
บทย่อ
ยามที่นางต้องการอ้อมกอดจากชายคนรัก เขากลับหยิบยื่นสิ่งนั้นให้ลู่จื่อเหยาที่เปรียบเหมือนหอกคอยทิ่มแทงนาง แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นลี่หยางยังคงรักเหวินซู่หลงอยู่ดี นางยอมทิ้งชีวิตของตัวเองเพื่อคนผู้นี้อย่างโง่เขลา กว่าจะตกผลึกคิดได้ก็ตอนที่กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณ ว่าต่อให้นางพยายามทุ่มเทยอมสละทุกสิ่งเพื่อเขาสักเท่าใด เขาก็ไม่มีวันรักนาง ชาติก่อนนางยอมเสียสละตัวเองเพื่อเขาจวบจนสิ้นลมหายใจ ชีวิตนี้นางไม่ขอรักบุรุษผู้นั้นอีก
ด้วยเรื่องแค่นี้
ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้ตระกูลขุนนางน้อยใหญ่สลับผลัดเปลี่ยนกันทำโรงทานแจกจ่ายอาหารแก่ชาวบ้านผู้ยากไร้เพื่อบรรเทาความหิวโหย ด้วยจำนวนคนที่มากเกินกว่าที่ได้คาดการณ์เอาไว้ทำให้ชายหนุ่มที่เป็นเพียงขุนนางเล็ก ๆ ที่แม้จะได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพมาครอบครอง แต่ได้เพียงตำแหน่งมาเบี้ยหวัดรายปีที่ได้มีไม่เพียงที่จะสามารถแจกทานได้ครบสามวันตามคำสั่งของเบื้องบน ด้วยเรื่องนี้ทำให้เหวินซู่หลงเครียดจนแทบกินอะไรไม่ลง
ลี่หยางมองเห็นใบหน้าตึงเครียดของสามีนางรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ท่านพี่”
“เจ้ามีอะไรงั้นหรือ เหตุใดถึงได้มาหาข้า” เขาถามฮูหยินของตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักใจกว่าที่เคย ยามเห็นสมุดบัญชีที่ร่างบางถือมาด้วย มองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ว่าต้องมีเรื่องต้องจับจ่ายออกไปอีกตามเคย
“ตอนนี้ที่จวนของเรามีเงินอยู่ไม่ถึงห้าร้อยตำลึง หากนำเงินส่วนนี้ไปชื้อของเพื่อทำอาหารให้ชาวบ้านเกรงว่าสกุลเหวินของเราคงลำบากเสียเอง”
“แต่ฝ่าฝืนพระราชโองการมีโทษประหาร เรื่องนี้เจ้าไม่รู้รึ” ไม่วายตำหนิหญิงสาว
“เพราะข้ารู้ ข้าถึงได้มาหาท่าน”
ด้วยคำพูดอวดดีของคนตรงหน้าทำให้เหวินซู่หลงมองหน้านางไม่วางตา นางเป็นเพียงสตรีตัวเล็ก ๆ มีหรือจะสามารถแก้ปัญหาใหญ่เช่นนี้แทนเขาได้ ในเมื่อนางโพล่งปากออกมาเสียดิบดี เขาอยากรู้นักว่านางจะจัดการเช่นไร
“เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมาเถิด อย่าได้เวิ่นเว้ออยู่เลย”
“เรื่องเงินท่านพี่ไม่ต้องกังวล ข้ามีตั๋วเงินอยู่ห้าพันตำลึง ข้าได้นำไปแลกเป็นเงินแล้วบางส่วน พวกเราสามารถแจกจ่ายอาหารได้ตามพระราชโองการแน่นอน”
“เจ้าเอาเงินตั้งมากมายมาจากไหน” แทนที่เขาจะเอ่ยปากชมนางที่สามารถทำให้เขาคลายกังวลได้ ทว่ากลับถามคาดคั้นแทน จนหลัวลี่หยางเริ่มรู้สึกน้อยใจ
“ตระกูลหลัวของข้านอกจากจะเข้ารับตำแหน่งขุนนางแล้วยังค้าขายอีกด้วย ก่อนที่ข้าจะแต่งออกจากจวนพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง”
“เจ้าจะบอกว่าเจ้านำเงินเก็บของเจ้าออกมาเพียงเพราะว่าเรื่องแค่นี้น่ะหรือ”
“เรื่องแค่นี้อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นท่านบอกข้าสิเจ้าคะว่าท่านหาทางออกได้แล้ว ลำพังเงินที่ได้จากตำแหน่งรองแม่ทัพของท่านมีหรือจะพอใช้จ่ายภายในจวน”
“นี่เจ้าดูถูกข้างั้นหรือ” ร่างสูงเริ่มมีน้ำโหที่โดนดูถูก เขาไม่ได้มาจากตระกูลผู้ดีและไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ไม่มีทางยอมให้ใครมาดูถูกเป็นอันขาด
“ข้าไม่ได้ดูถูกท่าน ข้าเพียงแค่พูดความจริงก็เท่านั้น”
“นั่นสินะ คุณหนูสูงศักดิ์อย่างเจ้าไม่ควรลดตัวมาแต่งงานกับข้า เรื่องนี้ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้ว”
“ข้าไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ ที่ข้าแต่งให้ท่านเป็นเพราะรักท่าน ไม่ได้มีเหตุผลอื่น”
“ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้า แค่นี้ก็มีเรื่องให้คิดมากพอแล้ว”
“เรื่องโรงทานท่านพี่ไม่ต้องกังวล ข้าจะจัดการเอง”
“ไม่ต้อง! ข้าไม่ต้องการใช้เงินของเจ้าแม้แต่อีแปะเดียว”
“ท่านรองแม่ทัพ”
“มีอะไร!” เขาหันขวับถามบ่าวคนสนิทที่โผล่มาไม่รู้จักเวล่ำเวลา
“แม่นางลู่ขอพบท่านขอรับ”
“นางมาแล้วหรือ” เหวินซู่หลงน้ำเสียงเปลี่ยนไปต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
ลี่หยางที่เห็นท่าทางดีใจของสามีได้แต่กำหมัดแน่น ใช่ว่านางไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนเป็นเช่นไร แต่จะทำอันใดได้เล่า นางเป็นเพียงฮูหยินที่แต่งเข้าเรือนมาโดยที่เขาไม่ได้ยินดีต่างจากลู่จื่อเหยาที่เขาชอบพอนาง
“ฮูหยิน เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“แต่ว่าข้ามีเรื่องที่”
“ข้าบอกให้กลับไป เจ้าไม่ได้ยินรึ” รองแม่ทัพหนุ่มสวนขึ้นทันควัน ไม่รั้งรอให้นางพูดจนจบประโยคเสียด้วยซ้ำ
เหวินซู่หลงรีบออกไปรับแขกทิ้งให้หลัวลี่หยางยืนนิ่งค้างอยู่ตามลำพัง
