บท
ตั้งค่า

บทที่ 14 กตัญญูต่อพ่อแม่สามี... วันนี้ก็เป็นวันที่ดีอีกวัน

เจียงชิงนอนตาค้างมาตลอด พอรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของหลิวหัวซาง เธอจึงขยับตัวหนีเข้าไปด้านใน

"สามีคะ วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ไว้วันหลังเถอะนะ!"

หลิวหัวซางขมวดคิ้วแน่น "ผมขอแค่จูบทีเดียวเอง"

พูดจบเขาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เจียงชิง ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็ลอยมาปะทะจมูกทันที

เจียงชิงยื่นมือออกไปดันไว้ "อย่าเลยค่ะ ฉันรู้สึกพะอืดพะอมจะอ้วก เดี๋ยวอ้วกใส่ปากคุณเอา"

หลิวหัวซางได้ยินแบบนั้นก็รีบยืดตัวขึ้นด้วยความรังเกียจ ในลำคอรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออยู่หลายครั้งกว่าจะบรรเทาอาการลงได้

"อะแฮ่ม... เจียงชิง คุณก็รู้ว่าตอนนี้พ่อกับแม่ก็อายุมากแล้ว เมื่อก่อนพวกท่านต้องลำบากตรากตรำเพื่อผมมาตลอด ตอนนี้ผมแต่งงานมีครอบครัวแล้ว คุณเองก็ถือเป็นคนของตระกูลหลิวแล้วเหมือนกัน

เพราะงั้น คุณก็ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่หน่อยเถอะนะ จะได้ไม่ต้องให้ท่านต้องคอยเป็นห่วง"

เจียงชิงยังคงส่งยิ้มให้โดยสีหน้าไม่เปลี่ยน ชาติที่แล้วหลิวหัวซางก็พูดกับเธอด้วยประโยคแบบนี้เป๊ะๆ

ตอนนั้นเธอบ้าจี้คิดว่าตัวเองแต่งงานเข้าบ้านเขามาแล้ว เรื่องพวกนี้ก็คงเป็นหน้าที่ที่ควรทำ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

"การช่วยคุณแม่แบ่งเบางานบ้านมันเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วล่ะค่ะ คุณสบายใจได้เลย”

เธอจะช่วย 'แบ่งเบา' ให้อย่างดีเลยล่ะ เอาให้เขาพอใจสุดๆ ไปเลย!

เมื่อเห็นเจียงชิงทำตัวรู้ความขนาดนี้ หลิวหัวซางก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลากินข้าวแล้ว งั้นคุณก็ไปช่วยแม่ทำกับข้าวในครัวหน่อยไป"

เจียงชิงแอบกลอกตาขยับไปข้างหลัง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน "ได้ค่ะ"

พอเดินออกมา เจียงชิงก็เห็นจางกุ้ยฟางกับเจียงอวี๋กำลังนั่งเม้าท์มอยหัวเราะคิกคักพลางแทะเมล็ดแตงโมอยู่ที่ลานบ้าน

บนพื้นเต็มไปด้วยเศษเปลือกเกลื่อนกลาด เธอแทบจะกลอกตาขึ้นไปมองบนฟ้า ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินตรงไปยังเตาไฟแทน

จางกุ้ยฟางเห็นเธอเดินมาแบบนั้น ก็พ่นน้ำลาย 'ถุย' เสียงดัง ถ่มเปลือกเมล็ดแตงโมมาทางที่เธอยืนอยู่

แต่พอเห็นหลิวหัวซางเดินตามออกมา สีหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนไปทันควัน รอยยิ้มรีบผุดขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปหา "ลูกชาย มานั่งนี่เร็ว"

ฉากนี้มันช่างเหมือนกับภาพครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกที่กำลังนั่งดูคนใช้ทำกับข้าวไม่มีผิด

ทางด้านเตาไฟ เจียงชิงกัดริมฝีปากล่าง วันนี้จะเนรมิตอะไรดีนะ?

ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เห็นไข่ไก่ในตะกร้า ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที นี่มันของดีเลยนี่นา!

วินาทีต่อมา เจียงชิงก็จุดไฟด้วยความร่าเริง จากนั้นก็เทน้ำมันลงกระทะแบบไม่เสียดายเงิน พอได้ที่แล้ว เธอก็ตอกไข่ใส่ลงไปแบบส่งๆ... ใส่ลงไปทั้งเปลือกนั่นแหละ!

เจียงชิงมองสภาพที่ดูไม่ได้ในกระทะแล้วยิ้มออกมาด้วยความสะใจ วันนี้ก็เป็นวันที่ดีอีกวันจริงๆ เลยนะ

จนกระทั่งจมูกเริ่มได้กลิ่นไหม้ เธอถึงได้ตักมันขึ้นมาใส่จาน จากนั้นก็หันไปมองผักกาดขาวที่แขวนอยู่บนฝาผนัง

เจียงชิงจับมันโยนลงกระทะโดยไม่คิดจะล้างน้ำเลยด้วยซ้ำ แถมเธอยังตาดีมองเห็นหนอนผีเสื้อตัวอวบอ้วนสองสามตัวเกาะอยู่บนนั้นอีกต่างหาก!

“อุ๊ย! ดีจัง มีเนื้อสัตว์แถมมาให้ด้วย!"

พอตะหลิวพลิกกลับด้าน ผักกาดก็กลบตัวหนอนจนมิด ไม่เห็นร่องรอยอีกต่อไป

ไม่นานนัก เจียงชิงก็ยกข้าวที่ยังหุงไม่ค่อยสุกดี ไข่เจียวไหม้ๆ ที่มาพร้อมเปลือก และผักกาดขาวรสชาติเข้มข้นเปี่ยมโปรตีนเดินออกไป

จางกุ้ยฟางนั่งไขว่ห้าง เชิดหน้ามองเจียงชิงอย่างทะนงตน เจียงอวี๋เองก็กอดอกมองมาด้วยสายตาเยาะเย้ยคอยดูเรื่องตลก

ทว่าพอเจียงชิงวางอาหารที่สภาพดูไม่ได้เลยสักนิดลงบนโต๊ะ ทั้งสามคนถึงกับตาค้าง...

นี่... นี่มันใช่ของที่คนกินได้ที่ไหนกัน? แล้วทำไมเจียงชิงถึงใส่ไข่เยอะขนาดนี้ แถมเปลือกไข่ยังคาอยู่ข้างในนั้นอีก

นี่มันจะเอาชีวิตหล่อนชัดๆ!

"เจียงชิง! นี่แกกำลังทำบ้าอะไรของแกฮะ?!" จางกุ้ยฟางกรีดร้องลั่น มองดูไข่ทอดไหม้ๆ ที่มีเปลือกผสมอยู่ด้วยความรู้สึกเสียดายใจจะขาด

เวรกรรมแท้ๆ มีใครเขาทำลายของกินได้น่าเกลียดน่ากลัวขนาดนี้ไหม!

"ฉันก็ทำกับข้าวให้พวกคุณกินไงคะ เมื่อกี้หัวซางเพิ่งบอกกับฉันเองว่า อยากให้ฉันทำหน้าที่กตัญญูต่อพวกคุณ!"

เจียงชิงจงใจเน้นเสียงคำว่า 'กตัญญู' เป็นพิเศษ ใบหน้าของเธอไม่มีแววของคนที่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดเลยสักนิดเดียว

หลิวหัวซางเองก็นึกไม่ถึงว่าฝีมือการทำอาหารของเจียงชิงจะย่ำแย่จนดูไม่ได้ขนาดนี้ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนหน้าตาดูถมึงทึง

"เป็นอะไรไปคะ? หรือ... หรือว่าฉันทำอะไรตรงไหนไม่ถูกเหรอ?" เจียงชิงเอ่ยถามด้วยท่าทางหวาดๆ อ่อนน้อมซะจนหลิวหัวซางหาเรื่องระเบิดอารมณ์ใส่ไม่ถูก

"แกดูแกทำเข้าสิ นี่มันใช่ของที่คนเขากินกันไหม? เอาไปให้หมู หมูยังส่ายหน้าเลย!"

จางกุ้ยฟางด่าทอด้วยความโมโหจนตัวสั่น ส่วนเจียงชิงก็ทำเป็นขอบตาแดงก่ำ มีหยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"ฉัน... ฉันก็แค่คิดอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของพวกคุณบ้างไม่ใช่เหรอคะ? มีความจำเป็นอะไรต้องมาพูดจารุนแรงทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้ด้วย?”

เจียงชิงนั่งลงร้องไห้กระซิกๆ อยู่ข้างๆ ขณะที่จางกุ้ยฟางเองก็โวยวายฟูมฟายอยู่ฝั่งตรงข้าม

หลิวหัวซางหันซ้ายทีขวาทีด้วยความลำบากใจ สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะหันไปตวาดใส่เจียงชิงด้วยความหงุดหงิด

“เจียงชิง คุณโตขนาดนี้แล้ว ทำไมยังทำอาหารห่วยแตกแบบนี้ พ่อแม่ของคุณสั่งสอนมายังไงกันแน่ฮะ?!"

จังหวะที่เจียงชิงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา เธอก็แอบกลอกตาบนใส่ในใจ อย่างพวกแกเนี่ยนะมีสิทธิ์มากินข้าวที่ฉันทำ? ถุย! ไปกินขี้ไป๊!

"สรุปคือแม้แต่คุณเองก็ยังมาโทษฉันด้วยงั้นเหรอ?" เจียงชิงมองเขาด้วยสายตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

"ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านตระกูลหลิวมา ฉันก็ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและระมัดระวังมาตลอด คุณบอกให้ทำอะไรฉันก็พยายามทำตาม แต่ตอนนี้พวกคุณกลับรุมมาโทษฉันเนี่ยนะ?!"

พูดจบ เจียงชิงก็เหลือบมองกับข้าวบนโต๊ะ แสร้งทำเป็นชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนจะยื่นมือออกไปคว่ำโต๊ะกินข้าวเสียงดังโครม!

"ถ้าไม่ชอบกินก็ไม่ต้องกินมันแล้ว!" พูดจบเจียงชิงก็วิ่งร้องไห้โฮออกไปข้างนอกบ้านทันที

พอวิ่งออกมา เจียงชิงก็เห็นชาวบ้านสองสามคนที่ตั้งใจจะมายืนมุงดูเรื่องสนุกอยู่แถวๆ หน้าประตูบ้านพอดี

พอสองคนนั้นเห็นเธอวิ่งออกมา ก็พากันหลบสายตาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

“อ้าว เจียงชิง เป็นอะไรไปล่ะนั่น?"

"ฮือๆ ป้าคะ ฉันหวังดีอยากจะทำกับข้าวให้ครอบครัวสามีกิน ฉันก็รู้ตัวค่ะว่าฝีมือมันอาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไร แต่นั่นมันก็คือความตั้งใจในฐานะลูกสะใภ้คนหนึ่งนะคะ นึกไม่ถึงเลยว่าแม่สามีจะไม่เห็นค่า แถมสามีก็ยังรุมด่าฉันอีก!"

เจียงชิงทำเหมือนเจอที่พึ่งในการระบายความอัดอั้น ตะโกนบอกเล่าความขื่นขมออกมา

"ป้าก็รู้นี่คะว่าวันนี้ฉันเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมา ตัวเองก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่เลย แต่ก็ยังอุตส่าห์ฝืนทนความเจ็บมาทำข้าวปลาให้กิน ผลลัพธ์ที่ได้คือพวกเขากลับไม่เห็นหัวกันเลยสักนิด!"

ประโยคสุดท้ายเจียงชิงถึงกับปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น

"โถๆ อย่าร้องเลยนะแม่หนู แกนี่ช่างน่าสงสาร ไม่ได้รับความเป็นธรรมเอาซะเลย"

ในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน และผ่านการเป็นลูกสะใภ้คนอื่นมาก่อน พวกหล่อนย่อมเข้าใจความอัดอั้นตันใจของเจียงชิงเป็นอย่างดี

"เฮ้อ ตระกูลหลิวนี่มันไม่ใช่คนเลยจริงๆ ได้ลูกสะใภ้มาแล้วทำแบบนี้ได้ยังไง ทำไม่เป็นก็ค่อยๆ สอนสิ คนเรามันไม่ได้เกิดมาแล้วทำเป็นทุกอย่างตั้งแต่เกิดซะหน่อย"

"นั่นน่ะสิ กะอีแค่กับข้าว ทำกินเองไม่ได้หรือไง?"

ชาวบ้านสองคนพากันพูดจาโจมตีตระกูลหลิวเพื่อกู้หน้าให้เจียงชิง

เจียงชิงปาดน้ำตา สะอึกสะอื้นด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ร่างกายเล็กๆ สั่นเทาดูน่าเวทนาเหลือเกิน

ชาวบ้านอีกสองสามคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็พลอยโดนดึงดูดเข้ามาด้วย พอได้ฟังเรื่องราวเข้าก็รู้สึกว่าตระกูลหลิวนี่มันใช้ไม่ได้ มารุมรังแกสะใภ้ใหม่ที่เพิ่งเข้าบ้านได้ยังไงกัน

"เจียงชิง ฉันขอบอกเลยนะ ถ้ามันอยู่ไม่ได้ก็หย่าไปเลย ไปฟ้องคณะกรรมการหมู่บ้านนู่น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีใครจัดการตระกูลหลิวได้ ทำเป็นอวดดีว่าตัวเองพอมีเงินทองหน่อยล่ะทำตัวเหนือกฎหมาย!"

ป้าคนหนึ่งช่วยเสนอไอเดียให้

เจียงชิงเงยหน้าที่แดงก่ำจากการร้องไห้ขึ้นมา มองป้าคนนั้นพลางพูดเสียงสะอื้น

"ป้าคะ ถ้าฉันหย่าไป วันข้างหน้าฉันไม่ต้องโดนชาวบ้านนินทาจนไม่มีที่ยืนเลยเหรอคะ ป้า... ช่างมันเถอะค่ะ"

พูดจบ เจียงชิงก็ทำท่าทางเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง สิ้นหวังในชีวิต สายตามองเหม่อไปข้างหน้า

จะหย่าตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหย่าตอนนี้ก็อดดูบทละครสนุกๆ สิจ๊ะ

"เฮ้อ..." คุณป้าท่านนั้นได้แต่ทอดถอนใจแล้วเงียบไป ผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานรอบสองมาแล้ว ใครเขาจะอยากได้ไปเป็นเมียอีกล่ะ วันข้างหน้าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง

เจียงชิงปาดน้ำตาอีกรอบ "ขอบคุณคุณป้าทุกคนมากนะคะ เรื่องในวันนี้... พวกคุณทำเป็นว่าฉันไม่เคยพูดอะไรก็แล้วกันนะคะ"

พูดจบ เจียงชิงก็เดินโซซัดโซเซวิ่งหนีออกไปทางนอกหมู่บ้าน

กลับบ้านแม่ตัวเองดีกว่า!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel