บทที่ 3 : ประกาศิตโลหิตกลางลานประหาร
แม้ว่าภายในตำหนักฉือหนิง ไทเฮาหลิวซูอิง จะทรงกริ้วโกรธและพยายามหาทางคัดค้านถึงที่สุดเพียงใด ทว่าอำนาจในมือของพวกนางในยามนี้ช่างเปราะบางดั่งภาพวาดบนกระดาษสาที่ถูกสายฝนสาดซัด
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ลานประหารนักโทษหลวง ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝนสีเทาปกคลุมไปทั่วสารทิศ ลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิวเนื้อจนเยือกเย็นยะเยือก เสียงกรับไม้สามครั้งดังขึ้นกังวานท่ามกลางความเงียบงัด เป็นสัญญาณเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมนองเลือดที่ทั้งเมืองหลวงต่างจับตามอง
ธงอาญาสิทธิดำสนิทสะบัดไหวตามแรงลม ขุนนางตระกูลอู๋นับร้อยชีวิตถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กหนาหนัก ทุกคนต่างถูกบังคับให้นั่งคุกเข่าเรียงรายบนพื้นดินแฉะน้ำค้างแข็ง ดวงตาของแต่ละคนเหม่อลอยและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
บนระเบียงสูงเหนือลานประหาร เซียวเหยียนชินอ๋องผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแคว้น ประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างใจเย็น เบื้องหน้ามีโต๊ะน้ำชาจัดวางไว้อย่างประณีต เขายกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดพระเนตรภาพเบื้องล่างด้วยแววตาที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น บนริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูอบอุ่นและเป็นมิตร ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนีบหนาวไปถึงกระดูกดำ
ร่างของขุนนางชราตระกูลอู๋ผู้เคยเรืองอำนาจ บัดนี้เส้นผมยุ่งเหยิง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคราบโคลน เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองบุรุษบนระเบียงด้วยความแค้นเคืองสุดชีวิต ก่อนจะแผดเสียงตะโกนลั่นลานประหาร
"เซียวเหยียน! เจ้ามันมารร้ายผู้กระหายเลือด! เจ้าใช้อำนาจในมือบีบบังคับฝ่าบาท ทำลายล้างผู้จงรักภักดี สักวันหนึ่ง ผลกรรมย้อนกลับไปสนองเจ้าแน่!"
เสียงกู่ร้องด้วยความคับแค้นสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าเซียวเหยียนมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงส่งสัญญาณ
เปรี้ยง! เสียงปืนใหญ่บอกสัญญาณและเสียงประทับตราอาญาดังขึ้นพร้อมกัน
"ลงมือ!"
คมดาบเล่มโตนับสิบถูกเงื้อขึ้นสูงท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆเพียงน้อยนิด ก่อนจะฟาดฟันลงมาพร้อมกันในคราเดียว!
ฉับ!
โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนแผ่นดินจนกลายเป็นสีเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงกรีดร้องและเสียงเหล็กกระทบพื้นที่จะค่อยๆ เงียบสงบลง เหลือไว้เพียงร่างไร้วิญญาณนับร้อยที่นอนเรียงรายจมกองเลือด
การคัดค้านของไทเฮาและฮ่องเต้น้อยไร้ซึ่งผลลัพธ์โดยสิ้นเชิง ราชโองการที่ประทับตราด้วยพระหัตถ์ของฮ่องเต้เซียววินเมื่อวานนี้ คือใบประกาศิตที่ขุดหลุมฝังกลบตระกูลอู๋และตอกย้ำความไร้อำนาจของตระกูลหลิวอย่างแท้จริง
เซียวเหยียนวางจอกชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรายตามองลานประหารที่นองด้วยเลือดครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างช้าๆ
ตระกูลอู๋เป็นเพียงก้าวแรก... หมากตัวต่อไปบนกระดานนี้ กำลังรอเวลาถูกกวาดล้างให้สิ้นซากเช่นกัน
