บท
ตั้งค่า

บทที่ 10/1 ขาย!

จงไฉ่และพวกยอมล่าถอยกลับไป ด้วยสภาพสะบักสะบอม ก่อนจากไปก็ยังไม่วายมองเหมยกุ้ยตาขวาง ถึงจะตัดความสัมพันธ์ไปแล้วอย่างไร แม่ก็เป็นเหมือนเจ้าชีวิต ตนอยากให้เป็นเช่นไรก็ต้องเป็นเช่นนั้น คอยดูเถอะหากขาดการสนับสนุนจากตน คนอย่างเหมยกุ้ยจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้อย่างไร

ผู้ใหญ่บ้านหวังได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา เป็นคนมาหาเรื่องแท้ ๆ แต่กลับทำราวกับว่าตนคือผู้เสียหาย ดีแล้วที่คราวนี้เหมยกุ้ยไม่เข้าข้าง ปกป้องสิทธิของตนเต็มที่ ต่อจากนี้หวังว่าคนบ้านซ่งจะพ้นเคราะห์กรรม ได้ลืมตาอ้าปากกับเขาเสียที

“เหมยกุ้ยเอ๊ย ต่อไปนี้ถ้าแม่เจ้ามาหาเรื่องอีก ก็มาบอกข้า ลุงจะช่วยเจ้าเต็มที่ถ้ายังตามรังควานไม่เลิก ข้านี่แหละจะจับไปที่ว่าการ ให้ขัดเกลานิสัยสักห้าวัน ดีขึ้นแล้วค่อยปล่อยตัวออกมา”

“วันนี้รบกวนท่านลุงแล้ว ขอบคุณที่ช่วยพวกเรานะเจ้าคะ”

“ไม่เป็นไร มันเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว พอดีเลย อวิ๋นเซียวเป็นเช่นไรบ้าง ข้าขอเข้าไปเยี่ยมเขาสักหน่อยนะ”

“กระดูกเคลื่อนท่านหมอดามขาให้แล้วเจ้าค่ะ ตามร่างกายมีบาดแผลลึก แต่ก็ไม่ถึงแก่ชีวิต หากพ้นสองคืนนี้ไปได้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ว่าภายในหนึ่งเดือนห้ามใช้ขาหนักเกินไป ฝึกเดินได้นิดหน่อยเจ้าค่ะ”

“เจ็บครั้งนี้ไม่น้อยเลย เจ้าคงเหนื่อยหน่อยนะ”

ผู้ใหญ่บ้านหวังตบไหล่หญิงสาวอย่างให้กำลังใจ จากนั้นหวังเพ่ยจึงเข้าไปเยี่ยมดูอาการคนเจ็บ ไม่นานก็ขอตัวกลับด้วยมีภารกิจต้องทำต่อ

“พี่ตู้ วันนี้ขอบคุณท่านมาก เอาไว้มีเวลาข้าจะไปตอบแทนถึงบ้านนะเจ้าคะ”

“ไม่เป็นไร ข้ายินดีช่วยอยู่แล้ว เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะ ที่บ้านคงคอยกันแล้ว” ตู้เย่เกาหัวอย่างเก้อเขิน ไม่ชินเลยกับคำพูดหวานหูของเหมยกุ้ย

หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว เหมยกุ้ยเหลือบมองไปที่หมูป่าตัวนั้น ก่อนจะหันกลับมาสนใจหน้าจอระบบร้านค้า ต่อหน้าผู้อื่นนางแสดงสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังมีเรื่องให้คิดไม่ตก ทว่าภายในใจกลับกำลังลิงโลดตาเป็นประกาย

หมูตัวเดียวขายได้ตั้งสองร้อยตำลึงเงิน จะมีที่ไหนขายได้เงินเยอะขนาดนี้ ราคาข้างนอกมากที่สุดก็ได้แค่แปดสิบตำลึงเงิน แต่จะให้ขายไปเลยตอนนี้ก็ไม่ได้ หากไม่จัดฉากสักหน่อย คงหาข้ออ้างยาก

“ซือฮั่น ม่านถง ไม่ต้องเตรียมชำแหละหมูแล้ว เตรียมรถลาก วันนี้พวกเราจะเอาหมูไปขายในเมืองกัน”

“ขอรับ”

“เจ้าค่ะ”

“ท่านแม่ข้าไปด้วยได้หรือไม่” เนี่ยนจินที่เริ่มติดมารดามากขึ้น เดินเข้าไปกอดขาอ้อนถาม พี่ ๆ ได้ไปกันหมด เขาก็อยากไปด้วยเหมือนกัน

