บท
ตั้งค่า

บทที่ 7/1 ปิดตาตีงู

เมื่อกลับถึงบ้าน เหมยกุ้ยจึงรีบซื้อผงซักฟอกกับสบู่ทันที กระนั้นเงินที่อุตส่าห์หามาได้ ก็เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่ของสองสิ่งนี้จำเป็นต่อการใช้ชีวิตพอ ๆ กับอาหาร นางจึงกัดฟันซื้อมาด้วยความจำใจ

แต่เรื่องอาหารก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน หญิงสาวมองหมั่นโถวแป้งหยาบในมือ พลางถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เคี้ยวก็ติดเหงือก พอกลืนก็ติดคอ น้ำแกงไข่ก็เหมือนมีแค่เศษเสี้ยววิญญาณไข่ แต่เด็กพวกนั้นยังกินราวกับเป็นอาหารเลิศรส ต่างกับตนโดยสิ้นเชิง มันกินไม่ลงจริง ๆ

ระหว่างพยายามกลืนหมั่นโถวให้ได้ หญิงสาวก็คิดอย่างหมายมาด เอาไว้คราวหน้า นางจะขอตามซ่งอวิ๋นเซียวเข้าป่าให้ได้เลยคอยดู เมื่อถึงตอนนั้นก็จะมีเงินมากมายไว้ซื้อเนื้อกับข้าวขาวให้กินทุกมื้อ

“พวกเจ้าพักหายเหนื่อยกันแล้วใช่หรือไม่” เมื่อหมั่นโถวคำสุดท้ายถูกกลืนลงท้อง เหมยกุ้ยจึงถามเด็ก ๆ ที่นั่งเล่นตรงลานบ้าน เพราะกินเสร็จกันไปก่อนแล้ว วันนี้แดดแรงนักเชียว เหมาะกับการซักผ้าที่สุด

“เรียบร้อยขอรับ ท่านแม่จะให้พวกเราทำอะไร สั่งมาได้เลย”

“ซือฮั่น เจ้าไปเอาถังกับกะละมังเปล่าอย่างละสามใบ มาใส่รถลาก”

“ขอรับ”

“ม่านถงเจ้าไปเก็บเสื้อผ้าและผ้าห่มในบ้านออกมาให้หมด”

“เจ้าค่ะ”

“เนี่ยนจิน เจ้าไปเข็นรถลากออกมารอพี่ ๆ ตรงนี้”

“รับทราบขอรับ”

ตั้งแต่ท่านแม่ไม่ได้คิดจะพาไปขาย เนี่ยนจินก็ดูสดใสขึ้นถนัดตา ร่างเล็กรีบวิ่งไปเอารถไม้ลากออกมาจอดหน้าบ้าน รอให้พี่ ๆ เก็บข้าวของมาใส่จนเต็ม จากนั้นเหมยกุ้ยจึงพาพวกเขาไปซักผ้าที่คลองน้ำประจำหมู่บ้าน

ทันทีที่เห็นคนบ้านซ่งมาซักผ้า ก็กลายเป็นขี้ปากชาวบ้านอย่างไม่ต้องคาดเดา ผู้นำการสนทนาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเอ้อเหนียงเจ้าประจำ

“อะไรเข้าสิงกันเนี่ย ถึงได้ทำให้คนขี้เกียจอย่างสะใภ้ซ่งออกมาซักผ้าได้” เอ้อเหนียงกอดอกเหล่ตา แล้วเบ้ปากไปทางเหมยกุ้ย พูดจาค่อนแคะใส่อีกฝ่าย

เหมยกุ้ยไม่ได้ตอบโต้กลับ เพราะมันไม่มีค่าพอให้นางต้องใส่ใจ เมื่อได้ที่เหมาะ ๆ นางสั่งให้เด็ก ๆ ช่วยกันขนของลงจากรถลากให้หมด แล้วแบ่งหน้าที่กันทำ ก่อนจะสอนให้พวกเขาใช้ผงซักฟอก ซักผ้าที่กองพะเนินแทบจะท่วมหัวอยู่แล้ว

“ใช้ผงซักฟอกหนึ่งกำมือเทลงไปในน้ำ จากนั้นก็ตีน้ำให้เกิดฟอง แล้วค่อยเอาผ้าลงไปซักนะ น้ำที่ซักห้ามทิ้งลงแม่น้ำเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

“ขอรับ”

“ท่านแม่ หอมมากเลยขอรับ” เด็กชายคนเล็กสูดกลิ่นหอมเข้าเต็มปอด หอมยิ่งกว่าเครื่องหอมเสียอีก

