บทที่ 6 อยากได้เงินเหรอ? ฝันไปเถอะ!
ตอนที่หลิวหัวซางออกจากโรงพยาบาล เจียงอวี๋ที่เดินตามประกบอยู่ข้างๆ คอยปรนนิบัติไม่ห่าง เดี๋ยวก็ถามว่าเหนื่อยไหม เดี๋ยวก็ถามว่าเจ็บหรือเปล่า
เธอเรียก "พี่หัวซาง" อย่างร่าเริงจนออกนอกหน้า ทำเอาเจียงชิงที่เดินอยู่ข้างๆ ถึงกับปวดหัวตุบๆ
พอกลับมาถึงบ้าน หลิวเต๋อวั่งก็กลับมาพอดี วินาทีที่เจียงชิงเห็นหน้าเขา เลือดในกายพลันไหลย้อนกลับ ความเย็นยะเยือกแล่นจากปลายเท้าขึ้นมา
แววตาของหลิวเต๋อวั่งฉายประกายความเจ้าเล่ห์ออกมาแวบหนึ่งตอนที่เห็นเจียงชิง ก่อนจะรีบเดินเข้ามาจับมือเธออย่างกระตือรือร้น
"นี่เจียงชิง ลูกสะใภ้ของฉันใช่ไหมเนี่ย มาๆๆ มานั่งเร็ว"
ความกลัวที่ฝังลึกในกระดูกจากชาติที่แล้วพวยพุ่งขึ้นมา เจียงชิงต้องใช้มืออีกข้างจิกต้นขาตัวเองไว้แน่นเพื่อเรียกสติให้ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้
หลิวเต๋อวั่ง... ในชาติก่อน เขาแอบบุกเข้ามาในห้องนอนของเธอไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกี่หน ตอนที่หลิวหัวซางไม่อยู่ เขามักจะใช้สายตาหยาบโลนจ้องมองเธออย่างเปิดเผยเสมอ สายตาที่เหมือนจะลอกคราบเธอออกให้หมดนั่น...
ความสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาในอก เจียงชิงรีบสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาแล้วโก่งคออ้วกอยู่ข้างๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน
น่ารังเกียจ สกปรกสิ้นดี
"ชิงชิง เป็นอะไรไปน่ะ?"
หลิวหัวซางยังคงนึกสงสารและเป็นห่วงภรรยาของตัวเองอยู่ เพราะยังไงซะ ตั้งแต่แต่งงานกันมาเขายังไม่เคยได้จูบปากเธอเลยสักครั้ง
เขารีบเข้าไปประคองเธอขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อเจียงชิงเงยหน้าขึ้น เธอปรับเปลี่ยนแววตาและซ่อนเร้นอารมณ์ทั้งหมดไว้ได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะมองเขาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
"ขอโทษทีค่ะสามี สงสัยเมื่อเช้าอาหารคงยังไม่ย่อย ก็เลยรู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อยน่ะค่ะ"
จางกุ้ยฟางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย นิสัยสันดานดิบของตาแก่นี่มีหรือที่เธอจะไม่รู้
อีนังเจียงชิงนี่มันนังจิ้งจอกเจ้ามารยาจริงๆ อ่อยผู้ชายไปทั่ว กระทั่งพ่อผัวตัวเองก็ไม่เว้น
เจียงชิงสังเกตเห็นสายตาที่จางกุ้ยฟางมองมา เธอได้แต่หัวเราะหยันในใจ ดูท่าจางกุ้ยฟางเองก็รู้ดีว่าหลิวเต๋อวั่งเป็นไอ้สัตว์เดรัจฉานประเภทไหน
ก็แน่ล่ะ ไม่อย่างนั้นชาติก่อนตอนที่เธอรู้ว่าหลิวเต๋อวั่งคิดไม่ซื่อกับเธอ เธอจะหลุดปากพูดคำว่า 'เล่นกับลูกสะใภ้ตัวเอง ไม่เห็นต้องเสียตังค์สักหยวน' ออกมาได้ยังไง
ยังดีที่ตอนนั้นเธอขัดขืนสุดชีวิต ทันทีที่หลิวเต๋อวั่งก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เธอก็จะตะโกนแหกปาก จนเพื่อนบ้านข้างๆ ต้องมาเคาะประตู หลิวเต๋อวั่งถึงได้ยอมสงบเสงี่ยม
ครอบครัวนี้มันน่าขยะแขยงกันทั้งบ้านจริงๆ
เจียงชิงสูดหายใจเข้าลึกๆ คอยเตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไป
ตกดึก หลิวหัวซางสวมเสื้อผ้าตัวบางเดินเข้ามาในห้องนอน พอเห็นเจียงชิงก็พุ่งเข้าใส่ทันที
"เมียจ๋า เมียคนดี เดี๋ยวผัวคนนี้จะชดเชยคืนเข้าหอให้คุณอย่างเต็มที่เลยนะ"
เจียงชิงรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาในใจ แทบจะกลั้นอาการอยากอ้วกไว้ไม่อยู่ เธอรีบยื่นมือออกไปผลักเขาให้ออกห่าง
"หมอบอกให้คุณพักผ่อนเยอะๆ ห้ามออกกำลังกายหนักๆ นะคะ"
เจียงชิงพยายามถอยหนีด้วยความรังเกียจ หลิวหัวซางหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะใช้กำลังกดหัวเธอลงมา มือของเจียงชิงพยายามกวาดหาของบนตู้ข้างเตียงอย่างลนลาน
ถ้าหลิวหัวซางอยากจะสูญพันธุ์นัก เธอก็พร้อมจะจัดให้
เจียงชิงยังไม่รู้เลยว่าตัวเองคว้าโดนอะไรเข้า แต่จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
"พี่หัวซางคะ ไฟห้องฉันเสียน่ะค่ะ ฉันกลัวจังเลย"
เสียงหวานหยดย้อยของเจียงอวี๋ดังมาจากนอกประตู
หลิวหัวซางชะงักไปทันที เจียงชิงได้จังหวะรีบสะบัดตัวหลุดออก "น้องสาวมาตามแล้ว คุณรีบไปดูเถอะค่ะ"
หลิวหัวซางผละออกไปด้วยความหงุดหงิด เจียงชิงได้ยินเสียงทั้งคู่คุยกันไม่กี่ประโยคข้างนอก จากนั้นหลิวหัวซางก็เดินตามเจียงอวี๋ไป
เจียงชิงทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างโล่งอก ในใจรู้สึกทั้งโล่งใจและนึกเสียดายอยู่ลึกๆ
ถ้าหากเจียงอวี๋ไม่มาขัดจังหวะ และเธอลงมือไปจริงๆ หลิวหัวซางคงได้สูญพันธุ์สมใจแน่
แต่ตอนนี้เธอยังทำแบบนั้นไม่ได้
เจียงชิงลุกขึ้นยืนแล้วกระดกน้ำตามไปหลายอึก เธอยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ จะเอาชีวิตไปแลกคุกเพราะไอ้พวกเศษสวะมันไม่คุ้มกันเลยสักนิด
ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวหัวซางก็กลับมา เขาทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เจียงชิงด้วยท่าทางสบายเนื้อสบายตัว โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ค้างคาเมื่อครู่เลยแม้แต่คำเดียว
แววตาของเจียงชิงมืดมนลงไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความกระจ่างแจ้ง ที่แท้สองคนนี้แอบกินตับกันมาตั้งนานแล้วสินะ
ชาติก่อนเธอนี่มันตาบอดจริงๆ ถึงดูเรื่องแค่นี้ไม่ออก
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งรับมือกับไอ้สารเลวหลิวหัวซาง รอให้เธอเข้าเมืองไปหาเงินเก็บหอมรอมริบได้ก้อนหนึ่งก่อน ค่อยกลับมาหาทางหย่ากับเขา
ในเมื่อหลิวหัวซางกับเจียงอวี๋รักกันปานจะกลืนกินขนาดนั้น เธอก็คิดว่าพวกเขาสมกันดีราวกิ่งทองใบหยก
ชายโฉดหญิงชั่ว อยู่ด้วยกันไปจนวันตายเถอะ!
ที่ตระกูลหลิวเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุการณ์หนึ่ง หลังจากนี้อีกไม่นาน คนงานของหลิวหัวซางจะขุดเจอโบราณวัตถุชิ้นหนึ่ง
ต่อมาเรื่องนี้ถึงขั้นลงหนังสือพิมพ์ มีผู้คนมากมายพากันมาเยี่ยมชม และหลิวหัวซางก็ใช้โอกาสนี้ในการสร้างเครือข่ายและดึงดูดพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเข้ามา
คราวนี้แหละ เธอจะต้องตัดหน้าชิงมันมาให้ได้
ลองคำนวณดูจากเวลาแล้ว ตอนนี้คนของหลิวหัวซางยังน่าจะไปไม่ถึงตำแหน่งเหมืองแร่นั้น
เธอจะมัวรีรออยู่ไม่ได้แล้ว
เช้าวันต่อมา เจียงชิงเพิ่งจะลุกจากเตียงก็โดนเจียงอวี๋ลากตัวออกไปนอกบ้าน ทันใดนั้นก็เห็นหวังเจาตี้และน้องชาย ‘สุดที่รัก’ ของเธอยืนรออยู่ไกลๆ
พอเห็นเธอเดินมา หวังเจาตี้ก็บ่นอุบด้วยความหงุดหงิด
"เจียงชิง เดือนนี้แกยังไม่ได้ส่งเงินให้ที่บ้านเลยนะ เดือนนี้น้องชายแกต้องจ่ายค่าเทอมแล้ว สองร้อยหยวน"
ที่แท้ก็มาไถเงิน เงินค่าเทอมอะไรตั้งสองร้อยหยวน โกหกหน้าด้านๆ
ชาติก่อนหวังเจาตี้เอาแต่โม้โอ้อวดว่าลูกชายตัวเองเรียนเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ อนาคตต้องสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ ได้แน่
ตอนนั้นเธอรักและเอ็นดูน้องชายคนนี้มากจริงๆ อยากให้เขาได้ดี มีอนาคตไกล ขออะไรเธอก็ประเคนให้หมด
แต่สุดท้ายล่ะ? เจียงเย่าจู่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ศูนย์คะแนน แถมยังไม่สำนึกผิด วันๆ เอาแต่นอนกินบ้านกินเมือง ดีแต่แบมือขอเงินไปวันๆ
เจียงชิงปรายตามองเจียงเย่าจู่ที่ตอนนี้เพิ่งจะอายุ 12 ขวบ
"ไม่มีเงินค่ะ"
"ไม่มีเงิน? จะไม่มีเงินได้ยังไง แล้วเงินสินสอดของแกล่ะ"
เจียงชิงแค่นหัวเราะ ที่แท้ก็กะจะมาฮุบเงินสินสอดนี่เอง
"เงินสินสอดฉันให้หลิวหัวซางไปหมดแล้ว ถ้าพวกคุณใจกล้าพอก็เดินไปขอเขาเอาเองเถอะ ที่ฉันไม่มีเงินสักหยวนเดียว"
ถึงยังไงพวกเขาก็ไม่กล้าไปอ้าปากขอจากหลิวหัวซางอยู่แล้ว
"แก... แกก็ไปขอมาให้สิ"
หวังเจาตี้ไม่กล้าไปขอเองจริงๆ นั่นแหละ เพราะหลิวหัวซางเคยรับปากว่าจะช่วยหางานในโรงงานให้เธออยู่
"ฉันไม่ไปหรอก อยากได้ก็ไปขอเอง"
เจียงชิงพูดจบก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าบ้านตระกูลหลิวทันที
หลิวหัวซางที่เพิ่งตื่นนอนส่งยิ้มให้เจียงอวี๋ที่เดินตามหลังเจียงชิงมา เจียงอวี๋ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเอียงอาย ซึ่งเจียงชิงเห็นพฤติกรรมทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตา
"ชิงชิง มีเรื่องอะไรกันเหรอ?"
เจียงชิงส่ายหน้า "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่แม่บอกว่าน้องชายต้องใช้เงินไปจ่ายค่าเทอม แต่ฉันคิดว่าตอนนี้ฉันแต่งงานเข้าบ้านคุณมาแล้ว ไม่ควรจะเอาเงินของคุณไปจุนเจือที่บ้านเดิมบ่อยๆ มันจะกระทบความสัมพันธ์ของเราสองคนน่ะค่ะ"
"แต่พอฉันปฏิเสธไป ดูเหมือนแม่จะโกรธมากเลย... ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?"
หลิวหัวซางได้ยินว่าเจียงชิงคิดเผื่อเขาและนึกถึงตระกูลหลิวขนาดนี้ ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก
"ไม่ผิดเลยชิงชิง คุณพูดถูกแล้ว ตอนนี้คุณเป็นคนของตระกูลหลิว วางใจเถอะ มีผมอยู่ทั้งคน ไม่มีใครกล้ารังแกคุณได้หรอก"
หวังเจาตี้ที่เพิ่งเดินตามเข้ามาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้าก็ถึงกับหน้าถอดสี
ที่พวกเธอยอมยกเจียงชิงให้แต่งงานกับหลิวหัวซางก็เพื่อหวังจะเอาเงินมาจุนเจือชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
แต่ตอนนี้หลิวหัวซางกลับบอกว่าจะไม่ให้เงินแล้ว แบบนี้มันจะไม่เท่ากับเอาชีวิตตระกูลเจียงเลยเหรอ?