บทที่ 5 : เสียงพิณสำราญบนซากกระดูก
เสียงดนตรีบรรเลงหวานซึ้งก้องกังวานไปทั่วศาลาชมจันทร์ภายในจวนชินอ๋อง สายลมยามค่ำคืนพัดพาเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาปะทะผิวกาย ทว่าภายในศาลาที่อบอวลไปด้วยควันกำยานหอมกรุ่นกลับอบอุ่นและคลาคล่ำไปด้วยความรื่นรมย์
เซียวเหยียน เอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้ยาวอย่างเกียจคร้าน ในมือถือจอกสุราชั้นเลิศที่หมักบ่มมานานนับสปีด ดวงตาคมกริบหลุบลงมองจอกสุราสีใสสะท้อนเงาจันทรา พลางโยกศีรษะตามจังหวะเสียงพิณโบราณที่นางรำและนักดนตรีหลวงขับกล่อมอย่างเพลิดเพลิน
เบื้องหน้าของเขา หญิงสาวรูปงามในชุดผ้าแพรสีแดงเพลิงกำลังร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงาม ท่วงท่าราวกับผีเสื้อโบยบิน ทว่าในใจของเซียวเหยียน ภาพที่ปรากฏกลับไม่ใช่ความงามตรงหน้า... หากแต่เป็นภาพกองเลือดและเสียงกรีดร้องโหยหวนจากลานประหารเมื่อยามเช้าต่างหาก
เสียงพิณบรรเลงขับเน้นท่วงทำนองให้เร้าใจขึ้นเล็กน้อย ชินอ๋องหนุ่มผู้เหี้ยมโหดแย้มรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างเปิดเผย บนใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่มีร่องรอยของความเคร่งเครียดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจราวกับผู้ที่เพิ่งปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งออกจากบ่า
หมากตัวสำคัญตระกูลอู๋... ถูกเขาเขี่ยทิ้งลงจากกระดานไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ตระกูลอู๋ที่คอยหนุนหลังตระกูลหลิวและคานอำนาจเขามานาน บัดนี้กลายเป็นเพียงผุยผงในหน้าประวัติศาสตร์ ความตายของพวกมันไม่เพียงแต่ตัดมือตัดเท้าของไทเฮาหลิวซูอิงจนพิการ หากแต่ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังขุนนางทั่วทั้งแผ่นดิน ว่าผู้ใดที่กล้าขวางทางเซียวเหยียนผู้นี้ จุดจบย่อมมีเพียงความตายที่ไร้หนทางหลีกหนี
"ดี... บรรเลงได้ดีมาก"
เซียวเหยียนเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม มือเรียวยาวโบกเบาๆ เป็นสัญญาณให้นางรำและนักดนตรีหยุดการแสดง ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้พวกนางถอยออกไปจนหมดศาลา ทิ้งให้เขาอยู่กับความเงียบสงบตามลำพัง
ชินอ๋องหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเดินไปที่ระเบียงศาลา ทอดสายตามองออกไปยามค่ำคืน ทิศที่มองเห็นลิบๆ คือเขตพระราชฐานอันโอ่อ่าที่ซึ่งตำหนักฉือหนิงตั้งอยู่
"ไทเฮาผู้สูงศักดิ์... ตอนนี้พระองค์คงกำลังนั่งไม่ติดเก้าอี้ด้วยความหวาดกลัวกระมัง?"
เซียวเหยียนหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูนุ่มนวลอบอุ่นดั่งมิตรแท้ ทว่ากลับเต็มไปด้วยจิตสังหารและกลิ่นอายความวิปลาส
หมากตระกูลอู๋ถูกเขี่ยทิ้งไปแล้ว เกมกระดานนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สนุกที่สุด เขากำลังรอคอยให้ไทเฮาและฮ่องเต้น้อยดิ้นรนขัดขืนอย่างสิ้นหวัง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ บดขยี้ความหวังทั้งหมดของพวกมัน ให้มอดไหม้กลายเป็นจุลไปพร้อมกับเพลิงแค้นที่สุมอกมานานปี!
