บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 - 1

เอ็มม่า ทัลบอท พยายามที่จะดัดไหล่ข้างที่ปวดร้าวอยู่กับพนักเก้าอี้ล้อเลื่อนที่บุไว้ด้วยแผ่นหนังแข็ง ๆ แต่ทว่า ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ในที่สุดก็ต้องปล่อยให้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นหลุดร่วงลงจากตัก เธอเชิดศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีเทาขึ้นจ้องมองดูสเตฟานี่ นางพยาบาลประจำตัว ผู้ซึ่งกำลังเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นอิฐริมสนาม เช้าวันนี้ท่าทางขิงสเตฟานี่ดูไม่เหมือนกับผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นนางพยาบาลเท่าไรนัก เพราะเธออยู่ในกางเกงขาสั้นกับเสื้อคอถ่วง และหยุดชื่นชมกับความงามของดอกแพนซีที่อยู่ในกระถางซึ่งตั้งไว้เป็นระยะ ๆ

สเตฟานี่หันกลับมา ปัดปอยผมสีน้ำตาลสลวยที่เคลียอยู่กับช่วงไหล่ ให้ลงไปอยู่ทางด้านหลัง

“ตีดิฉันสิคะ มิสเอ็มม่า”

ฝ่ามือเรียวเล็กของเอ็มม่าชูขึ้นเหนือเสื้อเนื้อเนียนนุ่มสีขาว ฟาดเผียะลง

“บางทีนะ ฉันอยากจะเค้นคอเคนให้ตายไปเลย” เธอกล่าว “ใคร ๆ ก็รู้ว่า ฉันมีความสามารถที่จะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้ได้ ด้วยความช่วยเหลือของชาร์ลส์กับพวกคนรับใช้นั่น เคนไม่จำเป็นจะต้องหาเมียใหม่เลย ไม่ว่าเขาจะกลับมาจากคลินิกหรือโรงพยาบาลฉันก็รอต้อนรับเขาอยู่ที่บ้านนี่แล้ว ฉันพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับคนไข้แต่ละคนของเขา เวลาที่เขาพูดอะไรตลก ๆ ฉันยังหัวเราะไปด้วยเลยนะ” เธอมองดูสเตฟานี่ซึ่งกำลังโน้มร่างลงเก็บหนังสือพิมพ์ขึ้นมาถือไว้ “เธอคงไม่รู้จักเซรีน่าใช่ไหมล่ะ เมียคนแรกของเคนเขาน่ะ”

สเตฟานี่สั่นศีรษะ

“ไม่หรอกค่ะ ดิฉันมาอยู่ทีหลัง”

“แม่นั่นน่ะเป็นผู้หญิงที่ยุ่งวุ่นวายที่สุด ชอบทำท่าอย่างกับว่าบ้านหลังนี้เป็นของตัวอย่างนั้นแหละ ฉันน่ะไม่ได้เสียใตเลยแม้แต่นิดตอนที่เขาตาย”

“ที่จริง จูอี้เป็นผู้หญิงที่สวยมากนะคะ” สเตฟานี่พูดอย่างปลอบโยน

“ก็แน่ละสิ เพิ่งจะอายุแค่ 22 เท่านั้นนี่” เอ็มม่าย่นจมูกใส่สเตฟานี่ซึ่งอายุ 23 ปี “อ่อนกว่าเคนตั้ง 16 ปี เห็นชัด ๆ ว่า แต่งเพราะเห็นแก่เงินของเขา”

“แต่เขาก็เป็นคนดีมากคนหนึ่งนะคะ มิสเอ็มม่า”

“ก็แกล้งทำเป็นดีไปอย่างนั้นนะสิ...เจ้าค่ะ มิสเอ็มม่า...ขอบคุณค่ะ มิสเอ็มม่า...ให้ดิฉันเอาเสื้อคลุมมาสวมให้ไหมคะ มิสเอ็มม่า วันนี้รู้สึกปวดไขข้อบ้างหรือเปล่าคะ มิสเอ็มม่า”

เอ็มม่าพ่นลมออกมาทางจมูกอย่างดูหมิ่น แน่นอนไอ้โรคไขข้ออักเสบนี่มันต้องรบกวนเธอแน่ และมันก็ปวดของมันอย่างนี้เสมออยู่แล้ว และบางครั้งเธอก็รู้สึกมึนงงในสมองจนจำอะไรแทบไม่ได้ เธอรู้ว่าตัวเองแก่มากแล้ว และเมื่อคนเราแก่ตัวลง มันก็เป็นธรรมดาที่โรคภัยไข้เจ็บจะต้องติดตามมา

เธอประจงลูบไล้ระบายตรงข้อมือ แต่จนถึงทุกวันนี้เอ็มม่าก็ยังภาคภูมิใจในบุคลิกลักษณะของตนเอง เธอต้องการให้เคนมองเห็นว่าเธอสวยเสมอในทุกครั้งที่เขากลับมาถึงบ้าน เธออาจจะแก่แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ตายนี้

“ฉันไม่มีวันที่จะยอมตายง่าย ๆ หรอก” เธอกัดฟันพูด “ถ้าเคนแต่งงานกับจูอี้จริง ๆ แม่นั่นก็จะต้องอยู่ในตำแหหน่งที่สองรองจากฉัน ถ้าเขาต้องการที่จะอยู่อย่างเป็นสุข ก็ควรจะต้องพอใจกับการอยู่ในตำแหน่งที่สองนั่น แต่ถ้าไม่พอใจ...”

เธอสะอึกไป สเตฟานี่ก้มหน้าลงมองอย่างตกใจ

“ดิฉันไปเอายามาให้ก่อนดีกว่านะคะ”

ยาอีกแล้ว...เอ็มม่ารู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมา เธอไม่สามารถจะพูดคุยสนทนาจนจบ โดยที่จะไม่มีใครสักคนคอยให้บาเพื่อระงับอารมณ์ได้เลย จริง ๆ แล้ว เธอไม่ต้องการให้ใครมาคอยปรนนิบัติถึงขนาดนี้ อยากจะให้ตัวเองได้มีสมองที่ปลอดโปร่งแจ่มใส อยากจะคิดค้นหาหนทางที่จะยับยั้ง ไม่ให้เคนแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นให้ได้

เอ็มม่ายื่นมือออกไปยังกระถางต้นไม้ด้วยความยากลำบาก ทั้งช่อแพนซีสีม่วงเข้มออกมาได้ช่อหนึ่ง และฉีกจะละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ในตอนบ่ายของวันเดียวกันนั้น ภายในห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง มีบุคคลผู้หนึ่งซึ่งสนใจต่อข่าวการหมั้นหมายระหว่างเคน แม็คเลย์กับจูอี้ มาดาเนสอย่างมาก กำลังพิจารณาดูรูปที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะตัดมันสอดลงในซองจดหมาย

จูอี้ มาดาเนสเป็นผู้หญิงสาวที่สวยบาดใจ ยังสาวมากเสียด้วย น่าเสียดายนักถ้าเธอจะต้องตายลง

จูอี้อ่านข่าวการหมั้นของตัวเธอเองในค่ำวันนั้น ขณะที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ฝ้าใบบนดาดฟ้าเล็ก ๆ ของอพาร์ตเม้นท์ในบีเวอรี่ ฮิลล์ ข้อความที่ประกาศหมั้นนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันในความเป็นจริงทุกประการ และเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการด้วย และแล้วเธอก็ต้องถามตัวเองว่า มันจะเป็นการปลอดภัยต่อความรู้สึกของตัวเองหรือไม่ ถ้าเธอจะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือความเป็นจริง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel