บทที่ 11/2 ข้าไม่หย่า
เนี่ยนจินแบ่งลูกซานจาเคลือบน้ำตาล ระหว่างทางเขากินมาแล้วลูกหนึ่ง มันมีรสเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วสดชื่นนัก ตอนนี้เหลือสามลูก มีสามคนพอดี ทันทีที่เข้าปากก็ทำเอาทุกคนถึงกับปากจู๋ตาปิดไปข้างหนึ่ง จากนั้นคนทั้งสามก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“ไอ้เด็กคนนี้ หลอกปู่นี่นา”
“คิก ๆ อร่อยจนตาปิดเลยขอรับ” น้ำตาลที่เครือบไว้ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลย เปรี้ยวจนเข็ดฟัน
ซือฮั่นได้แต่ส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของน้องชาย แล้วแยกตัวไปจัดเก็บของที่นำมาทั้งหมดให้เรียบร้อย เขายังต้องรีบกลับบ้านไปช่วยที่บ้านทำงานอีก ต้องรีบทำแล้วรีบไปไม่มีเวลาอยู่นาน แต่ก่อนกลับเด็กหนุ่มจึงล้วงเอาเงินที่เก็บไว้ในอกเสื้อออกมา ก่อนจะส่งให้ผู้เฒ่าฝู
“ท่านปู่ ข้าเก็บของให้เรียบร้อยแล้วนะขอรับ” เด็กหนุ่มยื่นผ้าที่ถูกม้วนพับเป็นอย่างดี ขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือส่งให้ท่านปู่
“เจ้าไปเอาเงินพวกนี้มาจากไหน” เฒ่าฝูคลี่ผ้าออกอ้าปากค้าง เห็นเงินก้อนตำลึงห้าก้อน มากมายถึงเพียงนี้ หลานชายไปเอามาจากที่ใด มิใช่ว่าไปขโมยมาหรอกนะ
“วันนี้เอาหมูที่ท่านพ่อล่ามาได้ไปขายขอรับ ท่านแม่ฝากมาให้ นางบอกว่าให้ท่านปู่เลิกทำงาน ต่อไปนางจะส่งเสบียงกับเงินมาให้ทุกเดือนเองขอรับ สร้างบ้านใหม่เมื่อไรจะรับท่านปู่ไปอยู่ด้วยกัน”
“หา!” ซ่งฝูไม่อยากจะเชื่อ หรือว่าตนจะแก่จนเลอะเลือนไปแล้ว ไม่ก็สะใภ้กำลังป่วยแน่ ๆ
“ข้าไปแล้วนะขอรับ ยังมีงานอีกเยอะ อยู่นานไม่ได้”
“เจ้ากลับไปเถอะ ฝากขอบใจนางด้วยนะ”
“ขอรับ”
หลังจากแยกตัวออกมา มีช่วงหนึ่งซือฮั่นอดไม่ได้จะหยุดมองท่านปู่กับน้องชาย นานแล้วที่ไม่เห็นท่านปู่ยิ้มไม่หุบเช่นนี้ ทว่าคล้อยหลังหลานชายคนโต ผู้เฒ่าฝูก็เอาแต่นั่งนิ่ง คิดไม่ตก เกิดอะไรขึ้นกับสะใภ้คนนั้นกันนะ เปลี่ยนไปมากจริง ๆ
“เนี่ยนจินเอ๊ย...แม่เจ้าให้อะไรบ้านจงบ้าง” ไม่ใช่ว่าเงินที่ขายหมูได้ส่วนใหญ่ ยกให้นางเฒ่าจงไฉ่หมดหรอกนะ
“ไม่ได้ให้สิ่งใดขอรับ เมื่อเช้าก็ทะเลาะกันไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ท่านยายก็กลับไปมือเปล่า ท่านแม่กลับจากขายหมูป่าก็ไม่ได้ให้อะไร ไม่เพียงไม่ให้ของบ้านท่านยายนะขอรับ แต่ท่านแม่ยังด่ากลับท่านป้าสะใภ้ว่าไม่มีประโยชน์ สู้พวกหลานก็ไม่ได้”
หลังจากฟังที่หลานชายพูดจบ ซ่งฝูถึงกับนั่งเหม่ออีกรอบ ปกติลูกสะใภ้รักคนบ้านเดิมจะตายไป ยอมทุกอย่าง ถูกเอาเปรียบก็ไม่ปริปากสักคำ แต่วันนี้กลับกล้าต่อปากต่อคำ ไม่กลัวคนบ้านนั้นไม่รักแล้วหรือ
“เนี่ยนจินเอ๊ย”
“ขอรับท่านปู่”
“กลับถึงบ้านแล้วอย่าลืมดูแลแม่เจ้าบ้างเล่า หายาให้นางกินหน่อย ปู่ว่านางอาจจะไม่สบาย”
เด็กชายมองท่านปู่ ยกมือขึ้นเกาหัวพลางรู้สึกงงงวย ท่านแม่ก็ปกติดีนะ มิได้มีไข้หรือไอ แล้วทำไมท่านปู่ถึงได้บอกว่าไม่สบายเล่า ไม่เห็นเข้าใจเลย
ขณะเดียวกันในบ้านหลังน้อย เหมยกุ้ยกำลังคิดหาวิธีพิชิตใจสามี ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน เจ้าตัวก็เอาแต่เงียบ ไม่ว่านางจะทำอะไร เขาก็เอาแต่เมินเฉยต่อกันจนรู้สึกอึดอัด นานเข้าตัวนางก็เริ่มทนไม่ไหว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การย้อนเวลากลับมาของนางก็สูญเปล่าน่ะสิ
“ข้ารู้ว่าในสายตาท่านพี่ ข้ามันไม่ได้เรื่อง แต่ว่าตอนนี้ข้าคิดได้แล้วนะเจ้าคะ ท่านจะยอมเชื่อใจข้าสักครั้งได้หรือไม่ พูดอะไรสักคำหน่อยสิ”
“เดี๋ยว นั่นเจ้าทำอะไร” ชายหนุ่มตกใจไม่อาจแสร้งทำเฉยได้อีกต่อไป เมื่ออยู่ ๆ ภรรยาก็นั่งคุกเข่าลงตรงหน้า กอบกุมมือหนาไว้แล้วมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน เมื่อทำอะไรไม่ถูก ก็ได้แต่แสร้งกระแอมกระไอเล็กน้อย พลางนึกได้ว่าตนเผลอแกล้งแรงเกินไป
“ท่านพี่ข้าสำนึกผิดจริง ๆ นะเจ้าคะ ท่านให้อภัยข้าเถอะนะ ต่อไปนี้ข้าจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง จะเป็นแม่ที่ดี เป็นสะใภ้ที่ดี เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ” เหมยกุ้ยอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง ตอนนี้สิ่งที่ยากที่สุด ก็คือการงอนง้อสามี เพื่อเปลี่ยนชะตา นางจะต้องเอาชนะใจอวิ๋นเซียวให้ได้ หากได้ความเชื่อใจกลับมา อย่างอื่นก็ไม่สำคัญแล้ว
“เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ ข้าบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ของมีค่าทุกอย่างในบ้านไม่มีเหลือแล้ว เจ้าเอาไปให้บ้านเดิมหมดแล้ว ล้มเลิกความคิดซะเถอะ ถ้าอยากจะได้ก็เหลือแต่ชีวิตข้าแล้ว” ชายหนุ่มพูดเสียงทุ้มต่ำ ทำหน้าเคร่งขรึม ในเมื่อแกล้งมาขนาดนี้ จะกลับตัวก็ไม่ทันเสียแล้วจำต้องแสร้งทำต่อไป แต่จะบอกได้อย่างไร ว่าตั้งแต่ถูกมองสายตาอ้อน ๆ นั้น ใจมันเหลวไปนานแล้ว
“ข้าไม่มีแผนการอะไรทั้งนั้น ครอบครัวเดิมข้าก็จะไม่กลับไป ต่อไปเงินในบ้านข้าให้ท่านเก็บหมดเลย ทุกอย่างจะให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจ หากท่านบอกไปซ้าย ข้าก็จะไม่ไปขวาเจ้าค่ะ” แต่ข้าจะเดินอ้อมไปแทน
“สามเดือน ข้าให้เวลาเจ้าสามเดือน หากเจ้าผิดคำพูดข้าจะหย่าขาดกับเจ้าทันที” พอคำนี้หลุดออกจากปาก อวิ๋นเซียวใจหล่นวูบ อยากจะตบปากตนเองนัก คำอื่นมีตั้งมากมาย แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกคำนี้ ถ้าหากนางรอให้เขาพูดเช่นนี้อยู่เล่า
“ข้าไม่หย่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรข้าก็จะไม่หย่า” ขึ้นเลย พูดแล้วขึ้น เสียเวลาบีบน้ำตามาตั้งนาน สุดท้ายมายื่นคำหย่า จัดให้พิการอีกรอบดีไหม ไอ้คำว่าหย่าเนี่ย จะได้พูดให้น้อยลงบ้าง
เหมยกุ้ยทำหน้าบึ้งตึง ปึงปังลุกขึ้นยืนอย่างไม่สบอารมณ์ จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด เช่นนั้นก็ปล่อยให้นอนอยู่คนเดียวไปนั่นแหละดีแล้ว
ทว่าก่อนออกจากห้อง นางก็ไม่ลืมที่จะพูดย้ำเตือนสามีหน้าตายอีกครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขาไม่มีทางสมหวังหรอก หยุดคิดเรื่องหย่าไปได้เลย
“ซ่งอวิ๋นเซียวท่านดูปากข้านะ ถึงข้าผิดคำพูด ข้าก็ไม่หย่า!”
