บทที่ 4 - 1
เบอรี่ แลนซิ่ง อ่านข่าวการหมั้นครั้งนี้ ขณะที่เขากำลังดื่มไวน์อยู่กับลินผู้ช่วยคนใหม่ ดอกไม้ตะวันออกดอกเล็ก ๆ ผู้ซึ่งเพิ่งจะมาปรากฏตัวขึ้นที่สตูดิโอของเขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง และเรียกร้องแกมบังคับให้เขาได้สอนเธอในทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีความรู้ และนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของเธอ ด้วยวิธีต่าง ๆ ตามที่เธอคาดคั้น
ขณะนี้ สาวน้อยผู้นั้นกำลังอ่อนระโหยโรยแรงกับการที่จะต้องทำงานอยู่ในห้องมืด 3 ชั่วโมง ตามด้วยการเสพย์สมอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม และขณะนี้ เธอกำลังนอนเปลือยร่างอยู่บนเก้าอี้พักผ่อน
“ชิท...” เบอรี่ร้องอุทานออกมา “จูอี้กำลังจะแต่งงานกับเคน แม็คเลย์แล้วหรือนี่”
ลินสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเขาสบถออกมา ไวน์ในแก้วกระฉอกลงบนหน้าที่ว่างเปล่าเปลือย 2-3 หยด เธอใช้ฝ่ามือปาดมันออก
“แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้พบกับคุณจูอี้ มาดาเนสผู้แสนงามจนหาใครเปรียบไม่ได้คนนั้นเสียทีล่ะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเยาะหยัน ดวงตาเรียวยาวเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ดูจะหรี่เล็กลงกว่าเดิม เมื่อเห็นเขาไม่ยอมตอบ “เป็นอะไรไปล่ะ เบอรี่ นี่คุณคิดจะเคี้ยวนางแบบทุกคนที่เข้ามาอยู่ในสังกัดของคุณให้หมดเลยอย่างนั้นเรอะ”
เบอรี่คำรามออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตนเองไว้ด้วยความยากยิ่ง เมื่ออยู่ที่นี่ เขาจำเป็นจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เขาไม่จำเป็นที่จะต้องเล่าให้เธอฟังถึงเหตุผลที่บังเกิดความโกรธเคืองขึ้นมา เขาควรจะลดน้ำเสียงลงอีกสักเล็กน้อย อย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะออกไปจากที่นี่
“พวกนางแบบน่ะมักจะพูดติดปากกันเสมอเลยว่า ถึงแม้จะแต่งงานแล้วก็ยังจะยึดอาชีพนางแบบต่อไปเรื่อย ๆ” เขาพูดอย่างระมัดระวัง “แต่ยังไม่ทันไรเลยก็เกิดท้องขึ้นมาเสียแล้ว หรือไม่พ่อผัวสุดที่รักก็ยื่นเท้าเข้ามายุ่ง แล้วปฏิเสธว่า ไม่มีทาง เขาไม่มีวันยอมให้เมียมาเปิดเผยร่างกายให้ผู้ชายคนอื่นดูแน่ และจูอี้ก็เป็นนางแบบชั้นยอด...ยอดจริง ๆ โครงสร้างของรูปร่างเหมือนการ์โบไม่มีผิด ผิวพรรณยังงี้ต่อให้อายุ 80 ก็ไม่มีวันย่น ยังเดินแบบได้สบายอีกตั้ง 10 ปี อาจจะกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ เชอรีล ทีกส์ ไม่มีทางที่จะเปรียบเทียบกับจูอี้ได้เลย”
“โอ...คุณจูอี้ผู้โชคดี” ลินพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสี
“อย่าหึงไปหน่อยเลย อีหนู” เบอรี่เลิกคิ้วใส่เธอ “ผมไม่ได้เอาเขาหรอก”
“สงสัยคุณคงไม่เคยจีบยายคนนี้เลยสินะ”
เขายิ้มกว้าง แม้ว่าสีหน้าจะราวกับสวมหน้ากากไว้
“เคยสิ ผมต้องรักษาประวัติของตัวเองไว้ให้มั่นคงนี่”
ตอนที่ลินพบกับเบอรี่ใหม่ ๆ นั้น เธอ...ก็เช่นกับคนอื่น ๆ คือคิดว่าเขาเป็นเกย์ ราวกับว่าน้ำเสียงที่แหลมเล็กกับเรือนร่างที่ผอมบางยังเป็นปัญหาที่ไม่เพียงพอ เขายังมีใบหน้ารูปหัวใจ ริมฝีปากสีแดง เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกสลวย หูค่อนข้างกาง กับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนอีกด้วย นอกจากนั้นทั้งมือและเท้าก็เล็กตามรูปร่างและเรียวงาม ท่าทางของเขาเหมือนปีเตอร์ แพน เวลาพูดก็เหมือนทิงเกอร์เบลล์ ซึ่งบิดาผู้เป็นช่างเครื่องของบริษัทเครื่องบินแห่งหนึ่งมักเปรียบเปรยอยู่เสมอ ความเห็นของพ่อกับเบอรี่ไม่เคยตรงกันเลย แต่กระนั้น ด้วยคำสั่งของยีนส์ เขาก็ยังมีส่วนสูง 5 ฟุต 4 นิ้ว เหมาะสมกับสัดส่วนของเรือนร่างที่เขามีอยู่
โดยปกติแล้ว เบอรี่เป็นคนที่มีอารมณ์แจ่มใสร่าเริง ยอมรับในรูปร่างของตน และมักจะแต่งตัวอย่างวิลิสมาหราอยู่เสมอ ซึ่งเหมาะสำหรับการโฆษณาตัวเองยิ่งนัก แต่ทว่า ความขัดแย้งกันระหว่างรูปร่างลักษณะพฤติกรรมของเขา มักจะสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้หญิงบางคนอยู่มาก และบางคนก็ผวาเข้าสู่เตียงนอนของเขาก่อนที่จะทันเดาได้ด้วยซ้ำว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น อย่างเช่นลินเป็นต้น
แต่ทว่า เหตุการณ์เช่นนี้ มิได้รวมจูอี้ โจฮันเซ่นเข้าไว้ด้วย เธอบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ให้ตายสิ คุณน่าจะได้เห็นจูอี้ ตอนที่แอดเดรียนพาเขามาที่นี่ครั้งแรก ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุ 20 เท่านั้นละ รูปร่างสูงระหง ขาเพรียวสวยทีเดียว มีใบหน้าชนิดที่สามารถจะถ่ายภาพได้จากทุกมุมเลย ท่าทางติดจะหยิ่ง ๆ สักหน่อย ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำให้เขาพร้อมสำหรับการที่จะอยู่หน้ากล้อง” น่าแปลกนัก ที่จนเมื่อเขาได้อัดรูปเหล่านั้นออกมาแล้ว เบอรี่จึงสังเกตเห็นดวงตาของเธอ มันมีแววเศร้า ๆ ฉายแสงอยู่ ขัดแย้งกับท่าทางเฉยเมยที่เธอแสดงออกอยู่ตลอดเวลาอย่างฉกาจ