บทที่ 7 ฆ่าคนแล้ว! ลูกสะใภ้ฆ่าคนแล้ว!
หวังเจาตี้ลากเจียงเย่าจู่ตรงเข้ามาหาทั้งสองคนด้วยท่าทางเดือดดาล เธอไม่กล้าต่อว่าหลิวหัวซาง จึงได้แต่เอาความโกรธทั้งหมดมาลงที่เจียงชิง
"เจียงชิง แกทำไมถึงเป็นคนไร้น้ำใจแบบนี้ ฉันเลี้ยงแกมาตั้งกี่ปี แกมันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ"
เจียงชิงทำปากยื่นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ "แต่คุณแม่คะ มีครั้งที่หนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สอง ฉันไม่อยากให้เรื่องทางบ้านมาส่งผลกระทบกับครอบครัวใหม่ของฉันค่ะ"
เจียงชิงแสดงออกอย่างเต็มอกเต็มใจว่าทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลหลิว จนแม้แต่จางกุ้ยฟางที่เพิ่งเดินตามออกมาจากด้านหลังยังรู้สึกว่าคำพูดของเธอฟังดูมีเหตุผล และเริ่มมองเธอในแง่ดีขึ้นมาบ้าง
หวังเจาตี้โกรธจนนิ้วมือสั่นระริกชี้หน้าเธอ "เจียงชิง แก... แก... แกมันเลี้ยงไม่เชื่องจริง ๆ"
นังเด็กแพศยา นึกว่าแต่งเข้าตระกูลหลิวแล้วจะหลุดพ้นจากการควบคุมของเธอได้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
เจียงเย่าจู่เองก็คาดไม่ถึงว่าพี่สาวที่เคยเออออห่อหมกและยอมเขาทุกอย่าง วันนี้กลับไม่ยอมให้เงิน จึงเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเหมือนกัน
เขาลั่นวาจากับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนไว้แล้วว่าสัปดาห์นี้จะมีเงินค่าขนมสองร้อยหยวน
ถ้าเจียงชิงไม่ยอมให้เงินเขา มันจะไม่เป็นการตบหน้าเขาต่อหน้าเพื่อน ๆ หรอกเหรอ?
"พี่ไม่ให้เงินผม พี่อยากเห็นผมอดตายหรือไง?"
เจียงชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไร อดตายได้ก็ดีสิ
พอดีเลย เธอจะได้ใช้ตระกูลหลิวเป็นข้ออ้างในการตัดขาดจากตระกูลเจียง
เธออยากจะรู้นักว่าถ้าไม่มีเธอแล้ว ตระกูลเจียงจะไปรีดไถจากใครได้อีก จะเป็นหวังเจาตี้หรือว่าเจียงอวี๋?
เจียงชิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอทำท่าทางลำบากใจมองสลับไปมาระหว่างสองฝ่าย สุดท้ายดวงตาก็เริ่มแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตา ราวกับถูกบีบคั้นจนไม่มีทางเลือก
เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเงินไม่กี่หยวนซึ่งเป็นเงินทั้งหมดที่มีออกมา
"เย่าจู่ พี่ไม่ได้ทำงานมาตั้งนานแล้ว ในตัวพี่มีเหลืออยู่แค่นี้จริง ๆ"
เจียงเย่าจู่ปัดมือเธอออกอย่างนึกรังเกียจ "ใครจะไปอยากได้เงินไม่กี่หยวนของพี่ พี่ไม่ได้ยินที่ผมพูดหรือไง? ผมจะเอาสองร้อย!"
เจียงชิงเก็บเงินยัดกลับเข้ากระเป๋าตามเดิม ไม่เอาก็ไม่ต้องเอา เธอเองก็ไม่อยากให้เหมือนกัน
หวังเจาตี้เห็นเจียงชิงหยิบเงินออกมาไม่กี่หยวนก็รู้สึกว่ามันน้อยเกินไป เธอกำลังจะยื่นมือไปคว้ามา แต่พอถูกลูกชายพูดขัดขึ้นมาแบบนั้น เจียงชิงก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าไปเสียแล้ว
สุดท้ายเจียงชิงก็ร้องไห้ตาแดงก่ำ หันหลังเดินกลับเข้าห้องไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
หลังจากเข้าห้องมาแล้ว เธอก็แนบหูเข้ากับประตูเพื่อแอบฟังความเคลื่อนไหวภายนอก
"แม่ดอง ค่าเทอมมันไม่น่าจะถึงสองร้อยหรอกมั้งคะ"
จางกุ้ยฟางที่อยู่หน้าห้องมองสองแม่ลูกที่มาขอเงินด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง เธอคิดว่าตระกูลหลิวของพวกเธอเปิดโรงทานหรือยังไง?
หวังเจาตี้เห็นสีหน้าท่าทางไม่พอใจของจางกุ้ยฟางและหลิวหัวซาง ก็รีบล้มเลิกความคิดนั้นทันที
ถ้าเกิดทำให้พวกเขาโมโหขึ้นมา ตระกูลเจียงของเธอคงไม่ได้ประโยชน์อะไรแน่
ไว้รอโอกาสที่เจียงชิงออกไปข้างนอกคนเดียวเมื่อไร เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการนังเด็กคนนี้ไม่ได้
"ฮ่าๆๆ แม่ดองเข้าใจผิดแล้วค่ะ พวกเราไม่ได้มาขอเงินเจียงชิงหรอก เป็นเพราะเจ้าเด็กคนนี้มันพูดจาเลอะเทอะไปเองน่ะค่ะ"
"พวกเราก็แค่มาเยี่ยมเธอเฉย ๆ เธอคิดมากไปเองค่ะ"
หลังจากเห็นสีหน้าของทั้งสองคนเริ่มผ่อนคลายลง เธอจึงถูมือพลางเหลือบมองหลิวหัวซาง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
"ลูกเขย เรื่องตำแหน่งงานที่เธอเคยรับปากฉันไว้ล่ะ สถานการณ์ของตระกูลเจียงในตอนนี้เธอก็รู้นี่นา เมื่อก่อนเจียงชิงยังออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินมาช่วยจุนเจือค่าอาหาร แต่ตอนนี้เจียงชิงแต่งงานกับเธอแล้ว ตระกูลเจียงก็ต้องมีใครสักคนทำงานแทนสิ"
เจียงชิงที่อยู่หลังประตูคาดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย มิน่าล่ะในชาติก่อน หลังจากแต่งงานได้เพียงวันเดียวเธอก็ถูกหลิวหัวซางทุบตี
พอเธอกลับไปบ้านหวังจะให้หวังเจาตี้ช่วยทวงความยุติธรรมให้ หวังเจาตี้กลับบอกให้เธออดทนเอา โดยอ้างว่าสามีดี ๆ แบบหลิวหัวซางไม่ได้หากันง่าย ๆ
ที่แท้ก็เป็นเพราะกลัวว่าถ้าเธอเลิกกับหลิวหัวซางแล้ว เธอจะไม่ได้ผลประโยชน์จากตระกูลหลิวนี่เอง
"จะรีบร้อนไปทำไมครับ ถ้ามีตำแหน่งว่างผมจะบอกเองนั่นแหละ"
หลิวหัวซางเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร เขาถลึงตาใส่หวังเจาตี้อย่างดุดัน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับเข้าบ้านไป
หวังเจาตี้ถูกตวาดใส่แบบนั้น ก็ได้แต่ลากลูกชายและพาเจียงอวี๋เดินจากไป
เจียงชิงได้ยินเสียงฝีเท้าข้างนอกห่างออกไป ก็รีบลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง แล้วเริ่มส่งเสียงสะอื้นไห้เบา ๆ
ทันทีที่หลิวหัวซางผลักประตูเข้ามา ก็เห็นภาพหญิงสาวกำลังยืนร้องไห้อย่างน่าสงสาร เขาเดินเข้าไปหาด้วยความรู้สึกสงสารและเอ็นดู
"โอ๋ ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง เมียจ๋าไม่ร้องนะ"
เขาพูดพลางดึงเจียงชิงเข้ามาสวมกอด แต่มือไม้กลับเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบคลำไปทั่วตัวเธอ เจียงชิงหรี่ตาลง ตอนนี้หลิวหัวซางยังคงมีท่าทีที่ดีกับเธออยู่บ้าง
ทว่าจางกุ้ยฟางที่อยู่หน้าห้องกลับเคาะประตูเสียงดังปังๆ อย่างน่ารำคาญ เจียงชิงจึงรีบผละออกจากอ้อมกอดของหลิวหัวซางทันที
การถูกขัดจังหวะเรื่องดี ๆ ถึงสองสามครั้งทำให้ตอนนี้หลิวหัวซางหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโมโห
เจียงชิงรู้ดีว่านี่คือสัญญาณเตือนก่อนที่เขาจะระเบิดอารมณ์ เธอจึงรีบเดินเลี่ยงออกจากสมรภูมิรบด้วยความหวาดกลัว
"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ทำไมยังไม่รีบไปทำกับข้าวอีก บ้านไหนมีลูกสะใภ้ขี้เกียจเหมือนแกบ้าง!"
เจียงชิงรู้สึกถึงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาจากทางด้านหลัง เธอจึงรีบก้าวเท้าเดินหนีไปให้พ้นทาง
วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของจางกุ้ยฟางก็ดังขึ้น
"โอ๊ย! ลูก... อย่า... อย่าตีแม่... แม่ผิดไปแล้ว วันหลังแม่จะไม่มาขัดจังหวะพวกแกอีกแล้ว!"
เจียงชิงได้ยินเสียงร้องโหยหวนของจางกุ้ยฟางก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก สมน้ำหน้า กรรมตามทันแล้วจริง ๆ
หลังจากหลิวหัวซางทุบตีจางกุ้ยฟางเสร็จ เขาก็เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้าน
เจียงชิงรู้ดีว่าหลิวหัวซางกำลังจะออกไปเล่นพนัน และปกติเวลาแบบนี้เขาจะไม่กลับบ้านเป็นเวลาหลายวัน
เจียงชิงเดินออกจากห้องครัวด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ก็เห็นจางกุ้ยฟางนั่งเอามือกุมหน้าลูบแผลพลางร้องไห้อยู่ที่ประตู
พอเห็นเจียงชิง เธอก็ถลึงตาใส่อย่างเคียดแค้น "มองอะไร นังตัวดี ทั้งหมดเป็นเพราะแก!"
พูดจบจางกุ้ยฟางก็ถลันเข้ามา เงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบเจียงชิง เจียงชิงหลับตาลง ภาพที่จางกุ้ยฟางเคยทุบตีเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีตผุดขึ้นมาในสมอง
เจียงชิงสวนมือกลับไปทันที เสียงเพี้ยะดังสนั่น จากนั้นเธอก็กระชากหัวของหล่อนจนล้มลงไปกองกับพื้น แล้วรัวทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าใส่ไม่ยั้ง
จางกุ้ยฟางแทบจะหมดลมหายใจ หล่อนกำลังจะอ้าปากด่าเจียงชิง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีแดงก่ำที่ดูสยดสยองคู่นั้นของเธอ
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ความเจ็บปวดก็เริ่มกระจายไปทั่วร่างกาย ทันทีที่หล่อนจะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ เจียงชิงก็ตาไว คว้าเศษผ้าที่อยู่แถวนั้นยัดเข้าปากหล่อนทันที
แววตาของเจียงชิงดูเหี้ยมเกรียม ราวกับปีศาจที่ขึ้นมาจากนรกเพื่อทวงแค้น
เจียงชิงซ้อมจนหนำใจแล้วถึงยอมดึงผ้าออกจากปากของจางกุ้ยฟาง ตอนนี้จางกุ้ยฟางไม่มีแม้แต่แรงจะส่งเสียงร้องแล้ว
"ฆ่า... ฆ่าคนแล้ว..."
จางกุ้ยฟางร้องเรียกเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุง เธอพยายามกระเสือกกระสนคลานไปที่ประตูทีละก้าว
เจียงชิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
เธอไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นไปห้ามเลยแม้แต่น้อย อยากไปก็ไปสิ ยอมมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ยังดีกว่าต้องมานั่งทนรองรับอารมณ์ใคร
จางกุ้ยฟางถูกจ้องจนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม
ปีศาจ... ตระกูลหลิวของเธอรับเอาปีศาจเข้ามาในบ้านแท้ ๆ!
พอคลานมาถึงประตู เธอก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีตะโกนลั่น
"ฆ่าคนแล้ว! ลูกสะใภ้ฆ่าแม่สามีแล้ว!"
สิ้นเสียงร้องโหยหวนที่ดังสนั่นปานฟ้าผ่า ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างก็ถูกดึงดูดให้รีบวิ่งมาดู
พวกเขาเห็นจางกุ้ยฟางในสภาพสะบักสะบอม หน้าตาบวมปูด นั่งพิงอยู่ที่ประตูบ้าน
"อ้าว สะใภ้จาง นี่เธอ... เธอไปโดนอะไรมาน่ะ?"
ชาวบ้านต่างพากันเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น จางกุ้ยฟางเริ่มร้องไห้คร่ำครวญ ฟ้องร้องเรื่องความป่าเถื่อนของเจียงชิงให้ทุกคนฟัง
แต่แล้ว... ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ด้านหน้าต่างพากันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตกใจเมื่อมองเลยไปข้างหลังเธอ
จางกุ้ยฟางรู้สึกแปลกใจจึงค่อย ๆ หันกลับไปมองตาม
การหันกลับไปมองครั้งนี้ ถ้าไม่มองก็คงไม่เป็นไร แต่พอมองเห็นแล้ว... เธอถึงกับขวัญหนีดีฝ่อทันที!