บทที่ 2 - 1
เบอร์ทิส เดลอน กำลังทำสีหน้ากระบึงกระบอน คิ้วบาง ๆ ขมวดเข้าหากัน
“นี่...เธอแน่ใจกับไอ้กางเกงทรงกระบอกนี่จริงๆน่ะหรือ” เธอเอ่ยถามขึ้น
“แน่ใจสิ” แอดเดรียนกล่าวตอบ “เธอใส่แล้วสวยออก” ขณะเดียวกันก็พูดกับตัวเองอยู่ในใจว่า...กับตะโพกอย่างนี้ จะใส่อะไรให้มันสวยได้เล่า อย่างไรก็ตาม ในเมื่อลูกค้าเพิ่งจะจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้าสำหรับการไปท่องเที่ยวทางทะเลตั้ง 4,000 เหรียญ เจ้าของร้านซึ่งเป็นนักออกแบบด้วยย่อมจะต้องกล่าวคำชมเป็นธรรมดา แม้ว่าจะต้องกัดฟันชมก็ตามที
แต่จะเป็นด้วยกรณีใดก็ตาม มันก็ไม่ใช่ความผิดของเบอร์ทิสหรอกที่อารมณ์ของเธอจะไม่แจ่มใสเอาเสียเลยในวันนี้
นิน่า เดลอน ส่งยิ้มอย่างปลอบโยนให้ลูกสะใภ้
“เบอร์ตี้ ไม่ว่าหนูจะใส่อะไรก็สวยทั้งนั้นละน่า” เมื่อได้รับคำรับรองอีกครั้ง เบอร์ตี้ก็หายตัวเข้าไปทางเบื้องหลังฉากที่ใช้ลองเสื้อ
สตรีทั้งสาม ได้ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง สำหรับการที่เบอร์ตี้จะมาลองเสื้อเพื่อที่จะใช้ใส่ในขณะท่องเที่ยวในเมติเตอร์เรเนียน ทั้งนิน่าและแอดเดรียนต่างเหน็ดเหนื่อยไปตามกัน บัดนี้เมื่อการลองเสื้อได้สำเร็จเสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งสามคนก็มานั่งพักอยู่ตรงโซฟาตรงมุมห้องลองเสื้อขนาดใหญ่ พร้อมด้วยกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้า
นิน่าหยิบบุหรี่ก้นกรองสีทองออกมาจุดสูบ เอนร่างพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคู่สีน้ำตาลฉลาดเฉลียวจับอยู่ที่ใบหน้าของแอดเดรียน
เอาละ... คงจะถึงเวลาแล้วละสิ... แอดเดรียนคิดอยู่ในใจ
“ฉันได้ยินมาว่าจูอี้จะแต่งงานกับเคน ทัลบอท” นิน่าเอ่ยขึ้น “สงสัยว่าเธอคงรู้ข่าวมานานแล้วสินะ”
แอดเดรียนวางถ้วยกาแฟกับจานรองลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มสดใสฉาบอยู่บนใบหน้า
“จูอี้เขาบอกให้ฉันรู้สักอาทิตย์หนึ่งได้แล้วละค่ะ มันเป็นข่าวที่น่าชื่นชมจริง ๆ เลยนะคะ”
“จูอี้...ใครกันน่ะ” เบอร์ทิสยื่นหน้าออกมาจากฉากเปลี่ยนนเสื้อผ้า
“ก็จูอี้ มาดาเนสไงเล่า” มารดาสามีถอนหายใจ “เขาเป็นนางแบบ เป็นเด็กอยู่ในความดูแลของแอดเดรียนเขา” เมื่อเบอร์ทิสหดศีรษะเข้าไปในฉากแล้ว นิน่าก็ระบายควันสีเทาออกมา หันหน้าไปหาแอดเดรียนอีกครั้ง “เธอเป็นคนค้นพบเขาไม่ใช่หรือคะ ที่รัก”
“ค่ะ เมื่อ 2 ปีมาแล้ว”
สองปีผ่านไป ที่แอดเดรียนได้ใช้ความพยายามทุกประการที่จะให้เคนได้มองเห็นเธอในรูปโฉมใหม่ ถ้าปราศจากการช่วยเหลือของเธอแล้ว ป่านนี้จูอี้จะเป็นอย่างไร ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่จะเป็นอะไรอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ได้เลย
“ฉันไม่ยักคิดว่าเคนจะแต่งงานใหม่อีกครั้ง” นิน่าพูดยิ้ม ๆ “เซรีน่าเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก...น่ารักจริง ๆ” ดวงตาของเธอหรี่ลง “เอ...ถ้าจะว่ากันตามความจริงแล้ว ฉันยังเคยคิดเลยนะว่าเธออาจจะสนใจในตัวเคนบ้าง”
“จริง ๆ น่ะหรือคะ” แอดเดรียนเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน มันเป็นสำเนียงที่บอกถึงการปฏิเสธโดยแท้ การที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่เคยมีใครระแวงสงสัยเลยว่า นับแต่วันที่เซรีน่าเสียชีวิตลง เธอได้รอคอยโอกาสอยู่ แสดงบทบาทของความเป็นเพื่อนสนิทของเคนบ้าง และในบางครั้งบางคราวก็เป็นคู่เชยของเขาด้วย เพียงแต่ว่า เธอพยายามที่จะไม่ทำให้เขามีความรู้สึกว่า ตัวเองกำลังถูกผูกมัด หรือกำลังถูกล่อให้เข้ามาติดกับอยู่เท่านั้น
“พูดถึงเคน” แอดเดรียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วอยู่อย่างสงสัย “คือเมื่อวันก่อนฉันไปทานอาหารกลางวันกับคลอเดีย บอร์ดแมน ที่คาเฟ่ โรดิโอ รู้สึกว่าเขาสวยขึ้นมากทีเดียวนะคะ ดูเหมือนเขาจะไปทำเฟซ ลิฟท์ มาใช่ไหมคะ”
ปรากฏว่าเธอสามารถจะเปลี่ยนความสนใจของนิน่าได้สำเร็จ
“โอ๊ย...เรื่องนั้นน่ะ ฉันไม่แปลกใจหรอก เพราะถึงยังไงมันก็ถึงเวลาที่สมควรจะทำได้แล้ว” เธอขมวดคิ้วกับภาพสะท้อนของตัวเองที่ปรากฏอยู่ในกระจกเงา และแล้วก็ใช้หลังมือข้างหนึ่งเชยคางของตัวเองขึ้น พร้อมกับหันเสี้ยวหน้าด้านข้างให้แอดเดรียนดู “จริง ๆ แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังคิดจะไปทำอยู่เหมือนกัน หรือเธอมีความเห็นว่ายังไงคะที่รัก”
“โอ...ยังอีกหลายปีอยู่หรอกค่ะ” แอดเดรียนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พยายามบังคับสายตามิให้มองดูรอยแผลเป็นสีขาวที่ปรากฏอยู่ตรงใต้หูทางด้านขวาของนิน่า ซึ่งรอยแผลเป็นนี้จะสามารถเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวกับใบหน้าของผู้นี้ให้ทุกคนรู้ได้