“วันนี้แม่ไปทำธุระไม่ได้ไปเดินเที่ยว เจ้าอยู่ดูแลท่านพ่อที่นี่ดีกว่า ไว้วันหลังรอท่านพ่อหายดี พวกเราค่อยไปด้วยกันดีไหม”

“ขอรับ” เด็กชายมองไปที่บิดา แล้วมองไปยังรถลากตาละห้อย แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ไปกับท่านแม่ แต่ว่าท่านพ่อก็สำคัญ จึงยอมอยู่บ้านคอยดูแลท่านพ่อ

ในขณะที่เหมยกุ้ยเกลี้ยกล่อมบุตรชายคนเล็กรออยู่บ้าน ซือฮั่นก็ถูกเรียกหา เด็กหนุ่มวิ่งเหยาะ ๆ เข้าบ้านหาบิดา ทำเอาเหมยกุ้ยมองคนทั้งสองผ่านช่องประตู พลางคิดว่าซ่งอวิ๋นเซียวที่เพิ่งฟื้น ได้ยินว่าตนจะเอาหมูไปขาย คงไม่ไว้ใจแล้วให้ซือฮั่นคอยเป็นหูเป็นตาล่ะสิ

คิดได้ดังนั้นเหมยกุ้ยจึงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แล้วอย่างไร จำเป็นต้องรู้สึกอะไรด้วยหรือ ในเมื่อนางไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น หญิงสาวหันหลังทำสิ่งที่ตนควรทำ มากกว่าจะเก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่ใจ เอาสมองไปคิดดีกว่าว่า เข้าเมืองครั้งนี้ควรซื้ออะไรกลับมาบ้าง

ขณะเดียวกันซ่งอวิ๋นเซียวที่นอนไร้เรี่ยวแรง ก็กำลังสั่งกำชับบุตรชายคนโต เตรียมการเผื่อไว้เสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่างไรเด็ก ๆ คงต้องเห็นเรื่องผิดปกติไม่วันใดก็วันหนึ่ง ด้วยดูแล้วว่าเหมยกุ้ยนั้นไม่ค่อยระวังตนเองสักเท่าไร

“ท่านพ่อมีอะไรจะสั่งหรือขอรับ”

“ซือฮั่น เจ้าเป็นพี่ชายคนโต หน้าที่ของเจ้าก็คือดูแลน้อง ๆ ให้ดี กำชับพวกเขาให้เชื่อฟังท่านแม่เล่า ไม่ว่านางให้ทำอะไรก็เล่นตามน้ำไป อย่าได้ถาม อย่าได้สงสัย และอย่าได้เอาไปพูดกับใครทั้งนั้น ให้รู้ไว้ว่าสิ่งที่นางทำล้วนเพื่อพวกเรา หากเจอปัญหาที่ตอบไม่ได้ ก็ให้อ้างถึงสหายพ่อที่อยู่กองทัพก็พอ”

“แต่ว่า...” เด็กหนุ่มอึกอักไม่กล้าพูดออกมาตามตรง ท่านแม่ดูเหมือนจะดีขึ้นมากก็จริง แต่จะไว้ใจได้แน่หรือ ใช่ว่าคนเราจะเปลี่ยนนิสัยกันได้ชั่วข้ามวันได้เสียเมื่อไรกัน

“พ่อรู้ว่าเจ้าไม่ไว้ใจนาง แต่ถ้าหากไม่ใช่สิ่งที่มากเกินไป เจ้าก็จงทำตามที่พ่อบอก” ครั้งนี้เขาจะลองเดิมพันดูสักตั้ง ตอนที่เห็นถ้วยแตกหายไป มั่นใจว่าตนมีสติครบถ้วน อย่างไรก็ไม่ใช่คิดไปเองแน่

“ขอรับ”

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็มีท่าทีอ่อนลงและยอมรับปาก เมื่อออกมาก็พบว่ามารดากับน้องสาวรออยู่หน้าบ้านแล้ว เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปทำหน้าที่เข็นรถลาก

เมื่อออกมากันครบแล้ว ทั้งสามจึงออกเดินทางกันทันทีจะล่าช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว รถลากที่ต้องรับน้ำหนักถึงสองร้อยจิน1 กว่าจะเข็นไปถึงในเมือง ก็ใช้เวลาไปแล้วถึงหนึ่งชั่วยาม รวมทั้งไปทั้งกลับก็คงค่ำพอดี

เหมยกุ้ยเห็นเด็กทั้งสองที่ไม่ยอมให้ช่วย แต่กลับไล่ให้ตนนั่งรถเข็นเพื่อจะได้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อย ทั้งที่แค่หมูตัวนั้นก็หนักเสียจนเข็นรถลำบากแล้ว ช่างเป็นเด็กดีกันจริง ๆ เช่นนั้นนางควรตกรางวัลให้พวกเขาสักหน่อยแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel