บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 - 2

เขาเพ่งมองดุภาพที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยสายตาพิจารณาแล้วก็บอกกับตัวเองว่า ภาพนี้ไม่สามารถจะบอกถึงความเป็นตัวตนอันแท้จริงของจูอี้ได้เลย ดูมันจะมีเงาอยู่มาก แต่แววตาหยิ่ง ๆ แววที่เขาสอนให้เธอสร้างมันขึ้นปรากฏอยู่ ส่วนเคนนั้นเล่า แม้เบอรี่ไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และแน่นอนที่เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองปรารภออกมาดัง ๆ เขาก็ยังเห็นว่า ภาพของเคนในยามนี้ช่างสว่างามเสียเหลือเกิน แม้จะเห็นอยู่อย่างชัดเจนว่า เขาแก่กว่าจูอี้มาก รอยยิ้มของเขานั้นเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะโดยแท้ เป็นรอยยิ้มที่พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรดยิ่งนัก

“เหมือนรอยยิ้มของกษัตริย์ ที่เพิ่งเสด็จกลับมาจากสงคราม” เขาพึมพำอยู่กับตัวเอง

เบอรี่ผุดลุกขึ้นยืนอย่างทันทีทันใด ไม่ได้ให้ความสนใจในตัวลินเลยแม้แต่น้อย เมื่อเดินลงไปยังห้องทำงานของเขาซึ่งอยู่ชั้นล่าง เขาดึงลิ้นชักหนึ่งของตู้เอกสารออกและหยิบแฟ้มที่ด้านหน้าเขียนไว้ว่า “จูอี้ เจ.” ออกมาวางลงบนหลังตู้นั้น และเปิดออกพลิกดูภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ภายในทั้งภาพสีโฆษณาเต็มหน้า ภาพการเดินแฟชั่นต่าง ๆ และภาพที่เป็นปกนิตยสารทั้งของโว้ค, ทาวน์ แอนด์ คันทรี่, ฮาร์เพอร์ บาซารร์, เกลเมอร์ และอื่น ๆ

เขาเป็นคนแรกที่ได้ถ่ายภาพของเธอ เขาคือคนที่ปลุกปั้นเธอขึ้นมา สร้างเธอขึ้นมาจากความเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งได้เป็นนางแบบชั้นผู้นำประสบความสำเร็จ เขารู้สึกถึงความโกรธที่กำลังแล่นริ้ว ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว ปิดแฟ้มนั้นลง เดินกลับขึ้นบันไดไปชั้นบน เขายังไม่ต้องการให้ลินเกิดความสงสัยว่า เขาลงไปทำอะไรข้างล่างนั่น และตั้งคำถามต่าง ๆ นานาขึ้นมายั่วโมโหเล่น

ลินกำลังนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ตอนที่เขาเดินกลับเข้าไปในห้องสตูดิโอ เธอปรายตามองหน้าเขาผ่านขนตาปลอมเป็นแผงที่ใส่ไว้ ย่นจมูกล้อ ๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า

“สงสัยอึไม่ออกมาอีกแล้วสินี่” ผลุดลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างระเหี่ยระโหย เมื่อเบอรี่กลับทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง เมื่อเห็นเขาไม่ตอบ เธอก็เลยเข้าไปมนห้องแต่งตัว นวลเนื้อตรงช่วงสะโพกไหวระริกตามจังหวะของการก้าวเดิน

“คนอย่างผมนี่ มันต้องต่อสู้เพื่อชีวิตอยู่เรื่อยเลยจริง ๆ” เบอรี่เอ่ยขึ้นราวจะยอมรับต่อความจริงที่กำลังปรากฎอยู่ และยังพยายามต่อสู้เพื่อที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ให้มั่น

“คุณน่ะเรอะ ที่ต้องต่อสู้” ลินซึ่งชะงักอยู่ตรงแค่ประตู เอี้ยวหน้ามาถาม “คุณแน่ใจหรือว่า ตัวเองไม่ใช่ประเภทเสือใบน่ะ”

ดวงตาที่จ้องมองหน้าเธออยู่ในยามนี้ เต็มไปด้วยแววแห่งความดุร้ายอย่างไม่ต้องการจะปิดบัง แต่ทว่าความโกรธของเขาดูจะไม่ทำให้ลินสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแต่ทำปากยื่น แล้วก็ส่งจูบมาให้เขา ทั้งนี้เพราะเธอมั่นใจในเสน่ห์ทางเพศอันมหากาฬของตนเอง และมั่นใจในอำนาจที่ตัวเองมีอยู่เหนือผู้ชายคนนี้อย่างเต็มที่ และแล้วเธอก็หายร่างเข้าไปในห้องแต่งตัวนั้น

เบอรี่คว้าแก้วไวน์ขึ้นมาถือ กรอกเข้าไปในปากอึกใหญ่ ไม่เคยมีใครให้ความสนใจกับความโกรธของเขาอย่างจริงจังเลยสักคน มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติธรรมดาอะไรที่นางแบบสักคนหนึ่งจะเอื้อมมือมาขยี้หัวหยิก ๆ ของเขาเล่นทั้ง ๆ ที่ขำลังอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างที่สุด และเขาก็ไม่อาจจะทำใจแข็งโกรธผู้หญิงคนไหนได้ลงเลย นับแต่เริ่มเดินได้ เขาก็เรียนรู้ที่จะชื่นชมมบูชาในตัวผู้หญิงเสียแล้ว โดยเริ่มจากแม่เป็นคนแรก

แต่ออกจะโชคร้ายอยู่สักหน่อย ที่แม่เป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้ ที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างผู้ชายคนหนึ่งเช่นที่เขาปรารถนาจะได้เป็น แต่ทว่า เขาก็สูญเสียแม่ไปเป็นเวลานานแล้ว

เขามองดูหนังสือพิมพ์ฉบับที่โยนลงกับพื้น คอลัมน์สังคมคนดังนั้นดูจะลอยเด่นขึ้นมาให้เห็นอยู่ ภาพและเรื่องราวของจูอี้ มาดาเนสกับ เคน แม็คเลย์ผู้โชคดีคนนั้น อันที่จริงเขาก็พอจะรู้อยู่เหมือนกันว่า เธอเป็นเพื่อนกับเคน แต่มันไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไรที่จะทำให้เขาเชื่อได้เลยนี่ว่า จูอี้ครุ่นคิดเรื่องการแต่งงานอยู่ในใจ แอดเดรียนเองก็คงจะต้องมีความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเช่นเดียวกันแน่... “ไม่โกรธก็ให้มันรู้ไปวะ...” เขาคำรามออกมาเบา ๆ

เขาหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขึ้นมาพับอย่างประณีตเอาวางไว้บนกองแม็กกาซีนข้างเก้าอี้ เป็นครู่ที่เขาเหม่อมองดูผนังสีขาวของห้องสตูดิโอแห่งนี้ เคาะนิ้วอยู่กับเท้าแขนไม้ของเก้าอี้ตัวหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ พยายามที่จะครุ่นคิดตัดสินใจให้ได้ว่าควรจะต้องทำอะไรต่อไป

อันที่จริง การที่จูอี้จะตัดสินใจแต่งงาน มันก็เป็นเรื่องเลวร้ายพออยู่แล้ว แต่ที่มันร้ายหนักยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เพราะเหตุใดเธอจึงต้องเลือกแต่งกับเจ้าหมอเคน แม็คเลย์คนนั้นด้วย

เคน แม็คเลย์เป็นมนุษย์ผู้ชายคนเดียวในโลกที่เบอรี่เกลียดชังยิ่งกว่าใคร เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่เขาจะยืนมองดูเฉย ๆ และปล่อยให้จูอี้แต่งงานกับมันไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่คิดจะทำอะไรเลยแน่...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel