เป็นตัวร้ายอยู่ดีๆดันได้ท่านโหวเป็นสามีเฉยเลยครับ

83.0K · จบแล้ว
kunmizu
34
บท
38
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อผมทะลุมิติมาอยู่ในร่างของตัวร้ายที่พระเอกหมายหัว ตัวร้ายคนเดิมจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ตัวร้ายคนใหม่จะไม่ยอมตายเป็นครั้งที่สองแน่ครับ!!

นิยายจีนโบราณนิยายYaoiคนต่ำต้อยแม่ทัพพลิกชีวิตข้ามมิติเกิดใหม่ศัตรูกลายคนรักยกโทษ/โอกาสอีกครั้งความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน

บทที่ ๑ : คุณชายเว่ยคือข้าเอง

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยร่วงหล่นปะทะจมูก พร้อมกับเสียงน้ำไหลรื่นหูทำให้ผมค่อยๆขยับเปลือกตาขึ้นทันที แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมา

ทำเอาผมต้องหยีตาเพื่อปรับโฟกัส สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องเช่าที่ผมเคยอยู่ แต่มันคือศาลาไม้แกะสลักสีแดงชาด ที่มีลวดลายมังกรเยอะจนน่าตกใจ

"ที่ไหนวะเนี่ย..." ผมพึมพำพลางพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกหนักอึ้งที่แขนเสื้อ ทำให้ผมต้องก้มมองดูตัวเอง...

ผมอยู่ในชุดผ้าแพรสีฟ้าอ่อนปักลายก้อนเมฆ แขนเสื้อกว้างยาวรุ่มร่าม ผมยาวสลวยที่ตกลงมาปรกไหล่ มันไม่ใช่ ทรงผมหัวเห็ดของผมแน่ๆ

และที่สำคัญ...กล้ามที่แขนของผมหายไปไหนหมด! นี่มันร่างคนอ่อนแอชัดๆ ด้วยความสงสัยผมรีบคลานไปที่ขอบสระน้ำเพื่อส่องดูเงาสะท้อน

"เชี่ย...นี่ใครวะเนี่ย!" ผมผงะเมื่อเจอใบหน้าที่ปรากฏในน้ำ

ชายหนุ่มรูปงามผิวพรรณขาว ที่มีดวงตากลมโตสีฟ้าคราม ทันใดนั้น ความทรงจำที่ผมไม่ได้นึกถึงมันก็พุ่งวาบเข้าสมองราวกับกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

ผมรู้สึกว่ามันคุ้นๆ เหมือนฉากหนึ่งในนิยายที่ผมเคยอ่านเลย! และถ้าผมเดาไม่ผิดตอนนี้ผมคงอยู่ในร่างของ

เว่ยหลัน! ตัวร้ายที่วางแผนลอบสังหารแม่ทัพเมืองเฉียงเจิ้ง จากนิยายที่ผมอ่านยังไม่ถึงตอนจบ!!

"โอ้โห ไอยีนส์เอ๊ย..ฝันอยู่ป่าววะเนี่ย....นี่สรุปเราตายจากโลกเดิม แล้วเข้ามาเป็นตัวร้ายที่กำลังจะโดนประหารเนี่ยนะ!" ผมตบหน้าผากตัวเองดังปึก!

"คุณชายเว่ย! ท่านยังมีแก่ใจมาชมปลานิ่งเฉยอยู่อีกหรือ!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง

ผมที่ยังไม่ทันที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็สะดุ้งสุดตัวจนเกือบกลิ้งตกน้ำ

เมื่อหันไปเจอชายหนุ่มในชุดองครักษ์หน้าดุที่ผมจำได้ทันทีว่าเป็น ชิงซาน! องครักษ์มือขวาจอมเฮี้ยบของท่านแม่ทัพเซียวจ้านโหว

เขาก้าวเข้ามาคว้าคอเสื้อผมจนตัวลอย แล้วลากผมผ่านสวน มุ่งตรงไปยังตำหนักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

เมื่อบานประตูไม้หนาหนักถูกเปิดออก กลิ่นอายสังหารที่เย็นเฉียบยิ่งกว่าตู้เย็นพุ่งเข้าปะทะหน้าจนผมแทบหยุดหายใจ

ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองทะยานเมฆนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่

ท่าทางของเขาดูทรงอำนาจจนคนมองต้องเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าของเขาคมเข้มไร้รอยตำหนิ คิ้วหนาพาดเฉียงดั่งกระบี่รับกับดวงตาคมกริบสีหมึกเข้ม

เขาคือ พระเอกนิยาย เซียวจ้านโหว ท่านแม่ทัพสุดโหด ผู้ได้รับฉายาว่า ท่านพญายมหน้าตาย!

แต่ว่า...ในความสมบูรณ์แบบนั้น ผมกลับมองเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉย

บัดนี้ ซับสีแดงระเรื่ออย่างผิดธรรมชาติ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม มือหนาที่วางบนเก้าอี้เท้าแขนจิกเกร็งจนเส้นเลือดปูดลมหายใจของเขาสั่นพร่า

"เว่ยหลัน... เจ้า.....เจ้ากล้ามากนะ!" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ยังคงความทรงพลังจนผมขนลุกซู่

ทันที ที่เขาสบตากับผม บรรยากาศรอบข้างก็พลันอึดอัดขึ้นมาทันที

เคร้ง! ดาบยาวในมือองครักษ์ซิงซานพุ่งมาจ่อที่ลำคอผมทันทีจนผมต้องชูมือขึ้นเหนือหัวตามสัญชาติญาณ

"เดี๋ยวสิครับ! ใจเย็น....ก่อน....!" ผมเปล่งเสียงพูดออกมาแทบจะไม่เป็นภาษา

"เจ้ายังจะกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ! ชาร้อนที่เจ้าตั้งใจนำมาปรนนิบัติท่านโหวเมื่อครู่ เจ้าใส่สิ่งใดลงไป! เหตุใดท่านโหวถึงมีอาการเช่นนี้!" ซิงซานตะคอก

ชา.....ยาพิษ.....ท่านโหว.....สมองผมประมวนทันที นี่มันฉากลอบสังหาร ในนิยาย ซีนใหญ่เลยนี่หว่า!

ถ้าเป็นเว่ยหลัน(คนเก่า) เค้าต้องแสร้งบีบน้ำตาแล้วบอกว่าถูกใส่ร้าย

แต่ผมไม่ตอแหลครับ ผมมันสาย 'แถ' เพื่อความสบายใจ! แต่เดี๋ยวนะ! ถ้าผมพูด ครับ หรือ โอเค ออกไปตอนนี้ หัวผมได้หลุดจากบ่าแน่ๆ!

“ท่าน....ท่านโหว” ผมพยายามดัดเสียงให้สั่นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ข้า...ข้ามิได้ทำเช่นนั้นขอรับ..โปรดเมตตาข้าด้วย”

โหย... ภาษาโบราณนี่มันพูดยากจังวะ ต้องใช้ ‘ข้า’ กับ ‘ท่าน’ ใช่ไหมนะ

“มิได้ทำ? หลักฐานคามือเจ้าเช่นนั้น ยังกล้ากล่าววาจามุสาอีกหรือ!” ซิงซานแค่นหัวเราะในลำคอพลางกดคมดาบลงบนผิวคอผมเบาๆ จนรู้สึกแสบ

“ข้า...ข้าถูกใส่ความ!” ผมโพล่งออกไปพลางหลับตาปี๋

“ข้าจำความอันใดมิได้เลยแม้แต่น้อย เหมือนดวงจิตถูกกระชากออกจากร่างไปชั่วครู่...พอลืมตาขึ้นมา ดาบของท่านก็พาดคอข้าเสียแล้ว!”

“เหอะ! เจ้าความจำเสื่อมงั้นหรือ? มุกตื้นๆ เช่นนี้ใครจะเชื่อ!” เสียงเข้มดุดังมาจากด้านหลัง ซิงซานขยับก้าวเข้ามาใกล้ มือกุมด้ามดาบแน่น ราวกับพร้อมจะปลิดชีพผมได้ทุกเมื่อ

"ข้ายอมแล้ว ข้าจะบอกความจริง!" ผมกลัวตายจึงพูดไปแบบนั้น

“ท่านโหวอย่าไปฟังคำลวงของมันเลยขอรับ คนผู้นี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนัก ให้ข้าจัดการปลิดชีพมันเสียที่นี่ จะได้มิต้องเป็นเสี้ยนหนามในจวนโหวอีก!” ซิงซานตวาด

“ช้าก่อน ไหนเจ้าลองว่ามา....เว่ยหลัน” เซียวจ้านโหวสั่งเสียงเรียบ

"คือเมื่อเช้า ข้าเห็นท่านหน้าเครียดๆ ขอบตาคล้ำเหมือนคนทำงานหนัก ข้าหวังดี…เลยใส่ ยาบำรุงสูตรพิเศษไปให้ เพื่อให้ท่านกระปรี้กระเปร่า" ผมฉีกยิ้มแหยๆ พลางมองดาบที่จ่อคอตัวเอง แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่

"ยาที่ทำให้ข้าร้อนรุ่มไปทั้งตัวจนแทบคลั่งเนี่ยนะ คือยาบำรุงของเจ้า?" เซียวจ้านโหวเค้นเสียงพูด พลางยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

ร่างสูงใหญ่เดินโงนเงนเข้ามาหาผม กลิ่นอายชายชาตรีที่ผสมกับกลิ่นยาหอมจางๆ พุ่งเข้าปะทะจมูกความสูงของเขาข่มผมจนมิด

ผมได้แต่ยืนตรง ยกมือขึ้นป้องหน้าโดยหวังว่าคนหล่อระดับเทพบุตรคนนี้จะไม่สั่งตัดคอผมทิ้งเสียก่อน

ทว่า...ในขณะที่เขาก้าวเข้ามาใกล้ ร่างของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่กลับเซคล้ายจะล้มลง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานจนดูน่าสงสาร ความใจดีที่เป็นนิสัยติดตัวมาจากโลกก่อนของผมก็ดันทำงานผิดเวลาซะงั้น

ผมลืมดาบที่จ่อคอ ลืมความกลัวตายไปซะสนิท แล้วถลาเข้าไปรับร่างหนาของเขาไว้ทันที

"เฮ้ย! ท่านโหว! ระวังครับ ระวังๆ!"

มือนุ่มๆ ของผม (ที่ตอนนี้เป็นมือเว่ยหลัน) คว้าเข้าที่ต้นแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านออกมาจนผมสะดุ้ง

"ถอยไป...อย่ามาแตะต้องตัวข้า..." เขาพยายามจะผลักผมออก แต่มือเขากลับไร้เรี่ยวแรงจนทำได้เพียงวางแหมะลงบนบ่าผม

"ท่านโหวอย่าเพิ่งดุสิครับ! ดูสิเหงื่อท่วมหน้าหมดแล้ว พี่ชิงซาน! จะยืนบื้อทำไมครับมาช่วยเจ้านายพี่ก่อน เขาจะวูบแล้วเนี่ย!" ผมหันไปส่งสายตาตำหนิใส่ชิงซาน

"เรียกซิงซานว่าพี่รึ!?" ท่านโหวพูดเสียงสั่น

ซิงซานถึงกับยืนอึ้งไปสามวิ เขาคงคิดในใจว่า มันพูดภาษาอะไรของมัน แต่เขาก็ขี้เกียจที่จะใส่ใจ

"นิ่งๆ นะครับท่านโหว...ข้าไม่ทำร้ายท่านหรอก เว่ยหลันคนนี้จะช่วยท่านเอง" ผมส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงความจริงใจแบบเต็มร้อยไปให้เขา

แววตาของเว่ยหลันในตอนนี้ไม่มีความเจ้าเล่ห์หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงความห่วงใยแบบโก๊ะๆ ที่ส่งผ่านไปถึงหัวใจที่เย็นชาของคนตรงหน้า

เซียวจ้านโหวชะงักไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีหมึกที่เคยดุดัน กลับฉายแววสับสน...

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

ตัวร้ายที่วางยาเขา ทำไมตอนนี้ถึงได้มีแววตาที่ซื่อตรงและมือที่ประคองเขาอย่างถนุถนอมขนาดนี้?

"พยุงท่านไปที่เตียงเถอะครับ นั่งตรงนี้เดี๋ยวจะเป็นลมเอา" ผมแบกแขนข้างหนึ่งของเขาขึ้นพาดบ่า

(โอ้โห ตัวหนักเหมือนหิน!) แล้วค่อยๆ พา 'พญายมหน้าตาย' เดินโซซัดโซเซไปยังเตียงหลังใหญ่กลางห้อง โดยมีชิงซานถือดาบเดินตามหลังมาด้วย

ไม่ได้ ผมจะตายตอนนี้ไม่ได้ ผมพึ่งจากโลกมา พึ่งเกิดใหม่จะตายอีกรอบแล้วเรอะ!!

นาทีนี้ ผมต้องเดิมพันด้วยชีวิตครั้งใหม่แล้วครับ....ถ้าท่านโหวตาย ผมก็ตาย แถมตายศพไม่สวยอีกด้วย!

[จบตอนที่ ๑]