“แน่นอนอยู่แล้ว นี่เป็นกลิ่นที่แม่ชอบมากที่สุดเลยนะ แล้วมันก็ช่วยทำให้เสื้อผ้าสะอาดมากด้วย คราบอาหาร คราบน้ำมันที่ติดค้าง ออกแรงซักนิดหน่อยก็ออกหมดแล้ว”

เหมยกุ้ยโม้อย่างลื่นไหล แต่สิ่งที่นางพูดกลับทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นสนใจไม่น้อย พากันสูดกลิ่นหอมจากสิ่งที่เรียกว่าผงซักฟอก ยอมรับเลยว่ามันหอมจริง ๆ เคยเห็นเหล่าเจ้านายใช้สบู่ซักผ้า แต่มันก็ไม่ได้มีฟองมากถึงขนาดนี้ อีกทั้งกลิ่นก็ไม่หอมเท่าที่เหมยกุ้ยใช้ด้วย

“แค่ขยี้นิดเดียวคราบสกปรกก็หลุดออกจริงด้วยเจ้าค่ะ” ม่านถงมองผ้าในมือแล้วรู้สึกทึ่ง ซักแค่น้ำเปล่าบางครั้งขยี้จนเจ็บมือผ้าก็ไม่สะอาด แต่สิ่งที่เรียกว่าผงซักฟอก ขยี้เบา ๆ ก็หลุดแล้ว

“ของดีเช่นนี้ท่านแม่ไปได้มาจากไหนหรือขอรับ” ซือฮั่นอดที่จะถามไม่ได้ เพราะวัน ๆ ก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา และมันก็ต้องแพงมากแน่ ๆ แล้วท่านแม่ไปเอาของสิ่งนี้มาจากที่ใด

“อ๋อ... เพื่อนต่างเมืองเอามาฝากน่ะ แม่เก็บไว้นานแล้วเพิ่งได้เอาออกมาใช้ รีบ ๆ ซักกันเร็วเข้า จะได้รีบตากผ้า ไม่เช่นนั้นจะแห้งไม่ทัน”

คำถามที่ไม่ได้เตรียมคำตอบมาแต่แรก ทำเอาเหมยกุ้ยหาเหตุผลมาตอบไม่ได้เลย นางจึงพูดแก้ตัวไปเช่นนั้น แล้วใช้วิธีขึ้นเสียงเร่งให้เด็ก ๆ ทำงาน และมันก็ได้ผล พวกเขาไม่ถามอีกเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาซักผ้าให้เสร็จ

ทว่าเอ้อเหนียงที่ถูกเมิน คิดอยากจะได้ผงซักฟอกของเหมยกุ้ย เจ้าตัวทำตาล่อกแล่ก ในหัวก็เอาแต่คิดหาวิธีจะทำอย่างไรถึงจะแย่งผงซักฟอกมาได้ หากตนเข้าไปขอโต้ง ๆ เหมือนเมื่อก่อน เหมยกุ้ยไม่มีทางยอมแน่

พลันสายตาของเอ้อเหนียงเหลือบไปเห็นผู้เฒ่าซ่ง พ่อสามีของเหมยกุ้ย มุมปากก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเลศนัย ก่อนจะกอดอกแล้วเดินเข้าหาเหมยกุ้ย จีบปากจีบคอพูดจาเสียดสี ทว่าสายตากลับเอาแต่เหล่มองถุงผงซักฟอก

“ตายแล้ว นั่นตาเฒ่าซ่งไม่ใช่หรือ แก่ป่านนี้แล้วกลับถูกทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว มีสะใภ้ไม่ดีก็เช่นนี้ ชีวิตนี้ก็คงจะจบสิ้นแล้วกระมัง”

เหมยกุ้ยมองตามทันที นางลืมเรื่องพ่อสามีไปเสียสนิทเลย ยังมีอีกคนที่แม้ว่านางในอดีตทำไม่ดีด้วยมากแค่ไหน แต่ท่านก็ไม่เคยจะซ้ำเติมยามทุกข์ยาก คอยเอาเสบียงอาหารมาให้ตลอด ทั้งที่ตัวเองก็ขัดสน

เอ้อเหนียงฉวยโอกาสยามที่ทุกคนหันไปทางเฒ่าซ่ง แอบกำเอาผงซักฟอกหนึ่งกำใหญ่แล้วรีบซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง หากใช้ดีจริงไว้วันหลังค่อยชวนแม่สามีไปขอเพิ่ม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel