บท
ตั้งค่า

บทที่ ๓ จะทางไหนผมก็ตุย

หลังจากที่โดนพี่ซิงซาน ไล่ให้ไปดูแลท่านโหวที่ห้องบรรทม แต่ผมไม่ได้ไปหรอกครับ ตอนนี้ผมมานั่งแหม่ะอยู่บนม้านั่งเงียบๆ

ทอดสายตามองจวนกว้างและท้องฟ้าสีครามที่มีอากาศแสนจะบริสุทธิ์์ รอบตัวมีแต่เสียงนกเจี๊ยวจ๊าว แทนที่จะเป็นเสียงรถเมล์สาย8 หรือเสียงแตรมอเตอร์ไซค์

“เอาล่ะยีนส์... ตั้งสติหน่อย” ผมยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ผมพยายามย้อนนึกถึงเหตุการณ์ล่าสุดก่อนจะมาโผล่ที่นี่.....

จำได้ว่าวันนั้นผมกำลังนอนอ่านนิยาย ‘บัลลังก์รักท่านโหวหน้าตาย’ เล่มล่าสุดที่เพิ่งซื้อมา ผมอ่านไปก็นอนบ่นไปว่า

‘ทำไมเว่ยหลันมันถึงได้โง่ แบบนี้วะ วางยาเขาแต่ตัวเองดันโดนจับได้ตั้งแต่นาทีแรก’

จำได้ว่าภาพสุดท้ายคือผมเผลอหลับไปพร้อมกับหนังสือนิยายที่วางแหมะอยู่บน…อก... หรือว่าผมจะตายเพราะ

‘หนังสือทับอกตาย’ โอ๊ยย

“แต่ไม่ว่าจะตายยังไง การได้มาอยู่ในร่างตัวร้ายที่กำลังจะโดนตัดหัวเนี่ย....สวรรค์แกล้งกันชัดๆ!”

ผมหยิบกิ่งไม้เล็กๆ มาขีดเขียนบนพื้นทรายในสวนเพื่อเรียบเรียงลำดับชีวิตใหม่

ร่างใหม่: ชื่อเว่ยหลัน บัณฑิตที่หล่อมาก แต่หน้าตาเจ้าเล่ห์สุดๆ ดีนะที่วิญญาณข้างในคือผมที่ใจดีปานพ่อพร

สถานะ: ตัวร้ายของจริง ที่วางแผนลอบสังหารท่านโหว แถมยังไม่แน่ใจ… ว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกกี่คน.

บอสใหญ่: เซียวจ้านโหว พระเอกหน้าตายที่กำลังสงสัยว่าผมเป็นคนวางยาเขาหรือเปล่า

เงื่อนไขสำคัญ: ถ้าท่านโหวตาย ผมตาย! ถ้าท่านโหวรอดแต่เขาไม่เชื่อว่าผมบริสุทธิ์ ผมก็ตาย!

สรุปคือ...ไม่ว่าทางไหน.....ผมก็ตายอยู่ดีใช่ไหมเนี่ย! ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็ต้องหาคนที่สมรู้ร่วมคิดมาให้ได้ไม่งั้น..ผม...ตายแน่!

ผมพยายามเค้นสมองแทบแตก จำได้ว่าอ่านนิยายเล่มนี้ใกล้จะจบแล้วนะ แต่ทำไมพอจะนึกถึงหน้าคนร้าย มันเหมือนมีหมอกจางๆ มาบังไว้ตลอดเลยวะ!

“ชื่ออะไรว๊ะ” ผมพึมพำพลางถอนหายใจ

“จำได้แค่ว่าคนร้ายคือคนใกล้ชิดที่ดูเป็นคนดีมากๆ แต่ดันลืมชื่อไปซะได้ ยีนส์เอ๊ย... ปกติอ่านแต่ฉากเลิฟซีนหรือไงเนี่ยเรา!”

ในขณะที่ผมกำลังนั่งทำหน้าซื่อบื้อบ่นกับอากาศอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่นุ่มนวลก็ดังขึ้นใกล้ๆ ผมหันไปมองพบชายหนุ่มรูปหล่อหน้าตาดี ในชุดผ้าไหมสีเขียวหยกดูหรูหรา ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีและอบอุ่น

“คุณชายเว่ย เจ้ามานั่งทำอะไรตรงนี้หรือ? ข้าได้ยินว่าจวนท่านโหวเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เรื่องเป็นอย่างไร?” เขาก้าวเข้ามาหาผมด้วยท่าทางสุภาพ

เอ๊ะ... พี่ชายคนนี้เป็นใครนะ? ทำไมดูหล่อสะอาดสะอ้านจัง แต่..ในนิยายบอกว่าคนร้ายจะดูเป็นคนดีมาก..หรือจะเป็นคนนี้?

“เอ่อ... พี่ชายคือ...” ผมเอียงคอถามด้วยความโก๊ะตามสัญชาตญาณ

“เจ้าลืมข้าแล้วหรือ? ข้า หลิวเฟยหลง พี่ชายของ หลิวเยี่ยนเยี่ยน ว่าที่คู่หมั้นของท่านโหวอย่างไรเล่า” เขามองผมด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย

“พอดีวันนี้ข้าเวียนหัวเลยมาสูดอากาศด้านนอกจวน ท่านพี่หลิวเฟยหลงอย่าถือสาข้าเลยนะ“ ผมรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแฉ่ง แม้ในใจจะเริ่มขีดชื่อเขาลงในลิสต์ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง

หลิวเฟยหลงหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะหุบยิ้มทันที พร้อมจ้องหน้าผมแบบตาไม่กระพริบ “เจ้าดูแปลกไปนะเว่ยหลัน....เจ้ายังจำเรื่องคืนนั้นของเราได้หรือไม่”

“....” ผมเงียบทันที แต่ไม่ทันจะพูดอะไร เขาก็ชิงพูดออกมาก่อน

“ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเอง เจ้าลืมไปจริงๆสินะ...แต่อย่าว่าข้าเลยนะ ข้าขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดี ตอนนี้เจ้าระวังตัวเองไว้เถิด เจ้าเข้ามาอยู่ในจวนท่านโหวเช่นนี้ พรรคนี้มีเรื่องร้าย ข้าว่าคนร้ายอยู่แถวนี้” เเขาพูดกระซิบแล้วยิ้มนัยน์หน้า

ผู้ชายคนนี้ทำไมผมรู้สึกว่า เขาน่ากลัว กว่าท่านโหวซะอีก

“ขอบใจท่านหลิวเฟยหลงมากขอรับ ข้าจะระวังตัว” ผมตอบเขาเสียงเรียบ

“เรียกข้าว่า พี่เฟยหลง เหมือนเก่าเถิด ได้ยินเจ้าเรียกข้าแบบนี้ ข้าไม่ชิน” เขายกมือลูบหัวพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้

ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาอีก เพียงแค่ยิ้มตอบไปเท่านั้น จากนั้นเขาก็เดินมองรอบๆจวน ก่อนที่เขาเดินออกไป ผมรีบหยิบกิ่งไม้มาเขียนชื่อ ‘หลิวเฟยหลง’ ลงบนพื้นทันที

หลิวเฟยหลง! น่าสงสัยอันดับ 1 !

ยิ้มเก่งเกินไป คนอะไรจะใจดีกับตัวร้ายที่เพิ่งวางยาน้องเขยตัวเอง? แถมความสัมพันธ์ ของเว่ยหลันกับหลิวเฟยหลง นี่มันอะไร....คืนนั้น..คืนไหนวะ ทำไมผมไม่เคยอ่านเลย!?

“เอาล่ะ... ในเมื่อจำเนื้อเรื่องไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีนักสืบโคนันเวอร์ชั่นผมนี่แหละ!” ผมลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นออกจากตัว

“ขั้นแรก...ต้องไปที่ห้องครัว สืบดูว่าใครเป็นคนส่งชาถ้วยนั้นกันแน่!”

ผมเดินฮัมเพลงมุ่งหน้าไปทางครัว ทิ้งรอยชื่อ ‘หลิวเฟยหลง’ ไว้บนพื้นทราย โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากหน้าต่างห้องโถงกำลังจ้องมองพฤติกรรมแปลกๆ ของผมอยู่...

เว่ยหลัน...เจ้ากำลังเล่นสนุกอันใดอยู่กันแน่

[ จบบทที่ ๓ ]

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel