกันเลย พี่ซื้อบัวลอยเจ้าอร่อยที่มุกชอบมาฝากด้วยนะ"
"ขอบคุณค่ะ พี่พลอยนี้รู้ใจมุกสุด ๆ ไปเลย"
พลอยชมพูมองร่างบอบบางของน้องสาวที่กำลังช่วยจัดจานข้าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความวิตก แม้มุกดา จะอายุสิบห้าปีแล้ว แต่ร่างกายกลับดูเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยสดใสบ่อยครั้งจะดูซีดเซียว และริมฝีปากที่บางครั้งก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำยามที่อาการกำเริบ
"มุกไปนั่งเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง" พลอยรีบดึงจานจากมือน้องสาว เพราะรู้ดีว่า โรคหัวใจและอาการหอบ ที่มุกดาเป็นอยู่นั้นรุนแรงแค่ไหน
สำหรับเด็กวัยนี้ การเล่นกับเพื่อนหรือการทำงานบ้านหนัก ๆ เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับมุกดา แค่เดินขึ้นบันไดบ้านหรือยืนทำกับเข้านานเกินไป ก็ทำให้เธอหายใจติดขัดและเหนื่อยหอบแล้ว พลอยจึงต้องคอยย้ำเสมอว่าห้ามทำอะไรที่เกินตัวเด็ดขาด
"มุกไม่ได้ทำอะไรหนักเลยค่ะพี่พลอย แค่เจียวไข่กับต้มจืดเอง" มุกดาส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้พี่สาวพลางทรุดตัวลงนั่งอย่างว่าง่าย "วันนี้ที่โรงเรียน...มุกไม่ได้ลงไปซ้อมกีฬากับเพื่อน ๆ ครูให้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนห้อง"
คำพูดซื่อ ๆ ของน้องสาวทำให้พลอยชมพูรู้สึกจุกในอก มุกดาเป็นเด็กฉลาดและรู้สถานะของตัวเองดี เธอพยายามไม่เป็นภาระให้พี่สาวต้องกังวล
"ดีแล้วจ้ะ...อีกนิดเดียวก็จะสอบ ตั้งใจเรียนนะมุก ส่วนเรื่องค่าเทอมกับค่าหมอ...ไม่ต้องห่วงนะ พี่จัดการได้"
พลอยชมพูเอื้อมมือไปกุมมือน้องสาวไว้แน่น แอบนึกถึงเงินห้าพันบาทในกระเป๋าที่ได้มาจากลูกค้าหนุ่มหน้าตาดีที่ดูเคร่งขรึมคนนั้น
"วันนี้พี่โชคดีมากเลยนะมุก พี่ได้ทิปมาเยอะเลยล่ะ" พลอยชมพูเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม พลางบีบมือน้องสาวเบา ๆ "เอาไว้วันเสาร์นี้เราไปกินชาบูกันนะ ร้านที่มุกเคยบอกว่าอยากกินน่ะ พี่เลี้ยงเอง"
มุกดาเบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น ใบหน้าที่เคยซีดเซียวดูมีเลือดฝาดขึ้นมาทันที "จริงเหรอคะพี่พลอย! พี่พลอยใจดีที่สุดในโลกเลย"
พลอยชมพูหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางดีใจเหมือนเด็กของน้องสาว ความสุขเล็ก ๆ ในบ้านไม้หลังเก่าทำให้เธอลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น แม้ในใจจะแอบเต้นแรงเมื่อใบหน้าคมคายของชายหนุ่มลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง แต่เธอก็รีบปัดมันทิ้งไป...เพราะสำหรับเธอตอนนี้ ความสุขของมุกดาสำคัญที่สุด
