บท
ตั้งค่า

บทที่ 7/2 ปิดตาตีงู

“หยุด! วางลงเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าข้าไม่เห็น” เหมยกุ้ยชี้หน้าด้วยไม้ตีผ้า นางเห็นนะว่าแอบขโมยผงซักฟอกไปตั้งหนึ่งกำมือ

“พูดเรื่องอะไรของเจ้า คิดจะชวนข้าทะเลาะเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องไม่ดีของตัวเองล่ะสิ”

“ข้าเตือนแล้วนะว่าให้เอาของคืนมา”

“ข้าไม่ได้หยิบของเจ้าไปเสียหน่อย มีคนเห็นหรือว่าข้าหยิบไป เจ้า เจ้า แล้วก็เจ้า เห็นหรือ” เอ้อเหนียงชี้ไปยังชาวบ้านคนอื่น เมื่อครู่ไม่มีใครเห็นหรอก เพราะมัวแต่หันไปทางเฒ่าซ่งกันหมด ผลที่ได้ก็เป็นไปตามคาด พวกเขาต่างส่ายหน้ากันหมด

เหมยกุ้ยกัดฟันกรอด จะเข้าไปแย่งตรง ๆ ภาพลักษณ์ที่นางพยายามเปลี่ยนให้ดีขึ้นก็จะยิ่งยาก นังงูพิษนี่ คอยดูเถอะสักวันชาวนาผู้นี้ จะตีหัวนังงูพิษให้ตาย

“จิ๊ก ๆ เถียงไม่ออกล่ะซี่ ลูกสะใภ้เช่นเจ้า คนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมดนั่นแหละว่าเห็นแก่ตัว ทิ้งครอบครัวสามี ไม่สนใจลูกผัว ยังจะอยากให้แม่สามีข้ารับกลับบ้านอีก ไม่ดูตัวเองเอาเสียเลย”

เด็กทั้งสามที่ทนฟังไม่ได้ ทิ้งผ้าในมือแล้วปรี่เข้าหาป้าสะใภ้ หวังจะให้อีกฝ่ายขอโทษ แต่ก็ต้องหยุดการกระทำนั้นไว้ เมื่อมารดาห้ามพวกเขา

“หยุดนะ”

“ท่านแม่ ป้าสะใภ้พูดไม่ดีนะขอรับ นางพูดไม่จริงเลย ข้าจะให้นางขอโทษท่านแม่” ซือฮั่นฮึดฮัดด้วยรู้สึกขัดใจ ท่านพ่อเคยบอกว่าเพราะท่านแม่หัวอ่อน และมีปมเรื่องความรักภายในครอบครัว ที่ทำทุกอย่างก็เพื่อที่จะได้ความรักจากท่านยาย เป็นคนพวกนี้ต่างหากที่คอยแต่จะมาเอาเปรียบ

“พอเถอะ ที่พี่สะใภ้พูดก็ถูก ข้าก็เป็นเช่นนี้ กลับไปซักผ้าได้แล้ว”

“แต่ว่าจะปล่อยไปเช่นนี้จริงหรือขอรับ”

“ซือฮั่น ถ้าเจ้าว่างนักก็ไปเอาผ้าของท่านปู่มาซักไป”

“ขอรับ”

เด็กหนุ่มกำมือแน่น มองหน้าป้าสะใภ้ด้วยความโกรธ อยากจะตอกหน้ากลับไปสักคำ กระนั้นก็ต้องตัดใจ หันหลังเดินไปหาท่านปู่ เอาผ้ามาซักด้วยความจำยอม

“หึ! ถือว่ารู้ความอยู่บ้าง”

เอ้อเหนียงเห็นว่าเหมยกุ้ยยอมแพ้ นางก็ยิ่งได้ใจ เชิดหน้ากลับไปหยิบเอาผ้าที่ซักเสร็จ แล้วเดินกลับบ้านไปอย่างมีชัย คนขี้แพ้อย่างไรก็คือคนขี้แพ้อยู่วันยังค่ำนั่นแหละ ก็แค่ทำเป็นเก่งให้คนอื่นดูก็เท่านั้น

ท่าทีลำพองใจของเอ้อเหนียง ทำเอาเหมยกุ้ยแทบอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงนัก คิดหรือว่านางจะปล่อยไปง่าย ๆ

ร่างบางเข้าไปนั่งข้างบุตรชายบุญธรรม ก่อนจะกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ซือฮั่น คืนนี้เตรียมกระสอบไว้สักใบ แต่งตัวปกปิดใบหน้าสักหน่อยเล่า แล้วเจอกันยามซวี”

“ท่านแม่จะทำอะไรหรือขอรับ”

“ข้าจะพาไปตีงู”

“ขอรับ” เด็กหนุ่มมองมารดาด้วยความมึนงง ตีงูอะไรมืดค่ำ จะมองเห็นหรือ

ด้านเฒ่าซ่งที่ถูกแย่งงานไป นั่งมองลูกสะใภ้อยู่ใต้ร่มไม้ อดีตทหารปลดประจำการยกมุมปากเล็กน้อย พลางคิดว่าเมื่อก่อนเหมยกุ้ยจะนิสัยเสียจนกู่ไม่กลับ เห็นทีต้องมองนางใหม่เสียแล้ว อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวลูกสะใภ้เล็กน้อย

ยามซวี*

สองเงาตะคุ่ม ๆ ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้เพื่อดักรอเอ้อเหนียง นางรู้มาว่าทุก ๆ สามวัน เอ้อเหนียงจะมาอาบน้ำคนเดียวที่ริมคลองเสมอ วันนี้ก็พอเหมาะพอดี เมื่อเห็นเป้าหมาย เหมยกุ้ยจึงสะกิดบุตรชายแล้วพยักหน้า เป็นสัญญาณบอกว่าให้เริ่มแผนการตีงูได้เลย

สองร่างเดินย่องตามหลังเอ้อเหนียง ซือฮั่นกระทำอย่างคล่องแคล่ว ใช้กระสอบคลุมหัวเป้าหมาย ตามมาด้วยเหมยกุ้ยที่ใช้ทั้งเท้า ศอก เข่า กำปั้น กระหน่ำใส่ไม่ยั้ง เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นก็ตาลุกวาว อยากร่วมวงบ้าง

ป้าสะใภ้คนนี้ทำเขาอัดอั้นตันใจมานานแล้ว ขอสักทีให้หายแค้นเถอะ

“โอ๊ย! ใครทำข้า พวกเจ้าเป็นใคร โอ๊ย ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าทำอะไรให้”

ตุบ ตับ

“โอ๊ย อย่าตีข้าเลย”

พลั่ก ตุบ

“อ๊า...เบ้าตาข้า”

เหมยกุ้ยคิดว่าสั่งสอนแค่นี้ยังไม่สาสมกับที่ตนโดนกระทำ เมื่อก่อนก็เป็นเอ้อเหนียงนี่แหละ ที่คอยเป่าหูคนทั้งหมู่บ้านให้ชิงชัง แม้แต่เพื่อนรักเพียงคนเดียวก็ยังเลิกคบตน หญิงสาวจึงใช้เงินที่เหลือในระบบ ซื้อผงคันแกล้งคนมาหนึ่งซอง เทใส่ตัวเอ้อเหนียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งใส่ลงในเสื้อผ้าในกะละมัง

ฮึ! อย่าคิดว่าคืนนี้แกจะได้นอนเลย เอ้อเหนียง...

*ยามซวี” (19.00-20.59)

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel