บทที่ ๔ ซุปถอนพิษหรือยาพิษถ้วยใหม่
ผมที่กำลังจะเดินตามหาห้องครัว อยู่ดีๆ ก็มีกลิ่นฟืนและกลิ่นอาหารที่ลอยมาตามลม มันเป็นเข็มทิศชั้นดีเลย แต่ว่า...จวนท่านโหวจะกว้างไปไหนก่อน! ผมเดินหลงเข้าไปในสวนเขาวงกตจนเกือบจะไปทักทายกำแพงหินเป็นรอบที่สาม
‘ถ้ามี Google Maps ในยุคนี้ซักนิดนะ’
ผมบ่นพึมพำในใจพลางยกมือปาดเหงื่อ
ในที่สุด ผมก็มาถึงหน้าเรือนหลังเล็กที่มีควันลอยโขมง กลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกทำเอาผมจามไปสามรอบติดต่อกัน
พอเดินเข้าไปข้างใน บรรดาพ่อครัวและสาวใช้ที่กำลังวุ่นอยู่กับการล้างจานและจัดเตรียมสำรับถึงกับตะลึงกันระนาว หยุดชะงักกึก ราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้
“คะ...คุณชายเว่ย! ท่านมาทำอะไรที่นี่!” หัวหน้าพ่อครัวร่างท้วมที่ถือตะหลิวค้างไว้ ตะโกนถามด้วยหน้าตาตื่นตระหนก
“ท่านโหวสั่งกักบริเวณท่านมิใช่หรือ? หรือว่าท่านจะมาวางยาพิษในหม้อแกงรวมของพวกเราอีก!”
“ใจเย็นก่อนท่านหัวหน้าพ่อครัว ข้ามิได้มาวางยา แต่ข้าจะทำซุปถอนพิษให้ท่านโหวต่างหาก” ผมฉีกยิ้มกว้างจนตาปิด พยายามทำตัวให้น่ารักที่สุดเท่าที่ใบหน้าเว่ยหลันจะทำได้
ระหว่างที่ผมเดินหาครัว ผมก็นึกออกว่ายาพิษที่ท่านโหวกินเข้าไป มันต้องกินคู่กับ ‘ซุปถอนพิษ’ ที่เขียนเอาไว้ในตอนแรกๆของนิยาย พิษที่ท่านโหวโดนแพ้ทางสมุนไพรเย็นและรากบัวสด
“ซุปถอนพิษอันใดของท่าน! ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น ข้าจะเรียกองครักษ์ชิงซาน!” หัวหน้าพ่อครัวพูดพรางเอาตัวบังทางเดิน
ผมไม่ได้หยุดฟัง
แต่เดินดุ่มๆ เข้าไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่มาผูกเอวอย่างคล่องแคล่ว สายตาก็กวาดมองหาวัตถุดิบที่ต้องการ
“รากบัวนี่ของเกรดเอหรือเปล่า? ดูเหี่ยวๆ เหมือนไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์เลยนะ” ผมหยิบรากบัวขึ้นมาพิจารณาพลางหันไปถามบ่าวชายที่ยืนตัวสั่น
“โบ...โบอะไรของท่าน! นั่นรากบัวสดจากสระหลังจวนเชียวนะ!”
“โอเค! งั้นสดชัวร์ มาเริ่มกันเลย!” ผมเริ่มล้างรากบัว ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงนับสิบคู่
“ไม่ต้องจ้องข้าขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่แอบใส่ไซยาไนด์ลงไปหรอก ที่ข้าทำเนี่ยเพื่อช่วยชีวิตท่านโหวของพวกพี่แท้ๆเลยนะ”
“ถ้าเขาตาย ข้าก็ตาย พวกพี่ก็อาจจะตกงาน... แล้วอีกอย่าง ยุคนี้ไม่มีประกันสังคมด้วยสิ คงลำบากแน่ๆ”
ผมพูดไปเรื่อยเปื่อยพลางฮัมเพลงในใจ มือก็สับรากบัวด้วยจังหวะที่ดูเก้ๆ กังๆ จนช้อนตักเกลือเกือบกระเด็นลงหม้อต้มน้ำแกงข้างๆ
“คุณชายเว่ย! วางมีดลงเถอะ”
“ข้าไหว้ล่ะ ท่านจะทำครัวข้าพังหมดแล้ว!” หัวหน้าพ่อครัวยกมือขึ้นอย่างรนราน
“ไม่พังหรอก เชื่อมือข้า” ผมตอบยิ้มๆ
แหม่จะทำพังได้ยังไง ผมเนี่ยเซียนเลยนะจะบอกให้ ผมดูคลิปทำอาหารจากติ้กตอกเป็นร้อยๆคลิป ยังไงก็ต้องทำออกมาดี100%
ในขณะที่ห้องครัวกำลังชุลมุนวุ่นวาย ที่มุมของประตูโรงครัว มีร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำกำลังยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ เซียวจ้านโหวที่ฝืนอาการไข้เดินตามมาดูพฤติกรรมของนักโทษคนสำคัญถึงกับขมวดคิ้วแน่น
‘เจ้านี่...กำลังทำอะไร’
เขาคิดในใจพลางจ้องมองแผ่นหลังของเว่ยหลันที่กำลังเต้นดุ๊กดิ๊กไปตามจังหวะการสับรากบัว แววตาของเขาไม่ได้มีความอำมหิตหรือเล่ห์เหลี่ยมหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมุ่งมั่นซื่อๆ ที่ดูแล้วช่าง...ประหลาด
“ท่านโหว...ให้ข้าเข้าไปลากตัวเขาออกมาดีหรือไม่ขอรับ?” ชิงซานกระซิบถามอยู่ข้างหลัง
“ไม่ต้อง...” ท่านโหวสั่งเสียงเรียบ
“ข้าอยากรู้ว่าคนอย่างเว่ยหลัน จะทำยังไงต่อไป วันนี้ท่าทางของเขาแปลกไป เขาฉลาดขึ้นกว่าแต่ก่อน เขาคงไม่วางยาฆ่าข้าเป็นครั้งที่สอง และหากเป็นอย่างที่เว่ยหลันว่าจริงๆ...ผู้ใดล่ะ ที่จะยืมมือเขาเพื่อฆ่าข้า เจ้าส่งคนดูรอบจวนข้าไว้ให้ดี ซิงซาน” ท่านโหวรับสั่ง
“ขอรับ ท่านโหว โปรดวางใจ”
15 นาทีต่อมา
“เสร็จแล้ว! ซุปรากบัวถอนพิษ” ผมตะโกนลั่นห้องครัวพลางชูถ้วยซุปที่ควันกรุ่นขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ
แม้หน้าตาซุปจะดูเขียวๆ ขุ่นๆ เเหมือนน้ำในคลองแสนแสบแต่ผมมั่นใจว่ารสชาติดีแน่นอน (อาจจะยังน้า)
ผมรีบยกถ้วยซุปเดินกลับไปยังห้องนอนท่านโหว โดยมีพวกพ่อครัวเดินตามมาดูห่างๆ เหมือนรอดูฉากประหารชีวิต พอมาถึงหน้าห้อง ผมก็เจอท่านโหว ที่กลับไปนั่งหน้านิ่งอยู่บนเตียงแล้ว
“มาแล้วท่านโหว! นี่ข้าทำมาให้ท่านเองเลยนะ ข้ามั่นใจซุปร้อนๆ จะช่วยบำรุงกำลัง ทานแล้วพิษหลุด..ท่านจะอาการดีขึ้นแน่นอน!” ผมเดินเข้าไปหาพลางตักซุปจ่อที่ปากเขา
“อ้าม อ้าปากหน่อยครับ เดี๋ยวข้าป้อนให้” เซียวจ้านโหวจ้องมองถ้วยซุปสลับกับหน้าผมด้วยสายตาว่างเปล่า
‘ไอ้หมอนี่มันกล้าดียังไงเอาซุปหน้าตาเหมือนน้ำล้างจานมาให้ข้ากิน’
เขานึกในใจแต่กลับยอมอ้าปากรับซุปคำนั้นเข้าไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ รสชาติหวานกลมกล่อมของรากบัวและความเย็นซ่านของสมุนไพรแผ่กระจายไปทั่วลำคอ ความร้อนรุ่มที่หน้าอกดูเหมือนจะทุเลาลงไปกึ่งหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์
“เป็นยังไงบ้างครับ? ซุปของข้าถูกใจท่านหรือไม่” ผมพูดพร้อมกับยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่
ท่านโหวขมวดคิ้วพลางเบือนหน้าหนี “รสชาติก็พอกินได้ แต่เจ้าอย่าคิดว่า ข้าจะเชื่อใจเจ้า...จากนี้เจ้าคือผู้ต้องสงสัย อย่าออกไปไหนนอกจากจวนข้า มิเช่นนั้นข้าจะตัดหัวเจ้าทิ้ง แล้วนำไปแขวน กลางเมือง เฉียงเจิ้ง!”
“ครับๆ ข้าเข้าใจแล้ว” ผมยิ้มแหยๆ แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ยอมกินล่ะนะ รอดตายไปอีกหนึ่งวันแล้วนะยีนส์ ฟู่ววววว
[ จบตอนที่ ๔ ]
