บท
ตั้งค่า

บทที่ 4/1

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ เหม่อมองถ้วยข้าวต้มแล้วพานกินไม่ลง ของแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนกินได้ด้วยซ้ำ คิดแล้วก็อดที่จะโกรธตัวเองไม่ได้

“ท่านแม่ไม่กินแล้วหรือขอรับ” เนี่ยนจินที่ยังกินไม่อิ่ม ได้แต่เลียปากถามออกไปอย่างเลื่อนลอย เด็กน้อยเอาแต่มองถ้วยข้าวของมารดาไม่กะพริบ กระนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอตรง ๆ

“ของแบบนี้มันกินไม่ได้หรอก เอาไปทิ้งซะ”

“ถ้าท่านแม่ไม่กิน เช่นนั้นข้าขอได้หรือไม่ขอรับ”

สุดท้ายเหมยกุ้ยก็ยอมเลื่อนถ้วยข้าวให้อย่างจำยอม ภายในใจได้แต่นึกสงสาร ยามที่เห็นทั้งสามแบ่งข้าวออกเป็นสามส่วน แล้วกินราวกับว่านั่นคืออาหารมื้อที่ดีที่สุดเสียอย่างนั้น

ทั้งที่คิดว่าตนเองยังต้องการเวลาปรับตัว กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันให้ได้ก่อน แต่เรื่องความเป็นอยู่ในตอนนี้ ไม่อาจทนอยู่เฉยได้อีกแล้ว ครอบครัวตนเองทุกข์ยากถึงเพียงนี้ เหล่าคนเห็นแก่ตัวกลับได้อยู่สุขสบาย มันเกินกว่าจะทนรับได้จริง ๆ

“รู้ไหมว่าพ่อของพวกเจ้าจะกลับมาวันไหน” เมื่อถามถึงสามีก็อดที่จะรู้สึกขัดเขินเสียมิได้ สามีดีทั้งนิสัยและรูปโฉมงามออกปานนี้ แต่เหมยกุ้ยในอดีตกลับไม่เห็นค่า ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นผู้ขออาศัย ทั้งที่ตัวเองต่างหากที่มาอาศัยอยู่

“ท่านพ่อบอกว่าจะเข้าป่าครึ่งเดือน ถ้านับจากวันที่ไปก็อีกห้าวันน่าจะกลับมาแล้วขอรับ” ซือฮั่นอดที่จะแปลกใจไม่ได้ ท่านแม่ไม่เคยเอ่ยถึงท่านพ่อเลยสักครั้ง ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้อยากรู้เรื่องท่านพ่อ

“ห้าวันเชียวหรือ นานเกินไป ทนอยู่สภาพนี้ไม่ได้หรอก” หากรอจนกว่าสามีจะกลับมา แล้วค่อยไปเอาเรื่องคนบ้านนั้นคงไม่ได้ นางกับลูก ๆ ได้อดตายกันก่อนเป็นแน่

เหมยกุ้ยกำมือแน่นด้วยความโมโห นางมองเด็ก ๆ แบ่งข้าวกันกิน มีความเป็นอยู่อย่างอัตคัด บ้านเรือนก็ทรุดโทรมจะพังอยู่รอมร่อ ไม่ต้องรอเวลาปรับตัวแล้ว พุ่งชนมันตอนนี้นี่แหละ

“ซือฮั่น เจ้าไปแจ้งท่านลุงหวังให้ตามไปที่บ้านจง”

“ขอรับ”

เด็ก ๆ ทั้งสามมองหน้ากันด้วยความสงสัย ไม่นานนักใบหน้าก็หม่นลง หรือว่าที่ท่านแม่เอ่ยถึงท่านพ่อ เพื่อที่จะพูดเรื่องหย่าใช่หรือไม่ การที่ให้ซือฮั่นไปตามผู้ใหญ่บ้าน ก็เพื่อจะทำเรื่องหย่าไว้ก่อน

หญิงสาวทนฝืนลงจากเตียง โดยที่ไม่สนใจอาการป่วยของตนเอง นางออกจากบ้านไปด้วยใบหน้าซีดเซียวและบึ้งตึง มุ่งหน้าไปบ้านเดิม แต่ก็ไม่ลืมหยิบเอามีดพร้าติดมือไปด้วย การกระทำที่ไม่บอกกล่าวสิ่งใด ทำเอาเด็กทั้งสามถึงกับกระวนกระวายใจ

“พี่ใหญ่ หรือว่าท่านแม่คิดจะแยกทางกับท่านพ่อเจ้าคะ”

“เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วหรือขอรับ” เนี่ยนจินทำหน้าเศร้า ทั้งที่พยายามทำตัวดีเพื่อไม่ให้ท่านแม่ทิ้งไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สินะ

“อย่าเพิ่งคิดไปก่อน เอาเช่นนี้ พวกเจ้าตามท่านแม่ไปก่อน พี่จะไปตามลุงหวัง ถ้าหากท่านแม่อยากจะหย่าจริง พี่จะขอให้ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านถ่วงเวลาไว้รอจนกว่าท่านพ่อจะกลับมา”

น้องทั้งสองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามที่พี่ใหญ่สั่ง ม่านถงจูงมือเนี่ยนจินรีบเร่งตามมารดาไป ส่วนซือฮั่นก็รีบไปบ้านผู้ใหญ่บ้านหวัง แล้วเกลี้ยกล่อมให้ท่านลุงหวังหาวิธีถ่วงเวลาไว้ รอจนกว่าท่านพ่อจะออกจากป่า

ด้านเหมยกุ้ย ทันทีที่มาถึงหน้าบ้านมารดา ร่างบางไม่รอช้า ก้าวอาด ๆ เข้าไปเตะที่บานประตูเต็มแรง ทำเอาประตูซีกหนึ่งหลุดไปต่อหน้าต่อตา

คนด้านในที่กำลังจะคีบกับข้าวเข้าปาก ก็ถึงกับตะลึงนิ่งค้าง บางคนน่องไก่ก็ยังคาบอยู่คาปาก โดยเฉพาะนางจง ยังไม่ได้ตักข้าวเข้าปากสักคำ

ปัง!

“เป็นบ้าอะไรของเจ้าแต่เช้าเนี่ยเหมยกุ้ย ไม่เห็นหรือคนกำลังกินข้าวน่ะ” ยายเฒ่าจงถึงกับโกรธหน้าสั่น ด่ากราดพ่นน้ำลายกระเซ็น

“ก็เห็นนะ ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย” หญิงสาวเหยียดยิ้ม พลางมองใบหน้าของทุกคนในบ้านอย่างท้าทาย พวกเหลือบไรนี่ กินดีอยู่ดีกันขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย

“นังตัวดี เดี๋ยวนี้พูดจาแบบนี้กับท่านแม่หรือ เสนอหน้ามาทำไม ไสหัวไปไกล ๆ” จงซานวางตะเกียบกระแทกอย่างใส่อารมณ์ ชี้นิ้วด่าน้องสาว ขุ่นเคืองที่ต้องมาเจอหน้าเหมยกุ้ยตั้งแต่เช้า

“ชิ! แต่งออกไปแล้วก็ยังจะกลับมาอยู่ได้ มิรู้ว่าจะเป็นภาระไปถึงเมื่อไร” เอ้อเหนียงภรรยาของจงซานบ่นพึมพำ ปรายตามองน้องสามีด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ข้าก็ไม่ได้อยากจะมาเหยียบนักหรอก”

“ไม่อยากมา แล้วมาทำไม อย่าทำตัวน่ารำคาญที่นี่อีกเลย กลับบ้านแกไปซะ บอกแล้วไม่ใช่หรือ บ้านข้าไม่ต้อนรับลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว”

“ข้าก็แค่จะมาเอาของของข้าคืนเจ้าค่ะ ได้แล้วก็จะไป ท่านแม่ไม่ต้องไล่” ร่างบางกวาดสายตามองทุกคนในบ้าน แม้ปากจะยิ้มทว่ารอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา

ดียิ่งนัก ทั้งใบหน้าและนิสัยคนพวกนี้ เหมือนกันกับคนบ้านใหญ่ในชาติก่อนเป๊ะเลย เช่นนั้นความแค้น ความโกรธ ความไม่พอใจ นางขอรวบมันทั้งหมดไว้ตรงนี้เลยก็แล้วกัน

“นี่มันบ้านข้า จะมีของแกที่ไหน ไสหัวกลับไปซะ อย่ามาทำตัวน่ารำคาญที่นี่”

“มีสิเจ้าคะ เมื่อเดือนที่แล้วพี่สะใภ้ไปที่บ้านข้า บอกว่าไม่มีข้าวสาร แล้วนางก็มาขนจากบ้านข้าไปหมด มิใช่แค่ข้าว แต่นางหยิบฉวยทั้งเนื้อทั้งของมีค่าจากบ้านข้าไป เมื่อสิบวันก่อน พี่ใหญ่บอกว่าไม่มีเงินซื้อหนังสือ มาขอยืมเงินจากข้าห้าตำลึง พอข้ามาทวงเงิน พี่ใหญ่กลับทำร้ายข้า หวังให้ตายจะได้ไม่ต้องใช้หนี้”

สิ่งที่นางพูดไม่ใช่ทั้งหมดกับวีรกรรมของคนบ้านนี้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ให้พูดทั้งปีก็ไม่หมด ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านหลังนี้ ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของสามีนางทั้งนั้น วันนี้จะเอาคืนให้หมด

“ม่านถง เนี่ยนจิน เข้ามานี่”

ม่านถงและน้องชายที่แอบอยู่ด้านนอกสะดุ้งเฮือก คิดไม่ถึงว่ามารดาจะจับได้เร็วถึงเพียงนี้ ทั้งสองจึงออกจากที่ซ่อน ก้าวเข้าบ้านท่านยายด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ

“กระทะ หม้อ เนื้อตากแห้ง ผ้าพับ ผ้าห่ม หมอน ไข่ ข้าวสาร แม่ไก่ทั้งหมดในเล้า พวกเจ้าไปขนออกมาให้หมด”

“กล้าหรือ” นางจงไฉ่ชี้หน้าบุตรสาวด้วยความเดือดดาล ก่อนจะถลึงตาใส่เด็กน้อยทั้งสอง พลางส่งสัญญาณให้บุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปขวางหน้า ไม่ให้เอาของจากบ้านไปได้สักชิ้น

“ทำไมจะไม่กล้า ในเมื่อมันเป็นของที่พวกท่านขโมยมา ข้ามีสิทธิ์จะเอาคืน”

เหมยกุ้ยยืนประจันหน้ามารดา บัดนี้นางไม่มีท่าทีเกรงกลัวแต่อย่างใด พยักหน้าให้เด็ก ๆ เข้าไปหยิบของออกมา ทว่าเมื่อม่านถงขยับตัว จงซานกับภรรยากลับยืนเท้าสะเอว กดดันให้เด็กสาวถอยออกไป

“ถอยไป ไม่เช่นนั้นข้าฟันไม่เลี้ยงแน่ ม่านถงจัดการตามที่แม่สั่ง” ฮึ! ถ้ากล้าก็ลองเข้ามาสิ แม่จะฟันด้วยมีดขึ้นสนิมนี่แหละ ให้บาดทะยักกินกระบาลเสียให้เข็ด

หญิงสาวฟันมีดใส่ขอบโต๊ะข่มขู่ หากกล้าขวางนางจะฟันจริงไม่มีการล้อเล่น เด็กทั้งสองเห็นดังนั้นจึงผลักท่านลุงและป้าสะใภ้ให้ถอยไป ก่อนจะเข้าไปขนของออกมาตามคำสั่งมารดา

“บ้าไปแล้ว นี่มันบ้าไปแล้ว นังลูกอกตัญญู มีที่ไหนเขาทำกับแม่ตัวเองแบบนี้”

เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ บุตรสาวที่ตนเคยโขกสับสั่งได้ กลับมาถือมีดพร้าชี้หน้า พร้อมกับขนเอาข้าวของในบ้านตนไปหมด จงไฉ่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเต้นแร้งเต้นกาอยากจะเข้าไปแย่งคืน แต่ก็ไม่กล้า กลัวจะถูกฟันเข้าจริง ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel