เป็นนางที่ผิดมาตั้งแต่แรก
สองมือเล็กปาดน้ำตาออกจากแก้มอยู่หลายครั้ง ทว่าหยาดน้ำตายังคงหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ลี่หยางพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ในลำคอเพราะไม่อยากให้ใครมาได้ยิน แค่นี้นางก็ไม่มีหน้าออกไปพบผู้ใดแล้ว หากเรื่องที่นางแอบมาร้องไห้แพร่ออกไปรังแต่จะทำให้ผู้คนสมเพช
กว่าหยาดน้ำตาจะแห้งเหือดเวลาได้ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ร่างบางถึงได้ลุกขึ้นยืนเพื่อออกไปพบหน้าสาวใช้
“ข้าเพียงพูดความจริง เจ้าถึงกับแอบมาร้องไห้เชียวหรือ” ร่างสูงที่กอดอกยืนพิงประตูถามขึ้นมา
“ท่านรองแม่ทัพ ท่านมาได้ยังไงกัน”
“หากไม่มีเรื่องสำคัญ มีหรือข้าจะมาหาเจ้าถึงที่เรือนนอน” พูดขณะก้าวเข้ามาใกล้ พอเห็นนัยน์ตาแดงกล่ำของหญิงสาว เหวินซู่หลงจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาแล้วยื่นให้นาง
“นี่ท่าน”
“อย่าคิดว่าข้าพิศวาสเจ้า สภาพเจ้าในตอนนี้ช่างดูไม่ได้”
“มาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามสามี หลังจากรับเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเอาไว้
“อีกไม่กี่วันข้างหน้าข้าต้องไปออกรบ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่อย่าได้ก่อเรื่องเป็นอันขาด ในฐานะที่เจ้าเป็นฮูหยิน เจ้าต้องดูแลจวนสกุลเหวินเปรียบดั่งชีวิตของเจ้า”
“ข้ารู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวล ต่อให้ข้าต้องตายข้าจะไม่มีทางทิ้งจวนเอาไว้แน่” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่แพ้กัน
“ก็ดี” พูดจบได้หันหลังขวับกลับไป
“บางทีข้าก็คิดว่าท่านยังมีความรู้สึกดี ๆ ให้ข้าอยู่บ้าง แต่บางทีท่านก็ใจร้ายกับข้า มันทำให้ข้าสับสน”
ครั้นได้ยินคำพูดของร่างบางเขาถึงได้หยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป
“ระหว่างเจ้ากับข้าต่อให้ต้องเกิดใหม่อีกกี่ชาติก็ไม่อาจร่วมเดินกันได้ เอาไว้ให้ข้ากลับจากสนามรบเมื่อใดข้าจะเขียนใบหย่าให้เจ้า แต่ก่อนจะถึงวันนั้นเจ้ายังต้องทำหน้าที่ดูแลจวน”
“ท่านเคยถามความต้องการของข้าบ้างไหม ว่าข้าต้องการหย่าหรือไม่ เหตุใดท่านถึงเอาแต่พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่ได้”
“ใช่ว่าข้าเพิ่งเป็นเช่นนี้เสียเมื่อไร ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วก่อนที่เจ้าจะแต่งเข้ามา สิ่งที่เจ้าปรารถนาไม่มีทางเป็นจริง แต่เจ้ายังยืนกรานที่จะแต่งเข้ามา การกระทำเช่นนั้น ของเจ้า เจ้าเคยถามความเห็นข้าหรือไม่” เขาย้อนกลับไป ทำให้หลัวลี่หยางทำได้เพียงกำหมัดเข้าหากัน
“หากข้ารู้ว่าท่านจะเย็นชาไร้หัวใจ ข้าคงไม่แต่งเข้าจวนสกุลเหวินตั้งแต่แรก เป็นท่านเองมิใช่หรือที่ยื่นไมตรีให้ข้าก่อน”
“ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้ตรงนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าพูดมาเมื่อครู่ล้วนเป็นเจ้าที่คิดไปเอง”
“เป็นข้าที่คิดไปเองอย่างนั้นหรือ” เอ่ยทวนคำพูดของเขาด้วยความรู้สึกหน่วงอยู่ในใจ
“ตั้งแต่ที่เจ้าแต่งเข้าจวนมา ข้ายังไม่เคยแตะต้องตัวเจ้า พอกลับถึงเมืองหลวงเจ้ายังสามารถหาสามีสูงศักดิ์ได้ดังเดิม”
“ข้าไม่เคยมีความคิดอยากแต่งงานกับบุรุษสูงศักดิ์”
“นั่นสินะ เพราะเจ้าไม่ต้องการเจ้าถึงได้ให้บิดาของเจ้ามาบีบบังคับแม่ทัพบ้านนอกอย่างข้าไปเป็นสามี” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอยู่ในที
“แค่เพราะว่าข้าอยากแต่งงานกับคนที่ข้ารัก ข้าถึงได้ทำแบบนั้น แต่ผู้ใดจะรู้ว่าท่าน...ชิงชังข้ามากถึงเพียงนี้”
“เจ้าบีบบังคับผู้อื่นในสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ นั่นไม่ต่างอะไรกับการที่เจ้าบังคับให้ข้าขาดอากาศหายใจ”
“เหวินซู่หลง”
“อย่าเรียกชื่อข้าอีก เจ้าไม่คู่ควร” พอพูดประโยคนี้จบ ร่างสูงเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้คนฟังเข่าอ่อนจนทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ที่แท้เป็นข้าที่บังคับท่านสินะ”
หลังจากนั้นไม่นานรองแม่ทัพเหวินได้เดินทางออกรบทิ้งให้ฮูหยินอย่างหลัวลี่หยางอยู่ที่จวนกับบ่าวในจวน จนเวลาผ่านไปร่วมเดือนก็ยังไร้ซึ่งวี่แววว่าเขาจะกลับมา
