บท
ตั้งค่า

บทที่ 10/2 ขาย!

หลังจากเข้าเมืองมาได้สักพัก หญิงสาวมองหาสถานที่ลับตาคนสักหน่อย แล้วค่อยหาข้ออ้างให้เด็กสองคนนั้นออกไป ระหว่างนั้นค่อยเอาหมูตัวนี้ขายให้ระบบไปเสีย

“พวกเจ้าจอดรถลากไว้ข้างกำแพงนั่นก่อน ซือฮั่นเจ้าลองไปเดินสำรวจดูก่อน แถวนี้มีร้านรับซื้อใกล้ที่สุดกี่ร้าน ส่วนเจ้าม่านถง ไปซื้ออะไรมาให้กินหน่อยสิ เป็นซาลาเปาไส้เนื้อนะ ซื้อมาสักสี่ลูก เมื่อเช้ากินไม่ค่อยอิ่ม ตอนนี้ไม่มีแรงเดินแล้ว หิวมาก” เหมยกุ้ยแสร้งลูบท้องตนเอง ทำทีเป็นว่าหิวเหลือเกิน หิวเสียจนเดินไม่ไหวแล้ว

“ขอรับ”

“เจ้าค่ะ”

หลังจากเดินไกลออกไปสักหน่อย ม่านถงที่เก็บงำความสงสัยไว้ไม่อยู่แล้ว จึงกระซิบถามพี่ชายอย่างช่วยไม่ได้

“พี่ใหญ่ ก่อนออกจากบ้าน ท่านแม่กินแป้งแผ่นไปตั้งสามแผ่น น้ำแกงไข่สองชาม ท่านแม่ไม่ได้ป่วยใช่ไหมเจ้าคะ” กินไปขนาดนั้น น่าจะจุกมากกว่าหิวนะ

“ไม่หรอก ก่อนออกมาท่านพ่อกำชับพี่ไว้ ให้พวกเราคอยดูแลท่านแม่ให้ดี นางสั่งอะไรก็ทำตามไปเสีย ห้ามถาม ห้ามสงสัย ห้ามนำไปบอกใคร เห็นอะไรก็ให้เงียบไว้ หากมีผู้ใดถามในสิ่งที่ตอบไม่ได้ ก็ให้บอกไปว่าเป็นฝีมือสหายเก่าท่านพ่อนะ กลับบ้านก็อย่าลืมบอกน้องเล็กด้วยเล่า”

“อืม ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ด้านเหมยกุ้ยแอบมองจนกระทั่งเด็กทั้งสองหายไปลับตา เมื่อเห็นว่าทางสะดวกแล้ว จึงเรียกระบบออกมา

“ระบบ ข้าจะขายหมูตัวนี้”

ติ๊ง!

[หมูป่าน้ำหนักหนึ่งร้อยกิโลกรัม รับซื้อในราคาสองร้อยตำลึง ระบบทำการรับซื้อเรียบร้อยค่ะ]

เงินจำนวนสองร้อยตำลึงเข้ากระเป๋า หญิงสาวตาลุกวาวทันที นางกดออกมาแปดสิบตำลึง ซึ่งเป็นราคาขายทั่วไปของท้องตลาด เพียงเท่านี้ครอบครัวนางก็รอดไปได้อีกนานแล้ว หลังจากนี้เรื่องยา เรื่องอาหารก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ที่เหลือก็แสร้งทำการค้าเล็กน้อย แล้วค่อยไปต่อเรื่องสร้างบ้านใหม่

ว้าว... สามีแปดสิบ ข้าได้ร้อยยี่สิบ การค้าครั้งนี้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

หญิงสาวมองเงินทั้งสองก้อนด้วยความปลาบปลื้ม ตอนนี้ก็มีเงินสำหรับค่าใช้จ่าย และเงินทุนสำรองแล้ว

ไม่นานนักเด็กทั้งสองก็กลับมา สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยคำถาม หมูหายไปไหน ทว่าคำสั่งของท่านพ่อทำให้ไม่มีใครถาม ในคราวเดียวกันก็เข้าใจแล้ว เหตุใดท่านพ่อถึงได้สั่งห้ามถาม ห้ามสงสัย ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้เอง

“พอดีมีพ่อค้าเนื้อเดินผ่าน เขาอยากได้ แม่ก็เลยขายไปแล้วน่ะ ดูสิ ได้มาตั้งแปดสิบตำลึงแน่ะ”

“อ๋อ ขอรับ”

“ท่านแม่จะซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อบรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน ม่านถงจึงชวนพูดเรื่องอื่นไปเสีย ตามที่ท่านพ่อบอก ไม่ถามอะไรเลยนั่นแหละดีที่สุด

“เราไปซื้อเสบียงเก็บไว้กันเถอะ ที่บ้านก็เหลือน้อยแล้ว แล้วก็ซื้อเกวียนล่อสักคัน เข้าเมืองแต่ละทีให้เดินแบบนี้ทุกครั้งก็คงไม่ไหว”

“ท่านแม่จะไปที่ใดก่อนขอรับ ซื้อเสบียงหรือเกวียน”

“ไปซื้อเกวียนกันก่อน แล้วค่อยหาซื้อเสบียง”

“ท่านแม่ซาลาเปาเจ้าค่ะ”

“ข้าไม่อยากกินแล้ว พวกเจ้าแบ่งกันกินเถอะ”

คำพูดที่เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร กลับทำให้ทั้งสองยิ่งซาบซึ้งใจมากยิ่งขึ้น ซือฮั่นมองตามแผ่นหลังเหมยกุ้ย พลางนึกถึงคำพูดของบิดาที่ว่า ที่นางทำไปทั้งหมดก็เพราะพวกเรา หรือว่ามันจะเป็นความจริง

เหมยกุ้ยที่เดินนำหน้าไปก่อน รู้สึกยุบยิบจนบรรยายไม่ถูก ความรู้สึกมันเหมือนกำลังถูกรักอย่างไรไม่รู้ ตรงนี้ก็มีแค่ตนกับเด็กสองคนที่มองนางราวกับนางยักษ์ คิดแล้วก็ส่ายหัว สงสัยจะเป็นบ้าคิดไปเองกระมัง

อีกทั้งก็อดสงสัยไม่ได้ ทำไมเมื่อครู่ถึงเชื่อสิ่งที่นางพูดทันที ไม่ถามไม่สงสัยอะไรบ้างเลยหรือ ต่างจากตอนที่เข้าป่ากับเนี่ยนจิน เจ้าเด็กนั่นถามตั้งแต่ก้าวเข้าป่า ยันกลับถึงบ้าน ต้องหาเหตุผลมาตอบเสียจนคอแห้ง

กระนั้นไม่มีเวลาให้คิดมากมาย เมื่อยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่าง เหมยกุ้ยเดินซื้อของอย่างละนิดละหน่อย ราคาตามท้องตลาดแพงกว่าในระบบมาก ดังนั้นนางแค่ซื้อไปเพื่อบังหน้าก็พอ แล้วค่อยแอบซื้อของจากระบบใส่เพิ่ม ช่วยประหยัดเงินได้มากโข

นอกจากซื้อข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องปรุงต่าง ๆ รวมไปถึงเครื่องนุ่งห่มก็จำเป็น นางจึงเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุด ต่อไปนี้จะไม่ต้องทนดมผ้าห่มพันปี นอกจากกลิ่นแล้วก็ยังไม่ช่วยให้หายหนาวเลยสักนิด บางเสียจนมองเห็นฝ้ายข้างในด้วยซ้ำ

“ม่านถงขับเกวียนเป็น ท่านแม่กับน้องกลับไปก่อนเลยขอรับ ข้าจะเข็นรถลากกลับเอง”

“รถเข็นนั่นทิ้งไปเถอะ เรามีเกวียนแล้ว นั่งกลับบ้านให้สบายดีกว่า”

“แต่ว่า มันยังใช้ได้อยู่นะขอรับ” ซือฮั่นมองรถเข็นไม้ผุ ๆ นั้นด้วยความเสียดาย อย่างไรเสียมันก็ยังใช้ได้อยู่ จะทิ้งได้อย่างไร

“ทิ้งไปเถอะ เชื่อข้า ขนของขึ้นเกวียนให้เรียบร้อย แล้วไปทำหน้าที่คนขับซะ”

“ขอรับ”

ซือฮั่นและม่านถงรู้หน้าที่ ต่างคนก็ต่างแสร้งทำเป็นยุ่งวุ่นวาย ไม่สนใจมารดาที่กำลังทำทีเป็นว่าตรวจนับของ กระนั้นก็มิวายแอบชำเลืองมองเป็นครั้งคราว

เหมยกุ้ยฉวยโอกาสที่ไม่มีใครสนใจ ขายรถเข็นให้ระบบเสียเลย อะไรที่ขายได้นางก็จะขาย เงินทองใช่ว่าจะหามาได้ง่ายเสียที่ไหน

“ระบบข้าจะขายรถเข็นคันนี้”

ติ๊ง!

[โฮสต์คิดว่าระบบเป็นร้านรับซื้อของเก่าหรืออย่างไร] ระบบตอบกลับอย่างเหลืออด เพราะตั้งแต่เปิดใช้งาน ผู้ใช้ท่านนี้ก็เอาแต่ขายถ้วยแตกกับเศษซากไม้ผุพัง ยังไม่เห็นทำหน้าที่จริงจังสักครั้ง บางทีก็คิดว่าตนคิดผิดหรือเปล่า ที่เลือกหญิงคนนี้

“รับซื้อเถอะนะ ข้ายังมีลูกสามคนต้องเลี้ยง ไหนจะสามีที่กำลังป่วยอีก นะ ๆ ที่สำคัญข้ายังไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ ไม่รู้จะไปหาสินค้าดี ๆ จากที่ใดมาขายให้ รอสามีข้าหายดีก่อน รับรองข้าจะทำหน้าที่ให้ดีแน่นอน”

[ระบบจะอนุโลมให้เป็นครั้งสุดท้าย รับซื้อในราคายี่สิบอีแปะ]

“ข้าขาย!”

1. 200 จิน = 100 กิโล

2. 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel