บทที่ 7 : ราชโองการวาระสุดท้าย
ย้อนกลับไปห้าเดือนก่อนหน้า...
บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมฮ่องเต้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความเจ็บป่วย กลิ่นยาจีนขมปร่าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นธูปสมุนไพรราคาแพงที่ถูกจุดไว้เพื่อยื้อลมหายใจสุดท้ายของ ฮ่องเต้เซียวเฉิง องค์เหนือหัวผู้ประชวรเรื้อรังมานานแรมปี
รอบพระแท่นบรรทมทองคำ รายล้อมไปด้วยเหล่าขันทีและหมอหลวงที่ต่างก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความหวาดผวา ทว่าผู้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ชิดขอบพระแท่นมากที่สุด มีเพียง เซียวเหวินองค์ชายหกผู้มีพระพักตร์ซีดเผือด และ เซียวเหยียนชินอ๋อง กับ เซียวเฟิงจิ้งอ๋อง พระเชษฐาผู้มีใบหน้าสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม
บนพระแท่นบรรทม ฮ่องเต้เซียวเฉิงทรงพระวรกายผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พระเนตรลึกโหลจ้องมองบุตรชายทั้งสามสลับกันอย่างยากลำบาก พระหัตถ์ที่สั่นเทาเอื้อมไปคว้าชายฉลองพระองค์ของเซียวเหยียนไว้แน่น ราวกับต้องการพึ่งพิงที่พึ่งสุดท้ายก่อนสิ้นลม
"เซียวเหยียน..." เสียงแหบแห้งราดรดด้วยความเหนื่อยอ่อนดังขึ้น ฮ่องเต้ตรัสพึมพำถึงโอรสองค์โตที่สิ้นชีพในสนามรบไปเมื่อหลายปีก่อน "แคว้นของเรา... มอบไว้ในมือเจ้าแล้ว..."
เซียวเหยียนแย้มรอยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและนอบน้อมดังเช่นทุกครา เขาก้มศีรษะลงช้าๆ "ทูลเสด็จพ่อ ลูกจะดูแลแผ่นดินนี้ให้ดีที่สุด พระองค์ทรงวางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น ทว่าภายในแววตาสีดำสนิทของเซียวเหยียนกลับไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงประกายลึกล้ำบางอย่างที่ไหววูบราวกับเปลวเพลิงที่ถูกซ่อนไว้ใต้เถ้าถ่าน
ฮ่องเต้เซียวเฉิงทรงถอนหายใจยาวนาน ก่อนจะเบนพระเนตรไปยังองค์ชายเซียววินที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่ข้างกาย แม้พระองค์จะทรงรู้ดีว่าเซียวเหยียนมีสติปัญญาเฉียบแหลมและกุมกำลังทหารส่วนใหญ่ไว้ในมือจนน่ากลัวเพียงใด ทว่ากฎมณเทียรบาลและราชประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดถือกันมานับร้อยปีต่างหากที่ค้ำคออยู่
“โอรสของฮองเฮา... ย่อมเป็นผู้สืบราชบัลลังก์อย่างชอบธรรม”
กฎนี้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาทองคำเพื่อป้องกันการแย่งชิงบัลลังก์นองเลือดระหว่างเหล่าองค์ชาย เซียววินเกิดแต่ฮองเฮาผู้ล่วงลับ ส่วนเซียวเหยียนแม้จะเป็นโอรสองค์โตที่เกิดจากสนมเอกผู้ล่วงลับไปก่อนหน้า ย่อมไม่มีสิทธิ์ในตำแหน่งรัชทายาทตามกฎโบราณนี้อย่างเด็ดขาด
ฮ่องเต้เซียวเฉิงทรงฝืนเฮือกสุดท้าย ขยับพระวรกายขึ้นหยิบราชโองการสีทองที่ร่างเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ยื่นส่งให้ขันทีคนสนิทอัญเชิญขึ้นประกาศ
"ราชโองการสวรรค์... ประกาศทั่วหล้า!" ขันทีเฒ่าขานเสียงสั่นเครือ "ด้วยองค์ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนัก ใกล้เวลาเสด็จสู่สวรรคาลัย บัดนี้ทรงแต่งตั้งให้ องค์ชายเซียวหวิน พระโอรสในอดีตฮองเฮา เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ สืบทอดบัลลังก์มังกรสืบไป!"
เซียวหวินก้มลงโขกศีรษะรับราชโองการด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่น พระองค์ไม่เคยคิดฝันเลยว่าในวัยเพียงสิบห้าปี จะต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของแผ่นดินไว้บนบ่า
ท่ามกลางความเงียบงันและการคุกเข่าถวายบังคมของขุนนาง เซียวเหยียนเป็นผู้เดียวที่ยังคงยืนตรง โค้งคำนับให้พระอนุชาด้วยท่าทีนอบน้อมไร้ที่ติ รอยยิ้มบนมุมปากของเขายังคงนุ่มนวลและเป็นมิตร ทว่าในใจของเขากลับหัวเราะเยาะให้กับกฎมณเทียรบาลอันคร่ำครึนั้น
กฎระเบียบของบรรพบุรุษงั้นหรือ? บัลลังก์ที่ได้มาเพราะชื่อเสียงเรียงนามของฮองเฮา... ช่างเปราะบางเสียจริง
ในวินาทีที่ฮ่องเต้เซียวเฉิงสิ้นลมหายใจและเสียงร้องไห้ระงมดังขึ้นทั่วตำหนัก เซียวเหยียนรู้ดีว่าหมากกระดานนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาไม่ได้แยแสตำแหน่งฮ่องเต้ตั้งแต่แรก... เพราะสำหรับเขาแล้ว การเชิดหุ่นเชิดที่ไร้เดียงสาให้อยู่บนบัลลังก์ที่ล้อมรอบด้วยกองไฟ และค่อยๆ เผาทำลายเสาหลักของพวกมันทีละต้น ช่างเป็นเกมที่น่าสนุกและสะใจยิ่งกว่าการนั่งมองจากมุมสูงเสียอีก!
