บท
ตั้งค่า

บทที่ 11/1 ข้าไม่หย่า

ทันทีที่เกวียนล่อวิ่งเข้าหมู่บ้าน ต่างก็มีเสียงกระซิบกระซาบ จากบ้านที่จนที่สุด บัดนี้กลับกลายเป็นว่าอู้ฟู่ที่สุด ข้าวของบนเกวียนรวมไปถึงเกวียนที่ซื้อมา หมูป่าที่ล่ามาได้ต้องขายได้เท่าไรกัน ถึงได้กล้าซื้อเยอะถึงเพียงนั้น

เหมยกุ้ยเหยียดยิ้ม แค่ผ่านหน้าคนที่เคยว่ากล่าวดูถูก นางก็เชิดหน้าแล้วโปรยยิ้มใส่ ตบมือลงบนกองข้าวของเบา ๆ อย่างเป็นจังหวะ ราวกับจะบอกคนพวกนั้นว่า แหกตาดูข้าเสียสิ อิจฉาข้าหรือไม่

เมื่อยามต้องเผชิญหน้ากับบ้านเดิมที่ไม่อาจเลี่ยงได้ อีกทั้งเพิ่งผ่านการมีเรื่องกันมาหยก ๆ เหมยกุ้ยจึงเลือกที่จะเมินหน้าหนี เพื่อไม่ให้ตนต้องมาเสียอารมณ์กับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก ทว่านั่นเป็นเพียงแค่ความคิดของนางฝ่ายเดียว ใช้ไม่ได้กับคนบ้านจง

“ถุย โอ้อวดไปเถอะ ซื้อของมากมายขนาดนั้น อีกไม่นานก็หมด ดีแต่ใช้ฟุ่มเฟือยไม่รู้จักประหยัด อย่าร้องไห้กลับมาก็แล้วกัน” เอ้อเหนียงยืนพิงเสาประตูหน้าบ้าน ก่อนจะถุยเปลือกเม็ดแตงใส่อย่างไม่สบอารมณ์

“ก็ยังดีกว่าคนไร้ประโยชน์บางคน ขี้เกียจตัวเป็นขน เป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ก็ไม่ได้ ดูข้าสิ แต่งงานได้สองเดือนก็ตั้งท้องเสียแล้ว ลูกแท้ ๆ ก็ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยเถียงแม่ให้ระคายหูสักคำ ส่วนลูกบุญธรรมหรือก็ขยันขันแข็งรู้ความนัก รักข้าไม่ต่างจากแม่ผู้ให้กำเนิด ข้านี่มันช่างเป็นคนมีบุญมาเกิดจริงจริ๊ง”

หญิงสาวตั้งใจลากเสียงยาวยั่วโมโหพี่สะใภ้ ว่าจะไม่ใส่ใจแล้วนะ มันอดไม่ได้จริง ๆ เมื่อก่อนทำลับหลังอะไรไว้อย่าคิดว่าไม่รู้นะ เอ้อเหนียงนี่แหละคือตัวการยุยงท่านแม่ให้นางเอาลูกไปขายแลกเงิน ทั้งยังเป็นคนต้นคิดหาเศรษฐีแก่คราวพ่อ ขายตนให้แต่งไปเป็นเมียน้อย

หากไม่เกิดเหตุช่วยอวิ๋นเซียวจากการจมน้ำคราวนั้น แผนการชั่วของเอ้อเหนียงคงสำเร็จไปแล้ว

“เจ้า...ฮึ! บุตรสาวที่ครอบครัวทอดทิ้ง ก็ไม่ต่างจากตัวคนเดียว สามีเจ้ารู้หรือยัง ว่าถูกตัดขาดจากบ้านเดิมแล้วน่ะ เก็บความลับไว้ให้ดี ๆ เล่า เดี๋ยวจะถูกทิ้งเอา อุ๊ย! ข้านี่ก็กระไร หลุดปากไปเสียได้” เอ้อเหนียงปิดปากยิ้มเยาะ พลางเหลือบมองไปยังเด็กทั้งสองที่นั่งอยู่บนเกวียน

“คงทำให้เจ้าผิดหวังแล้ว สามีข้าน่ะหรือ เขาดีใจจะตายที่ข้าตัดเนื้อเน่าอย่างพวกเจ้าออกไปได้”

“แก... แกว่าใครเป็นเนื้อเน่า” เอ้อเหนียงหายใจแรงเสียจนหน้าอกกระเพื่อม ความโกรธพุ่งปรี๊ด กระนั้นคำพูดของเหมยกุ้ยกลับรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเด็กสองคนนั้นเสียอีก

“ว่าท่านป้าขอรับ/เจ้าค่ะ”

หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ไม่คิดว่าเด็กสองคนนี้จะตบมุกนางได้พอดิบพอดี ก่อนจากกันก็ไม่วายยกนิ้วกลางให้เอ้อเหนียงไปทีหนึ่ง การปะทะคารมกันครั้งนี้ ทำให้นางอารมณ์ดีไม่น้อย

ทว่าในตอนที่เกวียนกำลังจะถึงทางเลี้ยวเข้าบ้าน หญิงสาวบังเอิญเห็นพ่อสามีกำลังเดินจากไปอย่างเร่งรีบ รู้เลยว่าท่านคงแอบมาเยี่ยมอวิ๋นเซียวในตอนที่ตนไม่อยู่บ้าน เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้ คงต้องโทษที่ตัวนางคนเก่า ไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับใคร กระทั่งพ่อสามีตัดปัญหาการกระทบกระทั่ง เป็นท่านที่เลือกถอยออกไป

ทั้งที่ปีนี้ท่านอายุห้าสิบแล้ว ควรได้พักผ่อนอยู่บ้านเล่นกับหลาน ๆ แต่ก็ต้องทำงานงก ๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเอง บุตรชายของท่านเพียงคนเดียว นางก็แย่งมาแล้ว มิหนำซ้ำตั้งแต่เป็นสะใภ้ ก็ไม่เคยเหลียวแลพ่อสามีที่แก่ชราสักครั้ง

ยังดีที่ซ่งอวิ๋นเซียวอยู่ตรงกลางได้ดี ไม่ทิ้งพ่อผู้ให้กำเนิด แต่ก็ไม่ได้ทิ้งภรรยาที่ตนต้องรับผิดชอบ แต่บางครั้งความขัดแย้งมันรุนแรงเกินไป จนเจ้าตัวก็รับมือไม่ไหว

เหมยกุ้ยจึงแอบซื้อของในระบบเพิ่ม แล้วแยกเฉพาะไว้สำหรับให้พ่อสามี คิดไว้ว่าสร้างบ้านใหม่เสร็จเมื่อไร ก็จะพาท่านมาอยู่ด้วยกัน

เมื่อกลับมาถึงบ้าน มีข้าวฟ่างถุงเล็ก ๆ พร้อมไข่ไก่ห้าฟองวางอยู่หน้าประตู เดาได้ทันทีคงไม่พ้นพ่อสามี แม้ท่านจะทำตัวเฉยชาไม่ชอบสะใภ้คนนี้ แต่เมื่อใดที่บ้านขาดแคลน ท่านก็มักจะเป็นคนแรกที่เอาของกินมาให้เสมอ

เมื่อเกวียนจอดสนิท เหมยกุ้ยไม่พูดไม่จา นางจัดการแบ่งส่วนสำหรับพ่อสามีใส่เต็มกระบุงใบใหญ่เพิ่มเข้าไปอีก ต่อจากนี้จะไม่ให้ท่านต้องทำงานแล้ว

“เจ้าสองคนเอาของไปส่งท่านปู่ เนี่ยนจินลูกอย่าเพิ่งรีบกลับเล่า อยู่เล่นเป็นเพื่อนท่านปู่ก่อน เย็น ๆ ค่อยกลับมากินข้าวนะ”

“ขอรับ”

ซือฮั่นทำเพียงพยักหน้าแล้วรับกระบุงใบใหญ่มาสะพายไว้เอง ยืนรอน้องชายที่กำลังรับห่อขนมจากท่านแม่ ในใจกลับรู้สึกดีที่มารดาเผื่อแผ่ไปถึงท่านปู่ด้วย ตอนแรกเขาคิดว่าจะแอบเก็บไว้บ้าง อยากให้ท่านปู่ได้กินของดี ๆ กับเขาบ้าง แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้ว แค่ที่ท่านแม่ให้มาก็คงอยู่ได้หลายเดือน

ระหว่างทางไปบ้านท่านปู่ เด็กน้อยตั้งใจฟังเรื่องที่พี่ใหญ่เล่า เดี๋ยวก็ตาโต เดี๋ยวก็หน้าบึ้ง สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นภูมิใจ เมื่อถึงคำบอกเล่าที่ว่า ท่านแม่เอ่ยชมตนต่อหน้าคนอื่น ว่าเป็นเด็กดีไม่เคยทำให้รำคาญใจ

เด็กน้อยกอดห่อขนมไว้แน่น ยิ้มแก้มปริไปตลอดทาง เมื่อเห็นเงาร่างท่านปู่อยู่ไม่ไกล เขาจึงโบกมือกระโดดหย็อย ๆ เรียกเสียงเจื้อยแจ้ว

“ท่านปู่”

เสียงใสแจ๋วของหลานรักดังมาแต่ไกล ทำเอาคนแก่ขี้เหงาอย่างซ่งฝูยิ้มกว้าง ไม่บ่อยนักหรอกที่หลานคนนี้จะได้แวะมาหา หากไม่ได้มาพร้อมกับบิดาเขา คงไม่มีวันที่สะใภ้ผู้นั้นจะยอมให้หลานชายมาเยี่ยม

“มากันได้อย่างไร ไม่กลัวแม่เจ้าตีหรือ รีบกลับบ้านไปเสีย” ซ่งฝูลูบหัวหลานชายอย่างเอ็นดู รอยยิ้มนั้นเผื่อแผ่ไปถึงหลานชายบุญธรรม อยากเจอเด็ก ๆ บ่อยก็จริง แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องกับสะใภ้

“ท่านแม่ให้เอาของมาให้ท่านปู่ขอรับ กำชับให้หลานอยู่เล่นเป็นเพื่อนด้วย ค่ำแล้วค่อยกลับไปกินข้าวขอรับ”

“หือ...แม่เจ้าน่ะหรือ” เฒ่าฝูอดที่จะแปลกใจไม่ได้ ห่าฝนท่าจะตกหลายวัน สะใภ้ที่แทบจะไม่มองหน้ากัน แต่พักนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“ขอรับ ท่านแม่บอกว่าให้อยู่กินขนม เล่นเป็นเพื่อนท่านปู่ขอรับ ท่านปู่ลองกินอันนี้ดูสิ อร่อยมาก!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel