5 การกลั่นแกล้ง
พานเยี่ยนซินตั้งใจวาดภาพอย่างสุดฝีมือ ปรากฏเป็นภาพของนกยูงรำแพนท่ามกลางต้นดอกเหมยสีชมพูสดใส ภาพนกยูงสองตัวเคียงข้างกันวิจิตรงดงามยิ่งนัก ราวกับมีชีวิต อีกทั้งสีสันที่ใช้ก็สวยงามเข้ากันเป็นอย่างดี
“ตายจริงคุณหนูห้า ภาพของท่านงดงามเหลือเกิน” ท่านหญิงตานอิง ธิดาจวนอ๋องที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ห่างกันนัก มองภาพของตนเองแล้วเปรียบเทียบกับภาพของคุณหนูห้าก็หดหู่ใจนัก
“ขอบคุณท่านหญิงตานอิงเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะได้มองภาพของท่านหญิงตานอิงได้ชัดเจน “ของท่านหญิงก็งดงามเช่นกันเจ้าค่ะ”
“เฮ้อ... อย่าพูดเลย” ซูตานอิงมองไปยังเสด็จย่าของตนเอง ครั้นเมื่ออีกฝ่ายผินพระพักตร์ไปทางอื่น นางก็แกล้งทำน้ำชาหกใส่ภาพของตนเอง “ตายแล้วจวงกงกง ผลงานของข้าคงส่งให้พระพันปีทอดพระเนตรไม่ได้แล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะ” จวงกงกงเดินมาถึง น่าเสียดายที่จับมิได้คาหนังคาเขา ท่านหญิงผู้นี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก
ซูตานอิงส่งยิ้มให้จวงกงกงแล้วหันกลับมาชื่นชมภาพของคุณหนูพานต่อ
“คุณหนูพาน... ภาพนั้น...”
“ได้เจ้าค่ะ... หากประกวดเสร็จแล้วข้าจะขายให้ท่าน” พานเยี่ยนซินรู้ดีว่านางต้องการสิ่งใด
“ดี!”
ในอีกฟากหนึ่ง ผู้คนก็ชื่นชมภาพของไป๋ซูเอ๋อ เหล่าคุณหนูแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ไป๋ซูเอ๋อวาดเป็นกิ่งหลิวและนางแอ่นคู่ ใช้สีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อารมณ์ของภาพสื่อถึงความอ่อนโยนและนอบน้อมราวกับกิ่งหลิวที่ลู่ลม
“เจ้าว่าภาพของคุณหนูไป๋หรือคุณหนูพาน ของใครงดงามกว่ากัน” หนึ่งในคุณหนูพูดขึ้น
“ข้าชอบสีสันในภาพของคุณหนูพาน พวกเจ้าดูสิ ภาพนกยูงที่นางวาดออกมางดงาม” คุณหนูผู้นั้นหยุดแล้วจึงเอ่ยต่อ “จริงสิ ข้านึกออกแล้วว่านกยูงตัวนี้เหมือนกับสิ่งใด”
“เหมือนกับสิ่งใดงั้นหรือ”
“ก็ปิ่นปักผมของพระพันปีอย่างไรเล่า ดูสิ”
“จริงด้วย... เหมือนกับของพระนางจริง ๆ ราวกับว่ามันมีชีวิตเลย”
“ไม่หรอก ข้าคิดว่า...ภาพของคุณหนูพานสีสันฉูดฉาดเกินไปจนแสบตา ผู้ที่ชนะในวันนี้ควรจะต้องเป็นคุณหนูไป๋อย่างแน่นอน เรียบง่ายและอ่อนโยน”
ภาพวาดของทั้งสองคนเป็นที่โต้เถียงกันของเหล่าคุณหนู พานเยี่ยนซินฟังแล้วก็มั่นใจว่าในวันนี้ตนจะต้องเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน ผู้เป็นบุตรสาวมองไปยังที่นั่งของมารดา อีกฝ่ายพยักหน้าให้ พานเยี่ยนซินเห็นสีหน้าที่ผ่อนคลายของท่านแม่ นางก็ผ่อนคลายไปด้วย
เมื่อหมดเวลา จวงกงกงก็กล่าวเชิญให้คุณหนูทุกท่านเดินกลับไปนั่งที่
“เอาล่ะ หมดเวลาแล้ว ขอให้สาวใช้ของคุณหนูทุกท่านนำภาพของเจ้านายตนเองขึ้นมาส่งเพื่อให้พระพันปีและองค์รัชทายาทพิจารณาตัดสิน”
ในหมู่ของสาวใช้และนางกำนัล สายตาของพานเยี่ยนซินมองไปยังอาเสว่ อีกฝ่ายยิ้มให้เจ้านายตนเองอย่างภาคภูมิใจ แต่เมื่อมองเลยอาเสว่ไปนั้นเป็นสาวใช้ของไป๋ซูเอ๋อ จู่ ๆ พานเยี่ยนซินก็มีลางสังหรณ์แปลก ๆ อีกฝ่ายมองไปยังคุณหนูของตนเอง พานเยี่ยนซินหันไปมองตาม พวกเขาส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้แก่กัน
สาวใช้ของไป๋ซูเอ๋อเดินนำหน้าอาเสว่ของนาง เพราะเจ้านายของนางอยู่ถัดไปอีกสองสามแถว ในขณะที่อาเสว่กำลังเดินมาที่โต๊ะวาดภาพของเจ้านายตนเองนั้น สาวใช้ของไป๋ซูเอ๋อที่เดินนำก็ล้มลง มือไม้ปัดไปโดนโต๊ะวาดภาพของไป๋ซูเอ๋อ น้ำที่ใช้ล้างหมึกและหมึกสีต่าง ๆ ที่ยังไม่หมดหกกระจายทำลายรูปภาพนกนางแอ่นของนาง จนเสียหายยับเยิน
“กรี๊ด.....”
เสียงกรีดร้องของสาวใช้ ตามมาด้วยเสียงข้าวของหล่นหกกระจัดกระจาย และถ้อยคำต่อว่า
“คุณหนูพาน... เหตุใดต้องกลั่นแกล้งคุณหนูของข้าด้วย”
พานเยี่ยนซินและอาเสว่มองตากันปริบ ๆ
“ข้า... ข้าทำอะไร” พานเยี่ยนซินเมื่อถูกปรักปรำก็เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ท่าน... ก็ท่านสั่งให้สาวใช้ของท่านขัดขาข้าอย่างไรเล่า นางเดินตามหลังข้ามา แล้วก็ขัดขาจนข้าสะดุดล้ม จนทำให้ภาพวาดของคุณหนูของข้าเสียหาย”
ทันทีที่สิ้นประโยคนั้น เหล่าคุณหนูคนอื่น ๆ ก็มองไปที่พานเยี่ยนซินและอาเสว่เป็นตาเดียวกัน
“ปรักปรำกันเกินไปแล้ว ข้ายังไม่ทันได้ไปแตะตัวของเจ้าเลย” คราวนี้เป็นอาเสว่ที่แก้ต่างให้ตนเอง
“เสี่ยวจิ้ง... เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่” ไป๋ซูเอ๋อบีบน้ำตาได้อย่างรวดเร็ว นางเข้าไปช่วยประคองสาวใช้ของตนเองให้ลุกขึ้นยืน ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ “หากท่านไม่ชอบข้าก็ควรจะมาลงที่ข้า สาวใช้ของข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
“ข้า... ข้าทำอะไรท่าน” พานเยี่ยนซินยังคิดไม่ทัน จึงไม่เข้าใจ
“ดูสิ ภาพวาดของคุณหนูไป๋เปื้อนหมดแล้ว” คุณหนูอีกคนชูกระดาษที่เปื้อนน้ำและหมึก จนมองแทบไม่ออกว่าภาพเดิมที่วาดนั้นเป็นอะไร
“ข้าว่า... คุณหนูพานห้า... คงจะกลัวว่าคุณหนูไป๋จะเป็นผู้ชนะนางในวันนี้แน่ ๆ นางจึงสร้างอุบายชั้นต่ำเช่นนี้”
คำพูดของคุณหนูผู้นั้นที่เข้าข้างไป๋ซูเอ๋อเป็นทุนเดิมยิ่งส่งเสริมให้เรื่องการรังแกน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก
“ฮึก... ฮึก... ไม่คิดเลย... ว่าคุณหนูพานจะเป็นคนเช่นนี้” ไป๋ซูเอ๋อร้องไห้น้ำตาคลอหน่วย ใครเห็นแล้วก็ต่างเวทนาและสงสาร
“ข้าไม่เห็นว่าภาพของคุณหนูพานจะด้อยกว่าคุณหนูไป๋ตรงไหน ไม่ใช่ว่านางกลัวว่าตนเองจะพ่ายแพ้แก่คุณหนูไป๋ แล้วตั้งใจทำลายภาพของตนเองหรอกหรือ” ท่านหญิงตานอิงที่เฝ้ามองเหตุการณ์มาสักพักแล้วเป็นผู้พูดขึ้น
พานเยี่ยนซินมองไปยังซูตานอิงที่ออกหน้าช่วยเหลือ
พื้นที่วาดภาพเกิดความวุ่นวายย่อม ๆ เพราะจวงกงกงไม่เห็นว่าเหล่าคุณหนูจะนำภาพมาส่งเสียทีจึงตามมาดู จึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นขอรับ เหตุใดภาพจึงยังไม่ถูกส่งไปเสียที” เขาเอ่ยถามแล้วจึงได้เห็นไป๋ซูเอ๋อหลั่งน้ำตา “คุณหนูไป๋ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”
ไป๋ซูเอ๋อมองไปยังพานเยี่ยนซิน น้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าภาพวาดของข้าจะถูกคนกลั่นแกล้งจนเสียหาย จวงกงกง วันนี้ข้าคงส่งงานให้พวกท่านไม่ได้”
จวงกงกงมองไปยังพานเยี่ยนซินก็เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี เขาเดินไปดูภาพวาดที่เปื้อนสีของคุณหนูไป๋
“เอาเถิด ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อย่างไรท่านก็นำมาส่งเถิด เรื่องนี้ข้าจะไปกราบทูลพระพันปีเอง” เขาพูดพลางมองมายังพานเยี่ยนซิน เขามั่นใจว่านางต้องเป็นตัวปัญหาอย่างแน่นอน