บทย่อ
ชาติที่แล้ว... ก่อนแต่งงาน “เจียงชิง” ถูกแม่แท้ๆ ปฏิบัติเหมือนทาสและขูดรีดจนหมดตัว หลังแต่งงานก็ยังถูกครอบครัวสามีโขกสับไม่เว้นวัน สามีนอกใจไปมีหญิงชู้จนมีลูกนอกสมรส และสุดท้ายลูกในท้องเธอกลับต้องตาย! สามี: "เจียงชิง เธอใจกว้างหน่อยไม่ได้เหรอ? ตอนนี้หล่อนอุ้มท้องลูกของฉันอยู่ ถ้าหล่อนแต่งเข้ามา พวกเธอก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ" แม่: "เจียงชิง แกจะยอมน้องหน่อยไม่ได้หรือไง?" น้องชาย: "พี่จะโวยวายอะไรนักหนา ปกติพี่ก็กินของพี่เขย ใช้ของพี่เขย ยังไม่พอใจอะไรอีก?” คนที่เธอรักล้วนแต่รัก “เจียงอวี๋” ลูกพี่ลูกน้องของเธอ แต่ยามสามีขัดสนเรื่องเงิน เธอต้องทำงานตัวเป็นเกลียวทั้งหาเงินและดูแลบ้าน พ่อแม่ขอเท่าไหร่เธอก็ให้ น้องชายจะเรียนหนังสือหรือซื้อบ้าน เธอก็เป็นคนออกเงินให้ทั้งหมด! กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในชาตินี้! เธอขอเจิดจรัสด้วยตัวเอง ใช้ “ดวงตาทิพย์” นำทางจนชีวิตรุ่งโรจน์ วันแต่งงาน เธอส่งแม่สามีเข้าโรงพยาบาล! วันที่สอง สามีโวยวายจะขอหย่า... แบบนี้ก็สวยสิ! “ได้สิ! จัดการทีเดียวให้จบๆ ไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา" น้องชายจะขอเงินเหรอ? ฝันไปเถอะ! ใครคิดจะลงไม้ลงมือกับเธอ? เธอก็แค่สวมวิญญาณคนบ้าแล้วตบคืนให้หนัก! ชาตินี้... อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมาใช้ศีลธรรมจอมปลอมมาบีบบังคับเธอได้อีก!
บทที่ 1 เกิดใหม่ในวันแต่งงาน หลังถูกซ้อมจนตาย
ปี 1988 วันที่ 15 กรกฎาคม
"เจียงชิง ทำไมแกถึงได้ไม่รู้จักคิดแบบนี้นะ บอกให้หย่ากับหัวซางแล้วให้อวี๋อวี๋แต่งงานแทนก็สิ้นเรื่อง จะมาประชดเดินขึ้นตึกเตรียมจะโดดทำไมให้มันอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขา!"
"เจียงชิง แกยอมลงมาหย่าดี ๆ ก่อนเถอะ หลังจากนั้นแกอยากจะไปโดดที่ไหนก็เชิญตามสบาย!"
"ทำไมพี่ทำตัวแบบนี้ล่ะ พี่เขยดีกับพี่จะตาย อยากได้อะไรก็ซื้อให้ บ้านของฉันพี่เขยก็เป็นคนซื้อให้ พี่ยังไม่พอใจอะไรอีก? อีกอย่าง ถึงลูกพี่ลูกน้องจะแต่งเข้าไปมันก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น"
ในตอนนั้น เจียงชิงยืนอยู่บนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าด้วยสภาพผมเผ้ารุงรัง มีบาดแผลทั่วทั้งตัว และมีเลือดไหลซึมออกมาจากโคนขา
เธอพยุงท้องแก่แปดเดือนเอาไว้ ขณะที่เสียงด่าทอต่าง ๆ นานาดังเข้าหูไม่ขาดสาย
เธอก้มลงมองท้องของตัวเองด้วยสายตาเหม่อลอย นัยน์ตาคั่งเลือดจนเห็นเส้นเลือดฝอยเด่นชัด ลูกของเธอ... ตายอยู่ในท้องแล้ว
เพียงครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอจับได้ว่าสามีนอกใจ และชู้รักของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง
ด้วยความโมโหเธอจึงลงไม้ลงมือกับเขาในขณะที่ยังท้องอยู่
ผลลัพธ์คือ... ลูกในท้องถูกเขาซ้อมจนตาย
แต่มันน่าสมเพชตรงที่ แม่แท้ ๆ ของเธอกลับพาลูกพี่ลูกน้องที่ท้องโตเหมือนกันมายืนดูเรื่องสนุก
ดูเอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ครอบครัวของเธอยังเข้าข้างและพูดปกป้องลูกพี่ลูกน้องคนนั้นอยู่เลย ราวกับว่าพวกเขาสามคนคือครอบครัวเดียวกันจริง ๆ
หยาดน้ำตาผสมสายเลือดไหลรินออกจากหางตาของเธอ
ชีวิตที่ผ่านมาของเธอมันขมขื่นเหลือเกิน แต่เธอทำผิดอะไรล่ะ?
ตอนที่อยู่บ้านตระกูลเจียง เธอยอมทำงานวันละหลายงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ น้องชาย และลูกพี่ลูกน้องคนนี้
พออายุสิบแปดก็แต่งงานกับหลิวหัวซาง เดิมทีเธอมีงานประจำที่มั่นคงทำ แต่เพราะหลิวหัวซางบอกว่าพ่อแม่ของเขาอายุมากแล้วต้องการคนดูแล
เธอจึงยอมลาออกมาปรนนิบัติดูแลคนตระกูลหลิวอย่างสุดความสามารถถึงเจ็ดปีเต็ม แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับกลายมาเป็นจุดจบแบบนี้
เสียงรุมด่าทอจากด้านหลังยังคงดังเข้ามาไม่หยุด เจียงชิงก้มหน้าลูบท้องที่นูนกลมของตัวเอง
‘ลูกรัก ชาติหน้าไปเกิดในบ้านที่ดีกว่านี้นะ แม่ไม่คู่ควรที่จะเป็นแม่ของหนูเลย...’
เธอกำลังจะกระโดดลงไป แต่กลับถูกใครบางคนกระชากตัวกลับมาอย่างแรง
หลิวหัวซางรู้สึกว่าวันนี้เจียงชิงทำเขาขายขี้หน้ามาก เขาจึงลงมืออย่างโหดเหี้ยมโดยไม่มีความปรานีสักนิด
"อีเวร! แกยังกล้าคิดจะโดดตึกอีกเหรอ กูจะตีมึงให้ตาย! อยากโดดนักใช่ไหม! อยากโดดนักใช่ไหม!"
เขาจิกหัวของเจียงชิงแล้วกระแทกเข้ากับผนังอย่างแรง หน้าผากของเธอแตกยับจนเลือดไหลอาบไม่หยุด ทัศนียภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและมืดดับ
หากชาติหน้ามีจริง... เธอจะไม่มีวันปล่อยพวกมันไปเด็ดขาด!
"เจียงชิง เร็ว ๆ เข้า หัวซางกำลังจะมารับตัวเจ้าสาวแล้วนะ"
ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน เจียงชิงรู้สึกว่ามีเสียงวอแวข้างหูจนน่ารำคาญ
เมื่อดวงตาเริ่มปรับโฟกัสได้ ใบหน้าที่คุ้นเคยของหวังเจาตี้ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ดูอ่อนเยาว์กว่าในความทรงจำมาก
‘ฉัน... ฉันน่าจะตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?’
เจียงชิงจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างแรงจนเจ็บ เมื่อหันมองไปรอบ ๆ ห้อง ก็เห็นเทียนสีแดง ม่านลายดอกไม้สีฉูดฉาด และกาน้ำชาที่แปะอักษรมงคลสีแดง ทุกอย่างดูแปลกตาแต่ก็คุ้นเคยในเวลาเดียวกัน
"อ้าว เจียงชิง ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ รีบคลุมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเร็วเข้า"
หวังเจาตี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง คลุมผ้าสีแดงลงบนหัวเธอทันที ใบหน้าของหวังเจาตี้ดูปลาบปลื้มยินดีจนไม่เหมือนคนที่จะต้องส่งลูกสาวแต่งงานออกไปเลยสักนิด
หวังเจาตี้รีบกึ่งดึงกึ่งลากเจียงชิงให้เดินออกไปข้างนอก เพราะหลิวหัวซางสัญญากับเธอไว้ว่า ขอแค่ยอมยกเจียงชิงให้แต่งงานด้วย เขาจะช่วยฝากงานดี ๆ ให้เธอทำ
ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว เจียงชิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อดึงสติกลับมาได้ เธอก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองได้ย้อนเวลากลับมาตอนอายุสิบแปด...
ปีที่เธอต้องแต่งงานกับหลิวหัวซาง!
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง เจียงชิงก็กระชากผ้าคลุมหน้าออกทันที "ฉันไม่แต่งแล้ว!"
เธอยืนหอบหายใจด้วยความโกรธแค้น ภาพความทรงจำจากชาติที่แล้วยังคงตามหลอกหลอนอยู่เต็มอก
ชาตินี้ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมนั้นเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด
สีหน้าของหวังเจาตี้เปลี่ยนไปทันควัน แต่เพราะมีญาติพี่น้องยืนอยู่เต็มไปหมด เธอจึงฝืนยิ้มแล้วรีบเดินเข้าไปหาเจียงชิง
"เจียงชิง แกอาละวาดอะไรเนี่ย ปกติเห็นแกอยากแต่งงานกับหัวซางจะตายไม่ใช่เหรอ?"
จากนั้นเธอก็หันไปหัวเราะแก้เก้อกับพวกญาติ ๆ "ไม่มีอะไรหรอกค่ะทุกคน เจียงชิงแค่ตื่นเต้นมากไปหน่อยน่ะ"
พูดจบ เธอก็แอบเอื้อมมือไปบิดเนื้อเจียงชิงอย่างแรง
ทว่าเจียงชิงที่ปกติจะยอมก้มหัวให้ตลอด กลับกรีดร้องเสียงดังลั่นขึ้นมาทันที "โอ๊ย! แม่คะ แม่มาบิดเนื้อฉันทำไม!"
พูดพลางถกแขนเสื้อขึ้น โชว์ให้เห็นรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำ ๆ หลายจุดบนแขน เมื่อญาติพี่น้องและชาวบ้านเห็นเข้า ต่างก็พากันสูดปากด้วยความตกใจ
"นี่มัน... อะไรกันเนี่ย"
หวังเจาตี้เริ่มเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ส่วนเจียงอวี๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับเดินเข้ามาคล้องแขนเธออย่างรู้ใจ หล่อนเอามือป้องปากหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะชำเลืองมองพวกญาติด้วยท่าทางเอียงอาย
"ใครบอกว่ารอยพวกนี้เกิดจากการถูกตีล่ะคะ นี่มันเป็นรอยรักแสดงความหวานชื่นระหว่างพี่หัวซางกับพี่สาวต่างหาก"
สายตาของคนรอบข้างเปลี่ยนไปทันที แต่พอคิดว่าอีกเดี๋ยวสองคนนี้ก็จะเป็นสามีภรรยากันแล้ว จึงทำได้เพียงเก็บเอาไปนินทาลับหลัง
เจียงชิงยิ้มเย็นในใจ ก็ดีเหมือนกัน ความแค้นจากชาติที่แล้วจะได้ชำระกันในชาตินี้ ยังไงซะเธอกับหลิวหัวซางก็เพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกันเมื่อไม่กี่วันก่อน
ชาตินี้เธอจะได้มีสิทธิ์อันชอบธรรมในการจัดการคนตระกูลหลิวอย่างเต็มที่
‘รอก่อนเถอะ หลิวหัวซาง จางกุ้ยฟาง หลิวเต๋อวั่ง!’
เจียงชิงปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มละมุนทันที ก่อนจะพูดด้วยท่าทางเขินอาย "อุ๊ย จริงด้วย เธอพูดถูก พวกเรารีบไปหาพี่หัวซางกันเถอะค่ะ"
ใบหน้าของเจียงอวี๋แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะฝืนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
เจียงชิงเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย? ปกติเห็นทำตัวหงอ ๆ ยอมคนตลอด ทำไมวันนี้ถึงได้ใจกล้าหน้าด้านขนาดนี้
อีกอย่าง ยัยนี่มีสิทธิ์อะไรมาเรียก ‘พี่หัวซาง’ คำนั้นมันควรจะเป็นคำที่เธอใช้เรียกคนเดียวต่างหาก
เจียงอวี๋เม้มปากแน่นด้วยความอิจฉาริษยา
ในที่สุด หลิวหัวซางก็พากลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวเดินทางมาถึง
หลิวหัวซางอยู่ในชุดสูทสากล เซตผมจนมันวาว รองเท้าหนังขัดเงาวับ พยายามทำตัวเลียนแบบคนเมืองใหญ่จนดูตลก
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาบังเอิญไปพบแหล่งขุมทรัพย์เหมืองแร่เข้า จึงอาศัยเหมืองแร่นั้นค่อย ๆ สร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นเศรษฐีที่มีชื่อเสียงพอตัวในท้องถิ่น
และยิ่งในอีกเจ็ดปีข้างหน้า ชีวิตของเขาจะยิ่งรุ่งเรือง
พอเห็นเจียงชิง เขาก็รีบตรงดิ่งเข้ามาจับมือเธอด้วยความทะนุถนอม "ชิงชิง มาเถอะ เดี๋ยวคุณขี่หลังผมนะ ผมจะพากลับบ้านเรา"
เจียงชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชาติที่แล้วเธอแทบไม่กล้าให้หลิวหัวซางลำบากแบกเธอขึ้นหลังเลยด้วยซ้ำ
"หัวซาง แม่ฉันบอกว่า คุณเตรียมเงินสินสอดมาแปดร้อยแปดสิบหยวนใช่ไหม? รีบเอามาให้ฉันสิ"
เงินแปดร้อยแปดสิบหยวนในยุคสมัยนี้ถือว่าไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย ชาติที่แล้วเงินสินสอดก้อนนี้ถูกหวังเจาตี้ริบไป โดยอ้างว่าจะช่วยเก็บรักษาไว้ให้
แต่พอถึงเวลาที่เธอจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเงินก้อนนี้ถูกแม่แท้ ๆ เอาไปประเคนให้ลูกชายคนเล็กหมดแล้ว
และเดาว่านังลูกพี่ลูกน้องตัวดีคนนี้ ก็คงจะได้ส่วนแบ่งเค้กชิ้นนี้ไปด้วยเหมือนกัน
หลิวหัวซางควักเงินสินสอดส่งให้เจียงชิงอย่างใจสปอร์ต เพราะเขาคิดว่ายังไงเสีย สุดท้ายเงินก้อนนี้ก็ต้องตกไปอยู่ในมือของแม่ยายอยู่ดี
เมื่อหวังเจาตี้เห็นเจียงชิงคว้าเงินสินสอดไปต่อหน้าต่อตา สีหน้าของเธอก็บูดบึ้งทันที และเอ่ยประโยคที่เหมือนกับในชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน
"เจียงชิง ปกติแกเป็นคนใช้เงินมือเติบ เอาเงินสินสอดมาให้แม่ช่วยเก็บไว้เถอะ เกิดทำหายขึ้นมาจะแย่เอา"
เจียงชิงรีบยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อทันที "โธ่ แม่คะ สบายใจได้เลยค่ะ ฉันเก็บเงินอยู่แน่นอน"
พูดจบเธอก็กระโดดขึ้นหลังหลิวหัวซางทันที โดยไม่เห็นหัวแม่ตัวเองเลยสักนิด
หลิวหัวซางถูกแรงกระแทกจากการกระโดดของเจียงชิงจนเกือบเสียหลักล้ม
เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด แววตาโหดเหี้ยมผุดขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วกลับมาทำหน้าตาเบิกบานยิ้มแย้มตามเดิม
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ พ้นวันนี้ไปเมื่อไร กูจะสั่งสอนมึงให้เข็ดเลย!’
