บทที่ 15 เป็นบ้าให้เท่าเทียม
พอวิ่งพ้นสายตาของทุกคนแล้ว เจียงชิงก็ค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลงแล้วเดินทอดน่องมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านตระกูลเจียงอย่างสบายอารมณ์
ถ้าไปถึงตอนนี้ก็น่าจะทันเวลาข้าวเย็นพอดี
ไม่แน่ว่าที่บ้านตระกูลเจียงอาจจะต้มของอร่อย ๆ ไว้ก็ได้ พอคิดได้แบบนั้นเจียงชิงก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกนิด
และก็เป็นไปตามคาด พอไปถึงบ้านตระกูลเจียง เจียงชิงก็เห็นว่าบนโต๊ะมีซุปกระดูกหมูหม้อใหญ่เบ้อเริ่ม แถมยังมีเมนูไข่อีก
ดูท่าพอไม่มีเธอกับเจียงอวี๋อยู่แล้ว คนบ้านตระกูลเจียงจะกินดีอยู่ดีกันขึ้นเยอะเลยนะ
ก็นะ... ก็เพราะว่าภาระลดลงไปตั้งสองคนนี่นา
หวังเจาตี้ที่เพิ่งจะยกกับข้าวออกมาจากห้องครัว ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเมื่อหันมาเห็นเจียงชิง
"เจียงชิง! แกกลับมาทำไมเนี่ย?"
พูดพลางมองสอดส่องไปข้างหลังของเธอด้วย
"ไม่ต้องมองหรอกค่ะ มีฉันมาแค่คนเดียว"
"แกมาทำไม?" หวังเจาตี้เอามือเท้าเอว มองเธอด้วยสายตาจับผิด
ในใจหล่อนปักใจเชื่อไปแล้วว่าเจียงชิงต้องไปก่อเรื่องที่บ้านตระกูลหลิวจนอยู่ไม่ได้ แล้วหนีกลับมาแน่ ๆ
"ทะเลาะกับคนบ้านหลิวมาค่ะ"
พูดจบเจียงชิงก็ทรุดตัวลงนั่งทันที เธอตักซุปให้ตัวเองจนเต็มชามใหญ่ จากนั้นก็ยกซดจนหมดเกลี้ยง
หวังเจาตี้เพิ่งจะมารู้สึกตัวรีบคว้าหม้อซุปไปด้วยความเสียดาย "ว้าย! ซุปของฉัน!"
"แม่คะ ซุปเขามีไว้ให้คนกินไม่ใช่เหรอ จะโวยวายทำไมกัน"
เจียงชิงเห็นว่าซุปหมดแล้ว จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกับข้าวที่เมื่อก่อนเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้แตะเข้าปาก อย่างเช่นไข่ที่มีสารอาหารสูงพวกนี้
"นี่มันของน้องชายแก! อีลูกล้างผลาญอย่างแกคู่ควรจะมากินของดี ๆ แบบนี้หรือไง!"
หวังเจาตี้เพิ่งจะพูดจบ ก็เห็นเจียงชิงคีบไข่คำโตยัดเข้าปากไปแล้ว
หล่อนพุ่งตัวเข้าไปแย่งตะเกียบจากมือเธอแล้วโยนทิ้งลงบนโต๊ะ พร้อมกับถลึงตาใส่ด้วยความโกรธจัด
"เจียงชิง แกแต่งงานออกเรือนไปแล้ว จะกลับมาที่นี่อีกทำไม?"
เจียงชิงรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หน้าอก จากนั้นเธอก็กัดริมฝีปากล่างและมองหล่อนด้วยสายตาสุดแสนจะตัดพ้อและน้อยใจ
"แม่คะ บ้านหลิวไม่เห็นดีเหมือนที่แม่พูดเลย จางกุ้ยฟางก็ตีฉัน ตีจนหัวฉันแตกต้องนอนโรงพยาบาลตั้งหลายวัน พอซมซานกลับมาบ้านก็ยังมาหาว่าฉันทำกับข้าวไม่อร่อย ด่าฉันกันทั้งบ้าน... ฉันอยากหย่าค่ะ"
หวังเจาตี้ไม่ได้เข้าหูเลยสักคำกับเรื่องที่เจียงชิงมาปรับทุกข์ ในสมองหล่อนได้ยินอยู่แค่คำเดียวคือคำว่า 'หย่า'
"หย่าเหรอ?!"
หวังเจาตี้แผดเสียงแหลมสูง มองเธออย่างไม่ยากจะเชื่อสายตา
"แกพูดว่าอะไรนะ? หย่า? บ้านหลิวดีพร้อมขนาดนั้น ต่อให้จุดตะเกียงตามหาก็ไม่มีวันเจอครอบครัวแบบนี้อีกแล้ว แล้วแกยังคิดจะหย่าอีกเหรอ? ฉันขอบอกแกไว้เลยนะเจียงชิง เรื่องหย่าเนี่ย... อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!"
อีเด็กเวรนี่ ถ้ามันหย่าขึ้นมา แล้วใครจะช่วยหางานให้หล่อนล่ะ อุตส่าห์เลี้ยงดูจนโตมาขนาดนี้ ทำไมไม่คิดถึงหัวอกผู้ใหญ่บ้าง เอาแต่คิดถึงตัวเอง เห็นแก่ตัวจริง ๆ
บ้านหลิวมีตรงไหนไม่ดี หลิวหัวซางก็เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่โต นิสัยก็กตัญญู แถมยังรักเมียอีก อีเด็กเหลือขอคนนี้ยังมีอะไรไม่พอใจอีกฮะ?
"โถ่ เจียงชิงเอ๊ย ลิ้นกับฟันมันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา โบราณเขาว่าไว้ ทะเลาะกันหัวเตียงแต่ไปดีกันท้ายเตียง ตีกันแปลว่ารักมากนะ! แกเพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันก็พูดเรื่องหย่าซะแล้ว
พูดออกไปไม่กลัวคนเขาหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหรือไง แล้วไม่กลัวพ่อแม่ต้องเอาปี๊บคลุมหัวเหรอ? เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้เอง ทน ๆ ไปเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว!"
สะใภ้หวังข้างบ้านที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายรีบวิ่งเข้ามาทำตัวเป็นคนกลางคอยห้ามทัพ เจียงชิงจำยัยป้าคนนี้ได้ ป้าคนนี้ชื่อ 'หวังชุ่ยฮวา'
ชาติที่แล้วคอยยัดเยียดความคิดเรื่องการเป็นเมียหลวงที่ดีให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน บอกว่าผู้ชายคือฟ้า ผู้ชายคือเสาหลักของบ้าน ส่วนผู้หญิงเราน่ะต้องหัดเข้าใจและยอม ๆ ไป...
เพี้ยะ!
เจียงชิงง้างมือตบหน้าเธอฉาดใหญ่ทันที
"กรี๊ด! อีเด็กบ้า แกมาตบฉันทำไมเนี่ย?!" หวังชุ่ยฮวากุมแก้มตัวเองด้วยความเจ็บปวด
เจียงชิงตีหน้าซื่อตาใสไร้เดียงสามองหล่อน
"ป้าหวังคะ ก็ป้าเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ตีกันแปลว่ารักมากน่ะ? อ๊ะ! ป้าหวัง เจ็บเหรอคะ? ไม่ต้องกลัวนะ ทน ๆ ไปเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้วค่ะ"
"แก... แก... แก!"
อีเด็กนรก ทำไมไม่โดนคนบ้านหลิวตีให้ตาย ๆ ไปซะนะ?
หวังชุ่ยฮวาถึงกับใบ้กินเหมือนคนกินยาขม กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้แต่ถลึงตาคาดโทษใส่เธอไม่กี่ที
เจียงชิงยักคิ้วให้ "แม่คะ ช่วงนี้ฉันกะว่าจะกลับมานอนพักที่บ้านสักหน่อย"
"ไปๆ ไสหัวกลับไปบ้านสามีแกนู่น ที่นี่ไม่มีที่ให้แกอยู่หรอก" หวังเจาตี้โบกมือไล่อย่างรำคาญ
เจียงชิงหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ "แล้วห้องเดิมของฉันล่ะ?"
ชาติที่แล้ว หวังเจาตี้ก็ยกห้องนอนเดิมของเธอให้กับเจียงเย่าจู่ไปตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เธอแต่งงานออกไป
แม้จะผ่านมานานขนาดนี้ แต่ในใจของเจียงชิงก็ยังคงรู้สึกโหวง ๆ และเสียใจอยู่ดี...
ที่แท้ลูกผู้หญิงพอแต่งงานออกไปแล้ว ก็กลายเป็นคนไม่มีบ้านให้กลับจริง ๆ
หวังเจาตี้หลบสายตาไปมาด้วยความลนลาน
"คือ... คือห้องเดิมของแก น้องชายแกเขาชอบ ก็เลยยกให้น้องอยู่ไปแล้ว"
พอพูดจบ กลัวว่าเธอจะถามถึงห้องเดิมของเจียงเย่าจู่ หล่อนเลยรีบเสริมขึ้นมาว่า "ส่วนห้องเดิมของน้องแก ตอนนี้เอาไว้ใช้เก็บของ บ้านไม่มีห้องว่างเหลือแล้ว"
เจียงชิงแค่นหัวเราะเยาะ "ไม่ใช่ว่ายังเหลืออีกห้องนึงหรอกเหรอคะ?"
"ไม่ได้! นั่นมันห้องของอวี๋อวี๋!"
หวังเจาตี้ตวาดเสียงดังลั่น ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย หล่อนจึงหันหลังกลับ
"เจียงชิง แกกลับไปซะเถอะ กลับไปยอมรับผิดกับทางนู้นก็สิ้นเรื่อง ชีวิตคู่มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ แกมาอาละวาดแบบนี้มันจะกลายเป็นการผูกใจเจ็บกันซะเปล่า ๆ เชื่อแม่เถอะ กลับไปขอโทษผัวกับแม่ผัวแกซะ"
เจียงชิงนั่งลงเปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็นแรงกิน เธอลงมือกวาดกับข้าวทุกอย่างบนโต๊ะเข้าปากจนหมดเกลี้ยงคนเดียว
และก่อนที่หวังเจาตี้จะทันได้ระเบิดอารมณ์ใส่ เธอก็ชิงแหกปากร้องไห้โฮออกมาเสียก่อน
"ฉันว่าเจียงอวี๋ต่างหากที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่! ปกติมีของกินของใช้ดี ๆ ก็ประเคนซื้อให้แต่ยัยนั่น พอตอนนี้ฉันโดนรังแกกลับมา แม่กลับบอกให้ฉันทน ถ้าลองเปลี่ยนเป็นเจียงอวี๋ดูสิ แม่คงไปล้างแค้นให้ยัยนั่นที่บ้านหลิวตั้งนานแล้ว!"
เจียงชิงปาดน้ำตาตัวเองอย่างแรง "ในเมื่อแม่ชอบบ้านหลิวนัก ก็ให้เจียงอวี๋แต่งงานเข้าไปแทนฉันเลยสิ จะได้มีความสุขกันทุกฝ่าย!"
"แก... แกก้าวร้าวใหญ่แล้วนะเจียงชิง มีอย่างที่ไหนมาพูดจาแดกดันคนในครอบครัวแบบนี้? อวี๋อวี๋น่ะต้องได้เข้ามหาวิทยาลัยนะ จะแต่งงานตอนนี้ได้ยังไงกัน!"
เจียงอวี๋ต้องได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างใสสะอาด ส่วนเจียงชิงต้องแต่งงานไปตรากตรำทั้งชีวิตงั้นสินะ?
ดี... ดีมาก! ในเมื่อฉันอยู่ไม่เป็นสุข ก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมีความสุขเลย!
"อย่างเจียงอวี๋ที่เรียนห่วยแตกสะบัดยังจะเรียนมหาวิทยาลัยได้ งั้นถ้าเป็นฉัน เรื่องเข้ามหาวิทยาลัยมันก็แค่ของกล้วย ๆ ป่ะ? ฉันก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนกัน!"
"แกน่ะแต่งงานไปแล้ว จะมาเรียนมหาวิทยาลัยอะไรอีก!"
เจียงชิงแค่นยิ้มเย็นชา... ที่แท้พวกมันวางแผนฮุบชีวิตฉันไว้ตั้งแต่แรกแล้วจริง ๆ
"กรี๊ดดดด! ไม่ยุติธรรม! มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!"
เจียงชิงกรีดร้องลั่นบ้าน ก่อนจะลงมือคว่ำโต๊ะกินข้าวเสียงดังโครมใหญ่ จากนั้นเจออะไรหยิบจับได้ก็ขว้างปาทำลายข้าวของเรียบ
หวังเจาตี้ตกใจกลัวจนต้องก้าวถอยหลังรัว ๆ ส่วนหวังชุ่ยฮวานี่ขวัญหนีดีฝ่อเตรียมจะโกยแน่บออกไปนอกบ้าน
เจียงชิงตาไวเห็นเข้าพอดี เลยคว้าของใกล้ตัวขว้างใส่ท้ายทอยหล่อนเต็มแรง ปึ้ก!
หวังชุ่ยฮวาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เอามือกุมหัวแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไป
"เจียงชิง แกบ้าไปแล้วเหรอ?!"
"ใช่! ฉันบ้าไปแล้ว!"
นาทีนี้เจียงชิงเห็นอะไรที่มีค่ามีราคาเป็นอันต้องทุบต้องพังทิ้งให้หมด
ประจวบเหมาะกับที่เจียงวั่งซานเพิ่งกลับมาจากไปช่วยงานข้างนอก พอเดินพ้นประตูบ้านเข้ามาก็เจอกับสภาพบ้านที่พังยับเยินราวกับโดนพายุทอร์นาโดถล่ม
"นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นฮะ?!"
นัยน์ตาของเจียงชิงเป็นประกาย... มาได้จังหวะพอดีเลย มาให้ฉันซัดซะดี ๆ!
"กรี๊ด! ฉันไม่อยากอยู่แล้ว!"
ปากของเจียงชิงแผดเสียงร้องตะโกน แต่ร่างกายของเธอกลับพุ่งเข้าไปชนเจียงวั่งซานเต็มเหนี่ยว
เจียงวั่งซานยังไม่ทันได้ตั้งตัวหรือตั้งหลักอะไรทั้งนั้น ก็โดนกระแทกจนหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นทันที
"โอ๊ย! อีเจียงชิง อีเด็กเวร! วันนี้กูจะตีมึงให้ตาย!"
เจียงชิงกัดฟันกรอด แสร้งทำเป็นร้องไห้ฟูมฟายราวกับใจจะขาด
"พ่อคะแม่คะ... ฉันยังเป็นลูกของพ่อแม่อยู่ไหม? ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้!"
ส่วนหวังเจาตี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หล่อนจึงฝืนยิ้มแล้วรีบเดินเข้ามาหวังจะปลอบประโลมเธอ...