6 ยุติธรรม
ภาพของเหล่าคุณหนูถูกนำไปที่พระที่นั่ง จวงกงกงค่อย ๆ แสดงให้พระพันปีทอดพระเนตรทีละภาพ
ผลงานของทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่โดดเด่น
“ของตานเอ๋อล่ะ”
“ท่านหญิงตานอิงทำกระดาษเปื้อนน้ำชาไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จวงกงกงทูล
“เด็กคนนี้ช่างจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเสียจริง ๆ” พระพันปีแย้มพระสรวลอย่างรู้สึกเอ็นดูหลานสาว
จนกระทั่งไปถึงภาพของคุณหนูไป๋และคุณหนูพานที่อยู่ในลำดับท้ายที่สุดเนื่องจากเกิดปัญหาขึ้น
“ของคุณหนูพาน นับว่างดงามและมีฝีมือยิ่งนัก”
พระนางตรัสพลางทรงเอื้อมพระหัตถ์ขึ้นไปแตะปิ่นปักผมของตนเอง
“แล้วภาพของคุณหนูไป๋ เหตุใดจึงกลายมาเป็นเช่นนี้” รัชทายาททรงตรัสถามกับจวงกงกง
จวงกงกงนิ่งเงียบไป ถอนหายใจแล้วเริ่มทูลให้องค์รัชทายาทฟัง
“คือเรื่องเป็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ เดิมทีคุณหนูไป๋วาดนางแอ่นที่เกาะอยู่บนกิ่งหลิว นางใช้สีเพียงสองสี ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและงดงามในเวลาเดียวกัน แต่น่าจะเป็นเพราะคุณหนูพานกลัวว่าคุณหนูไป๋จะชนะ นางจึงกลั่นแกล้งคุณหนูไป๋พ่ะย่ะค่ะ”
“ภาพของซูเอ๋อจึงออกมาเช่นนี้อย่างนั้นหรือ” รัชทายาทตกพระทัย
“เป็นความจริงอย่างนั้นหรือจวงกงกง” เมื่อพระพันปีได้สดับฟังก็เป็นฝ่ายตรัสถามบ้าง
“จากการพิจารณาของกระหม่อม เป็นเช่นนั้นจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ” จวงกงกงยืนยันในคำตอบของตนเอง
ทั้งสองพระองค์ทรงเงียบไปสักครู่หนึ่งก่อนที่รัชทายาทจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น
“เสด็จย่า หลานมีความเห็นดังนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
“หลานคิดว่า การแข่งขันประชันกันในวันนี้ แม้ภาพวาดของคุณหนูพานจะออกมางดงามก็จริง แต่ว่านางกลับประพฤติตัวร้ายกาจกลั่นแกล้ง ทำให้ภาพของคุณหนูไป๋เสียหาย กระหม่อมคิดเห็นว่า ควรตัดนางออกจากการแข่งขันครั้งนี้และให้คุณหนูไป๋เป็นผู้ชนะ พ่ะย่ะค่ะ” ซูลิ่งอี้มองไปยังจวงกงกง
“กระหม่อมก็เห็นด้วยกับรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเองได้เห็นภาพของคุณหนูไป๋แล้ว ต้องบอกว่างดงามจริง ๆ น่าเสียดายที่ผลงานดี ๆ เช่นนี้กลับถูกคนพาลทำลาย”
“งั้นเหรอ...” ในพระทัยของพระพันปีนั้นชื่นชอบภาพของพานเยี่ยนซิน แต่สิ่งที่หลานชายพูดออกมานั้นก็นับว่าเป็นเหตุผลที่ดี
“พ่ะย่ะค่ะ”
เพราะรู้ดีว่าพระนางยังมิอาจตัดใจจากภาพนกยูงของพานเยี่ยนซินไม่ได้ ซูลิ่งอี้จึงสาดน้ำชาใส่ภาพของนางจนเสียหาย “เท่านี้ก็ไม่มีใครครหาได้อีกต่อไป”
“...” พระพันปีถอนพระหทัย แล้วโบกพระหัตถ์ให้พวกเขาออกไปป่าวประกาศ “เอาเถิด ในเมื่อเจ้าตัดสินแล้วก็ออกไปประกาศแทนเถิด”
พระนางบอกพร้อมกับหยิบกล่องไม้จันทน์แกะสลักลวดลายงดงามออกมา “นี่เป็นปิ่นทองคำประดับอัญมณี ตั้งใจจะมอบมันให้แก่คุณหนูที่ชนะการแข่งขัน เจ้าก็นำมันไปมอบให้กับคนที่เจ้าอยากให้ชนะเถิด”
พระนางรู้ดีว่าที่หลานชายเข้าข้างคุณหนูไป๋ นั่นเป็นเพราะเขารักชอบอยู่กับนาง ไปมาหาสู่ ชวนกันไปประพาสอยู่บ่อย ๆ แต่แน่นอนนางเป็นเพียงบุตรสาวราชบัณฑิตเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องแต่งงานกัน เจ้าสาวจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานะดีกว่านั้นสามารถเกื้อหนุนราชบัลลังก์ของเขาได้
พอทรงคิดถึงเรื่องนี้ ก็พลันทำให้พระนางทรงคิดถึงบุคคลผู้หนึ่งที่จากไปเมื่อนานแล้ว
เพราะเป็นคำสั่งของจวงกงกง จึงทำให้เหล่าคุณหนูยืนรอด้านนอกอย่างสงบ ไม่นานเขาก็ปรากฏตัวพร้อมกับองค์รัชทายาท
“ถวายพระพรองค์รัชทายาท” พวกนางกล่าวพร้อมกัน
ซูลิ่งอี้ใช้สายพระเนตรอ่อนโยนมองไปยังไป๋ซูเอ๋อ ดวงตาของนางแดงก่ำ ดูน่าสงสารราวกับลูกนกหลงรัง ก่อนจะใช้สายพระเนตรอำมหิตมองไปยังพานเยี่ยนซินที่ยืนอยู่อีกฟาก เขาส่งสัญญาณให้จวงกงกงนำ ภาพที่ผ่านการตัดสินแล้วออกมา
ภาพวาดของพานเยี่ยนซินที่ถูกทำลายและภาพของไป๋ซูเอ๋อที่เละเทะถูกนำออกมาพร้อมกัน ชายหนุ่มส่งยิ้มเหยียดหยามให้แก่นาง ทุกคนส่งเสียงอื้ออึงออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะเข้าไปด้านในภาพของคุณหนูพานยังดี ๆ อยู่เลย ไฉนเลยจึงกลายเป็นเช่นนี้ได้
“ข้าและพระพันปีได้ชมภาพของเหล่าคุณหนูที่มาร่วมประชันกันในวันนี้แล้ว” ซูลิ่งอี้หยุดครู่หนึ่งส่งยิ้มเหยียดหยามไปยังพานเยี่ยนซิน แล้วจึงประกาศออกมาเสียงดัง “ให้คุณหนูไป๋เป็นผู้ชนะ”
เขาตั้งใจจะดูสีหน้าที่ผิดหวังของพานเยี่ยนซิน แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงนิ่งเฉยเท่านั้น
“น่าเจ็บใจนัก ไม่ยุติธรรมเลย” ซูตานอิงกระซิบกระซาบกับสหายใหม่ที่นางเพิ่งจะสนิทด้วย
“ท่านหญิง...”
พานเยี่ยนซินพอจะคาดเดาได้มาตั้งแต่แรกแล้วว่า ถ้าหากองค์รัชทายาทเป็นผู้ประกาศผล ต่อให้ผลงานของไป๋ซูเอ๋อจะเละเทะกว่านี้ นางก็คงชนะอยู่ดี ที่เขาทำลายภาพนกยูงของนางจนไม่เหลือเค้าเดิม นั่นก็เพราะไม่ต้องการให้ผลงานของไป๋ซูเอ๋อถูกเปรียบเทียบ
พานเยี่ยนซินมองไปยังทิศทางของมารดา สีหน้าของนางแสดงออกว่าไม่พอใจผลการตัดสิน พอรู้ว่าเมื่อกลับจวนกั๋วกงไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับนางบ้าง ร่างเล็กบอบบางก็สั่นสะท้านขึ้นมาเบา ๆ อาเสว่ต้องรีบเข้ามาประคองเอาไว้
“และนี่คือ... รางวัลตอบแทนความสามารถของคุณหนูไป๋” ซูลิ่งอี้เรียกชื่อไป๋ซูเอ๋อ
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตนเอง “รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันไม่คู่ควรกับรางวัล” นางเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา ขอบตาแดงระเรื่อ
ร่างสูงยืดอกขึ้น มองไปยังเหล่าคุณหนูและขุนนางที่เข้าร่วมในวันนี้
“มีใครกล้าคัดค้านคำตัดสินของข้าหรือไม่”
ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ พานเยี่ยนซินอยากจะกลอกตาไปมา แต่ก็ทำไม่ได้ นางต้องเก็บรักษาสีหน้าให้สุขุมเยือกเย็นเอาไว้
“...”
“คุณหนูพาน... หรือเจ้าจะคิดว่าข้าตัดสินไม่ยุติธรรม”
ในขณะที่นางตั้งใจจะทำตัวสงบเสงี่ยม แต่เขากลับกดดันให้นางต้องพูดออกไป
“ไม่เพคะ ไม่มีใครในหล้านี้... ยุติธรรมเท่าองค์รัชทายาทอยู่แล้ว หากหม่อมฉันเป็นพระองค์ หม่อมฉันก็จะตัดสินใจเช่นเดียวกันเพคะ ปิ่นปักผมทองคำชิ้นนั้น เป็นของสำคัญของพระพันปี งดงาม... เหมาะสมกับคุณหนูไป๋ที่พระองค์รักเป็นอย่างยิ่ง”
คำว่ายุติธรรมของนางกล่าวออกมาได้เหมือนกับคำว่าไม่ยุติธรรม ใคร ๆ ก็รู้ว่าองค์รัชทายาทชอบพออยู่กับคุณหนูไป๋ การที่นางพูดออกไปเช่นนั้นยิ่งส่งเสริมความไม่ยุติธรรมของเขา
จวงกงกงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบสงบศึกนี้โดยด่วน
“เอาล่ะ ในเมื่อผลการตัดสินออกมาแล้ว ก็ขอเชิญทุกท่านรื่นเริงกับงานเลี้ยงชมดอกเบญจมาศเถิด”
สิ้นสุดคำพูดของจวงกงกง ทุกคนก็แยกย้าย