บท
ตั้งค่า

บทที่ 1

จุดต่อไปที่เขาแวะไปเยี่ยมคือแผนกกุมารเวชศาสตร์ ซึ่งที่ตึกนั้น มีผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นเด็กหญิงอายุ 13 เดือน มีกำหนดที่จะเข้ารับการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น และทางโรงพยาบาลเพิ่งจะรับตัวเข้ามาเพื่อทำการตรวจสภาพร่างกายก่อนที่จะทำการผ่าตัด ในช่วงสัปดาห์แรกๆของการปฏิสนธิ ขณะที่ร่างกายของเด็กหญิงกำลังพัฒนาและเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์มารดา กระดูก 2 ชิ้นที่จะต้องเจริญขึ้น จากด้านในของช่องปากทั้งสองด้าน เพื่อที่จะก่อรูปขึ้นเป็นเพดานนั้นเกิดไม่เชื่อมต่อกัน จึงทำให้เกิดช่องโหว่ขึ้นระหว่างเพดานกับริมฝีปาก

ซึ่งพรุ่งนี้ เคนจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อที่จะเย็บเพดานปากให้ติดกัน และเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เขาก็จะต้องทำศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก และภายหลังจากนั้นแล้ว ถ้าการเปล่งเสียงพูดของเด็กหญิงยังมีปัญหาอยู่ เขาก็จะต้องทพการผ่าตัดเพื่อให้เด็กหญิงสามารถพูดได้สะดวกขึ้นต่อไป

ขณะที่โน้มร่างอยู่เหนือเตียงคอก เคนเอื้อมมือไปลูบคลำศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมดกดำหยักสลวย ดวงตาของแคททาลิน่าเบิกโพลงขึ้น และทำเสียงหัวเราะอืออาอยู่ในลำคอ เคนกลืนก้อนแข็ง ๆ ในลำคอลง พยายามที่เตือนตัวเองอยู่ในใจว่า...นายน่ะถ้าจะเปรียบก็เหมือนช่างตัดเย็บคนหนึ่ง เพียงแต่ตัดเย็บเนื้อหนังของคนแทนที่จะเป็นผ้าเท่านั้น

เมื่อหันกลับมาจากคอกเตียงอันนั้น เขาก็ยิ้มให้กับผู้หญิงคนที่เป็นมารดาของแคททาลิน่า ยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเธอเบา ๆ

“สักวันหนึ่ง อีกไม่นานนี้แหละ แคททาลิน่าจะต้องเติบโตเป็นสาวสวยเช่นเดียวกับแม่ของแกทีเดียวครับ” น้ำเสียงของเขาคล้ายจะเป็นการยืนยันด้วยความเชื่อมั่นในฝีมือของตนเองอยู่

สายตาของหญิงสาวที่มองมานั้น ราวกับเขาเป็นเทพบุตร แต่แล้วแววกังวลก็เข้ามาแทนที่

“เอ้อ...เรื่องเงินที่จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายน่ะคะ คุณหมอ” เธอพูดอย่างอึดอัดใจ “ดิฉันไม่ทราบว่า...”

“มีใครพูดกับคุณเรื่องเงินหรือครับ” เคนเอียงคอถามอย่างสงสัย

“ยังไม่มีหรอกค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้นก็เลิกห่วงได้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการผ่าตัดนี่ ทางมูลนิธิจะเป็นผู้ออกให้ครับ”

“แล้วดิฉันจะขอบคุณเขาได้ยังไงกันล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัย

“ไม่เป็นไร ผมจะขอบใจเขาแทนคุณให้” เขามองไม่เห็นที่จะต้องเล่าให้เธอฟัง เหตุผลที่เขาไม่เคยบอกให้ผู้ป่วยรายใดทราบมาก่อนว่า เขาเองคือผู้ที่บริจาคเงินให้กับมูลนิธินั้น

เธอมีท่าทางลังเลไป แต่ในที่สุดก็ยิ้มอาย ๆ ก่อนที่จะกล่าวกับเขาว่า

“เห็นใคร ๆ เขาพูดกันว่า คุณหมอกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งสวยมาก เธอเป็นนางแบบด้วย”

“ใช่ครับ เขาสวยมากจริง ๆ” เคนตอบรับ

“ดิฉันคิดว่า เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดเลยนะคะ”

“ขอบคุณ ผมคิดว่าตัวเองก็เป็นคนโชคดีเหมือนกันที่จะได้แต่งงานกับเขา”

ขณะนี้ มีผู้ป่วยอีก 14 รายที่กำลังรอเขาอยู่ที่คลินิก ซึ่งตั้งอยู่บนถนน วิลเชอร์ โบลีวาร์ด ทั้งเลขานุการ นางพยาบาล และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานแพทย์ต่างก็แสดงความยินดีด้วย ตอนที่เขารีบรุดเดินเข้าทางประตูทางด้านข้าง เลขานุการของเขาได้กางหนังสือพิมพ์ แอล.เอ. ไทม์ ไว้บนโต๊ะทำงานให้แล้ว เคนยิ้มให้เธอ รู้สึกค่อยคลายเหนื่อยลงบ้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อนอกออก หยิบเสื้อคลุมแพทย์สีขาวมาสวมทับ กวาดสายตามองดูข่าวนั้นผ่าน ๆ อดคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่า ในเมื่อมีข่าวลงตีพิมพ์อยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์เช่นนี้ มันก็จะต้องเป็นความจริง

มีข้อความที่เกี่ยวกับครอบครัวทัลบอท ปรากฏอยู่หลายย่อหน้า ทั้งนี้เพราะหนังสือพิมพ์พร้อมที่จะฉวยโอกาสรายงานเกี่ยวกับความเคลื่อนไหลของบุคคลในตระกูลนี้อยู่แล้ว

นอกจากรายงานเกี่ยวกับบุคคลในตระกูลทัลบอทแล้ว ผู้สื่อข่าวก็ยังรายงานรายละเอียดทุกประการของงานเลี้ยงรับรองงานหมั้นที่เวอร์จิเนีย ทัลบอท สแตรง ได้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ มา เมซอง ตามมาด้วยรายชื่อของแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน ซึ่งเคนมิได้สนใจที่จะอ่านข้อความในตอนนี้ เพราะยังมีงานรอมืออยู่ เขาพับหนังสือพิมพ์เอาวางไว้ด้านหนึ่งของโต๊ะทำงาน ก่อนที่จะกดปุ่มเครื่องอินเทอร์คอมและกรอกเสียงลงไปว่า

“เริ่มส่งคนไข้เข้ามาได้”

จากนั้น เขาก็ก้าวฉับ ๆ ไปยังห้องตรวจ 1 ดึงแฟ้มประวัติของผู้ป่วยออกมาจากราวที่แขวนไว้ ตรวจตรารายละเอียดคร่าว ๆ ฮัมเพลงที่ไร้ทำนองอยู่ในลำคอไปพลาง

แม้จะอยู่ในภาวะเร่งรีบ ซึ่งก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน แต่มาร์เซียนางพยาบาลประจำคลินิกก็รออยู่ จนเมื่อเขาอ่านรายงานประวัติผู้ป่วยเสร็จลงแล้ว จึงได้แสดงความยินดีกับเขาอีกครั้ง

“จูอี้เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากทีเดียวค่ะ” เธอกล่าวรอยยิ้มเกลื่อนอยู่บนใบหน้าบอกว่า เธออยู่ในวัยกลางคนแล้ว

“ครับ”

“มีอะไรผิดปกติไปอย่างนั้นหรือคะ” มาร์เซียเป็นนางพยาบาลที่ตาแหลม พอที่จะหยั่งรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในความคิดของนายแพทย์ผู้เป็นนายจ้างได้

ดูเหมือนเขาจะใช้ความพยายามอยู่ ก่อนที่จะยิ้มกว้างให้เธอ

“ท่าจะเป็นโรคระแวงละมัง เอาเป็นว่า เวลานี้ผมได้จูอี้มาอย่างที่ใจต้องการแล้ว แต่ก็เกิดกลัวขึ้นมาว่าเขาจะเปลี่ยนใจเสียแล้วน่ะสิ”

“มันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้นะ เพราะหมอกับเขาเหมือนเกิดกันคนละศตวรรษนี่ ก็เหมือนแจ๊คกับฉันนั่นแหละค่ะ”

“นั่นสินะ”

“เอาอย่างนี้ดีกว่านะคะหมอ” มาร์เซียหลิ่วตาให้ขา “ถ้าจูอี้เขาทิ้งหมอไปจริงๆละก้อ ช่วยบอกให้ฉันรู้หน่อยนะคะ เพราะตอนนี้ฉันเบื่อหน้าแจ๊คเต็มทีแล้วเหมือนกัน”

เขาพยายามฝืนหัวเราะออกมา แต่อาจจะเป็นเพราะความเชื่อถือในโชคลาง เคนอดตำหนิตัวเองไม่ได้ว่า เขาไม่ควรที่จะเอ่ยถึงความหวาดหวั่นที่เกิดอยู่ในใจออกมาเป็นคำพูดเลย โดยปกติแล้ว เขามิใช่คนที่ชอบมองอะไรในแง่ร้าย แต่นับตั้งแต่วันที่จูอี้ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกับเขา มันก็เริ่มมีความคิดเช่นนี้ติดข้องอยู่ในใจ ว่าการแต่งงานจริง ๆ อาจจะไม่มีวันเกิดขึ้น มันน่าจะต้องมีอะไรสักอย่างที่เข้ามาทำลายแผนการนั้น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel