บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 โง่เขลา

ม่านถงถือชามใส่น้ำพร้อมผ้าสะอาดเข้ามาด้วยมืออันสั่นเทา ข้างกายยังมีเด็กชายตัวน้อยเกาะเอวไม่ห่าง ห่วงก็ห่วง แต่ความกลัวนั้นมีมากกว่า กว่าจะย่างก้าวไปได้แต่ละก้าว ก็ต้องงัดเอาความกล้าทั้งหมดที่มีออกมาใช้

นางเหลือบมองไปที่พี่ชาย ที่นั่งคุกเข่าหันหน้าเข้ากำแพงบ้าน พลางคิดว่าคงถูกท่านแม่ทำโทษแน่แท้ รายต่อไปก็คงไม่พ้นตนแล้ว

ส่วนกิมหยงที่ยังรับไม่ได้ว่าตนเองคือเหมยกุ้ย สตรีโง่เง่าไร้สมองคนนั้น ในตอนนี้ใบหน้าที่บึ้งตึงด้วยความไม่พอใจอยู่แล้ว ก็ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวของเด็ก ๆ นางจึงลดความหงุดหงิดในใจลง ปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลาย

“น้ำอุ่นกับผ้าเจ้าค่ะ” ม่านถงยิ้มเจื่อน นางไม่อยากทำให้ท่านแม่เคืองและไม่พอใจ จึงรีบวางถังน้ำและผ้าไว้ข้างเตียง ก่อนจะถอยห่างออกไปสองก้าว

ความกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ของเด็กทั้งสอง ทำให้หญิงสาวรู้สึกอเนจอนาถใจ ตั้งแต่ความทรงจำเก่ากลับมา บัดนี้ถึงได้เข้าใจความรู้สึกของลูกหลานในอดีต ที่ต้องเป็นเบี้ยล่างให้คนบ้านใหญ่ ไม่ใช่ว่าไม่อยากหนีไปให้พ้น แต่มันกลัวจนไม่กล้าหนีต่างหาก

ก็ดีในเมื่อได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ต่อไปนี้นางจะทำให้ครอบครัวของตัวเอง อยู่ดีกินดีไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ส่วนคนบ้านใหญ่น่ะหรือ ปล่อยให้พวกมันอดตายไปเสีย อย่าได้ลืมหูลืมตาขึ้นมาอีกเลย

คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงมองไปทางเด็กทั้งสองอย่างหมายมาด ต่อจากนี้นางจะขุนให้พวกเขาอ้วน ให้กินจนบ่นว่ากินไม่ไหว จะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้จนร้องขอว่าพอแล้ว ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องอิจฉา

เพื่อไม่ให้แผลอักเสบไปมากกว่านี้ เหมยกุ้ยรีบทำแผลใหม่ แม้ความเจ็บจะทุเลาไปมาก แต่หัวก็ยังรู้สึกปวดตุบอยู่บ้าง ในตอนที่นางไม่ได้สติ เด็กพวกนี้มีความเป็นอยู่กันอย่างไรบ้างนะ สภาพถึงได้ดูไม่ได้เช่นนี้

“ข้าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว”

“หลับไปสองวันหนึ่งคืนเจ้าค่ะ”

“ฮะ! สองวันหนึ่งคืน โอ๊ย... เจ็บ ๆ” หญิงสาวลืมตัว เผลอตบเข้ากลางหน้าผากตนเอง ก็ถึงกับร้องลั่นทันที แรงเมื่อครู่สะเทือนไปถึงบาดแผล

ที่นางตกอกตกใจนั่นเป็นเพราะทั้งเงินและเสบียง ล้วนเป็นของที่ตนเก็บไว้ทั้งนั้น เวลาจะทำอาหาร จึงเอาออกมาแค่เฉพาะพอทำกินต่อมื้อเท่านั้น หลับไปนานถึงเพียงนี้ สองวันที่ผ่านมาพวกเขาอยู่กันอย่างไร มิใช่ไปแทะเปลือกไม้กันหรอกนะ

ทว่ายังไม่ทันจะถามไถ่อะไรไปมากกว่านี้ เสียงท้องร้องด้วยความหิวก็ดังขึ้น โดยเฉพาะเนี่ยนจินที่ร้องดังกว่าใคร

“ม่านถงไปหยิบข้าวในถุงเอาไปทำข้าวต้มเสีย”

“เจ้าค่ะ”

เด็กสาวทำตามอย่างว่าง่าย นางรับกุญแจมาแล้วเปิดฝาหีบไม้ กำเอาข้าวในถุงผ้าขึ้นมาหนึ่งกำ เหมยกุ้ยถึงกับมองเขม็ง พลางคิดว่าเอาไปแค่นั้นมันจะไม่อิ่มได้อย่างไร ทว่าม่านถงกลับคิดว่ามารดาไม่พอใจที่นางเอาออกมาเยอะเกินไป นางจึงคืนข้าวกลับไปครึ่งกำมือ

“ทำอะไรของเจ้า เอาไปทำทั้งถุงนั่นแหละ”

“ตะ... แต่ว่าเสบียงมีแค่นี้แล้วนะเจ้าคะ”

เหมยกุ้ยทำทีถลึงตาใส่ เด็กพวกนี้ถึงจะยอมทำตามแต่โดยดี เมื่อเห็นว่าท่านแม่ไม่พอใจแล้ว ม่านถงจึงลนลานหยิบถุงข้าววิ่งไปที่ครัวทันที

แต่พอเห็นถุงข้าวในมือบุตรสาว ทำเอาเหมยกุ้ยถึงกับส่ายหัว ถุงเท่าฝ่ามือเท่านั้นเอง ยังจะคิดว่ามากไปอีกหรือ เอาไปทำอาหารหมดถุง ก็ยังไม่พอสำหรับคนสี่คนด้วยซ้ำ

ระหว่างรอม่านถงทำอาหาร หญิงสาวก็เอาแต่ครุ่นคิด ถึงวิธีการเอาตัวรอดในยุคสมัยข้าวยากหมากแพง รวมไปถึงความคิดที่จะเอาคืนบ้านเดิมให้สาสม จะมีวิธีไหนที่ทำให้หาเงินได้เร็ว ๆ บ้างเล่า

ไม่นานม่านถงก็นำถ้วยข้าวต้มเข้ามา กลับมีเพียงแค่ถ้วยข้าวต้มหนึ่งถ้วย ไม่มีกับข้าว หรือแม้แต่เครื่องเคียง เหมยกุ้ยก็แทบบ้าแล้ว

แม่เจ้า!... อย่าว่าแต่รวยเลย แค่จะเอาชีวิตให้รอดไปถึงเดือนหน้าก็ยังไม่ไหว

“เหตุใดถึงได้มีแค่ถ้วยเดียว พวกเจ้าไม่หิวหรือไง”

“หิวเจ้าค่ะ”

“ถ้าหิวก็ไปตักมากินกันสิ หรือต้องรอให้ข้าอัญเชิญหรือไง” เหมยกุ้ยหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อปรับอารมณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า นางไม่อยากพูดไม่ดีใส่หรอกนะ แต่เด็กพวกนี้ดูเหมือนจะชินกับคำพูดแบบนี้ของนางไปเสียแล้ว

“พวกเรากินได้หรือเจ้าคะ”

“ก็ต้องกินได้สิ หรือจะรอให้ข้าป้อนเล่า ซือฮั่นไปยกหม้อข้าวมา” นางเปลี่ยนไปเรียกใช้บุตรชายแทน ดูแล้วม่านถงน่าจะเดินไม่พ้นสามก้าวคงได้เป็นลมไปก่อนเป็นแน่

“ขอรับ”

ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มจึงรีบลุกจากมุมห้อง ไปที่ห้องครัวแล้วยกหม้อข้าวเข้ามา ด้านหลังเป็นเนี่ยนจินน้องเล็ก ถือถ้วยและตะเกียบตามมาอย่างรู้ความ

ทว่าเรื่องกลับมิได้จบเพียงเท่านั้น ข้าวต้มที่เหมยกุ้ยคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ อิ่มท้องไปได้หนึ่งมื้อ กลับเป็นเหมือนน้ำซาวข้าวซึ่งมีเม็ดข้าวไม่กี่เม็ด อย่าเรียกว่าเม็ดข้าวเลย เรียกวิญญาณข้าวก็ไม่เกินจริง

“ข้าสั่งให้ต้มข้าวให้หมดไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงมีแต่น้ำ ม่านถงขัดคำสั่งแม่หรือ”

“ไม่เจ้าค่ะ ลูกไม่กล้าขัดคำสั่งท่านแม่” เด็กสาวหน้าตาตื่นราวกับเห็นผี แม้คำพูดและอารมณ์ของท่านแม่จะเหมือนเดิม แต่ว่าท่านไม่เคยแทนตัวว่าแม่สักครั้ง แต่ครั้งนี้ท่านกลับพูดคำนั้นออกมา จึงรู้สึกทั้งตกใจและดีใจระคนเดียวกัน

“แล้วทำไมในถ้วยพวกเจ้าถึงไม่มีเม็ดข้าวเลยเล่า”

“ไม่เป็นไรขอรับ เท่านี้ก็อิ่มแล้ว” ซือฮั่นพี่ใหญ่กล่าวยิ้ม ๆ สำหรับพวกเขาอะไรก็ดีหมดนั่นแหละ ขอแค่กินได้ก็พอ

พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เหมยกุ้ยจึงมองที่ถ้วยข้าวของตน สลับมองที่ถ้วยข้าวของลูก ๆ นางจึงถอนหายใจออกมาในที่สุด เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็ตักมาที่ถ้วยของตนหมดเลยนี่เอง พวกเขาถึงได้กินแต่น้ำ

ทว่าข้าวต้มถ้วยนี้สีน้ำช่างแปลกนัก ไม่ใช่สีขาวเหมือนข้าวเปล่าต้มใส่น้ำอย่างที่คิด แต่กลับค่อนไปทางสีน้ำตาลขุ่นสักหน่อย ได้แต่นึกสงสัยว่าม่านถงใส่เครื่องปรุงอะไรเข้าไป สีของน้ำข้าวถึงได้เป็นเช่นนี้

ข้าเริ่มคาดหวังกับรสชาติแล้วสิ...

แต่เมื่อมองเด็ก ๆ พวกนั้นกินกันอย่างเอร็ดอร่อย นางจึงยกถ้วยข้าวต้มขึ้นซดบ้าง

ซู้ดดด

พรวด!

แค่ซดไปหนึ่งคำข้าวต้มคำนั้นเรียกได้ว่า เข้าทางไหนออกทางนั้นเร็วยิ่งกว่าตอนดื่มเข้าไปเสียอีก ในหัวของเหมยกุ้ยอึ้งแล้วอึ้งอีก มองเด็กทั้งสามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

รสชาติแบบนี้ แม้แต่สุนัขยังเมิน กินเข้าไปได้อย่างไร...

“แค็ก ๆ นี่มันใช่ข้าวเสียที่ไหน มันรำข้าวชัด ๆ” ร่างบางไอสำลักไม่หยุด รู้สึกสากลิ้นสากคอไปหมด

“ไม่ใช่ขอรับ เป็นข้าวผสมรำข้าว” ซือฮั่นตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับซดน้ำข้าวราวกับว่ามันเป็นของล้ำค่า

“มันต่างกันตรงไหน พวกเจ้ากินเข้าไปได้อย่างไร เททิ้งไปซะ อย่ากินเข้าไปนะ เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”

“กินได้เจ้าค่ะ เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว” ม่านถงซดน้ำข้าวต้มจนหมดรวดเดียว นางไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว ได้แต่ประทังชีวิตด้วยน้ำเปล่า ให้กินน้ำต้มรำข้าวก็ยังดีกว่าไปแทะเปลือกไม้กิน

“แล้วเนื้อเล่า เนื้อที่พ่อพวกเจ้าหามาไปไหนหมด บ้านเราต้องมีเนื้อกินสิ” เมื่อคิดว่าสามีมีอาชีพเป็นนายพราน เหตุใดถึงมีชีวิตอัตคัดเช่นนี้กัน บ้านนี้ควรมีเนื้อกินทุกวันสิ แต่กลับจนเสียยิ่งกว่าชาวนาที่ต้องเช่านาคนอื่นทำเสียอีก

“ท่านแม่คงลืมไปแล้ว ทุกครั้งที่ท่านพ่อเอาเนื้อกลับมา ท่านแม่จะเอาไปส่งที่บ้านท่านยายทั้งหมดขอรับ บ้านเราจึงไม่มีเนื้อให้กิน” เนี่ยนจินโพล่งขึ้น แต่ก็ต้องถูกเหล่าพี่ ๆ เอามือปิดปากไม่ให้พูดไปมากกว่านี้

เหมยกุ้ยหลับตาและสูดหายใจเข้ายาวเหยียดไม่รู้กี่ครั้ง แผลนี้ก็ได้จากคนบ้านเดิม พวกไม่รู้จักบุญคุณนี่ถือกำเนิดตั้งแต่ยุคสมัยนี้เลยสินะ กระนั้นจะโทษคนพวกนั้นฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก โทษตัวเองด้วยครึ่งหนึ่ง ครอบครัวเห็นแก่ตัวเช่นนั้นทำไมถึงได้ไม่ตัดขาดไปเสีย เอาแต่ยกย่องอยู่ได้ โง่เขลานัก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel