บทที่ 13 รีบไสหัวไปอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อเจียงชิงเห็นหรงชิง เธอก็รีบเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังเขาทันที ฟู่ถิงจือที่หันมาเห็นหรงชิงก็ฉายแววประหลาดใจผ่านทางสายตาแวบหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองเจียงชิงที่อยู่ด้านหลังอีกฝ่าย
"คุณชายหรง ผู้หญิงคนนี้เป็นคนของคุณงั้นเหรอ?"
หรงชิงปรายตามองเจียงชิงด้วยสายตาราบเรียบ "เธอทำงานให้ผม"
ฟู่ถิงจือพลันนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นผู้หญิงคนนี้ต้องการสมุนไพรเห็ดหลินจือ พอมาคิดดูแบบนี้แล้ว... มันก็เป็นเรื่องจริงสินะ
เจียงชิงเห็นว่าทั้งสองคนรู้จักกัน จึงพูดขึ้นว่า
"เอ่อ... คุณชายหรง ในเมื่อคนคนนี้ฟื้นแล้ว และฉันก็มอบเห็ดหลินจือให้คุณไปแล้ว งั้นพวกเราก็แยกย้ายกันตรงนี้เถอะนะ บ๊ายบายค่ะ~"
พูดจบเจียงชิงก็รีบใส่เกียร์หมาโกยอ้าวหนีไปทันที เพราะขืนสองคนนี้เกิดทะเลาะกันขึ้นมา คนที่จะซวยและต้องรับเคราะห์ก็คือเธอคนเดียว
ฟู่ถิงจือขมวดคิ้วมองตามแผ่นหลังของเจียงชิงที่วิ่งหนีไปอย่างลนลาน คนข้างกายของหรงชิงไม่น่าจะมีคนที่ซุ่มซ่ามและบุ่มบ่ามขนาดนี้อยู่ด้วยเลย
หรงชิงเองก็ทำเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไร เขาหันไปมองฟู่ถิงจือ
"ขอบคุณสำหรับเห็ดหลินจือนะครับผู้บัญชาการฟู่ พอแผลของคุณหายดีแล้วก็รีบเดินทางกลับไปเถอะ"
พูดจบหรงชิงก็หมุนล้อรถเข็นเดินจากไป
ที่สถานีรถไฟ เจียงชิงซื้อตั๋วเที่ยวที่เร็วที่สุดเพื่อเดินทางกลับบ้าน ทันทีที่ขึ้นรถไป เธอก็รู้สึกสะลึมสะลือและเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะถึงตัวตำบลก็มืดแล้ว
เจียงชิงแวะไปที่โรงพยาบาลก่อนเพื่อซื้อยาแก้ปวดหัว ยาแก้หวัด และยาทุกอย่างเท่าที่จะซื้อเก็บไว้ได้ จากนั้นจึงเริ่มเดินเท้ากลับบ้าน
พอเข้าเขตหมู่บ้าน กลุ่มป้า ๆ ยาย ๆ ที่กำลังนั่งรับลมเย็น ๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน ต่างก็พากันจับจ้องมาที่เจียงชิงที่เดินถือถุงยาตรงกลับบ้านด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว
สายตาของพวกหล่อนล็อกเป้ามาที่เธอทันที
เจียงชิงสังเกตเห็นสายตาของคนพวกนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไร ปากของยายแก่พวกนี้ร้ายกาจจะตายไป เรื่องที่ไม่มีอยู่จริงยังสามารถเอาไปลือต่อจนเป็นตุเป็นตะได้เลย
ดังนั้นเจียงชิงจึงตั้งใจเดินกลับมา แถมตอนที่ผ่านริมแม่น้ำ เธอยังวักน้ำเย็น ๆ ขึ้นมาล้างหน้าเพื่อให้ตัวเองดูอ่อนแอและย่ำแย่ลงไปอีก
ประกอบกับภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอหัวแตกเลือดอาบที่บ้านตระกูลหลิวซึ่งมีคนเห็นตั้งมากมาย
เธอเชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องถูกกระจายข่าวออกไปในทิศทางที่เธอพึงพอใจอย่างแน่นอน
ทันทีที่เจียงชิงมาถึงหน้าประตูบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงดังแว่วมาจากข้างใน
มีทั้งเสียงของจางกุ้ยฟาง หลิวเต๋อวั่ง แล้วก็ยังมีเสียงหวานหยดย้อยของเจียงอวี๋ที่คอยช่วยห้ามทัพ ตามมาด้วยเสียงด่าทออันดังกึกก้องของหลิวหัวซาง
เจียงชิงบีบถุงยาในมือแน่นจนแทบแหลกคามือ ในชาติที่แล้ว หลิวหัวซางก็เคยทุบตีและด่าทอเธอสารพัดแบบนี้เหมือนกัน
ในตอนนั้นจางกุ้ยฟางทำเพียงแค่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ... หล่อนกำลังมองอะไรอยู่ล่ะ? จนกระทั่งวินาทีนี้เธอถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้ง หล่อนก็แค่ยืนดูด้วยความสะใจที่มีคนมารับตีนรับมือแทนก็เท่านั้นแหละ
แล้วหลังจากนั้น หล่อนก็เอาความอัดอั้นตันใจที่มีต่อหลิวหัวซางมาลงที่เธอแทน
เสียงสิ่งของแตกกระจายดังเพล้งอยู่ข้างใน ดึงสติของเจียงชิงให้กลับมา เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองครั้ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้ขาวซีดดูไร้เรี่ยวแรง แล้วจึงผลักประตูเปิดเข้าไป
ความเคลื่อนไหวข้างในหยุดชะงักลงทันควัน
จางกุ้ยฟางที่นั่งอยู่บนพื้น หลิวหัวซางและเจียงอวี๋ที่ยืนอยู่ รวมไปถึงหลิวเต๋อวั่งที่นั่งสูบยาเส้นอยู่ตรงมุมห้อง ต่างพากันหันขวับมามองที่เธอเป็นตาเดียว
เจียงชิงฝืนยกมุมปากยิ้มอย่างอ่อนแรง ก่อนจะมองพวกเขาด้วยความไม่เข้าใจพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?"
หลิวหัวซางพอเห็นสภาพของเจียงชิงแบบนั้นก็ตกใจ รีบปรี่เข้าไปประคองเธอไว้ "คุณไปทำอะไรมา ทำไมสภาพเป็นแบบนี้?"
เจียงชิงมองเขาด้วยแววตาน่าสงสาร "ฉันเป็นอะไรไปงั้นเหรอ? นี่คุณไม่รู้เรื่องจริง ๆ หรือคะ?"
ความรู้สึกผิดแล่นผ่านเข้ามาในใจของหลิวหัวซางแวบหนึ่ง
เขาเพิ่งจะกลับมาวันนี้แล้วก็ได้ยินพวกชาวบ้านนินทากันว่า หลังจากวันที่เขาออกไป เจียงชิงกับจางกุ้ยฟางก็เปิดฉากตบตีกัน แถมยังได้ยินมาว่าตอนนั้นเจียงชิงเลือดไหลออกมาเยอะมากด้วย
"ผมผิดไปแล้ว ยังเจ็บหัวอยู่ไหม?"
หลิวหัวซางกุมมือเธอไว้ด้วยความสงสาร
เจียงชิงสะบัดมือออกเล็กน้อย แววตาฉายความรังเกียจออกมาแวบหนึ่ง ในชาติที่แล้วตอนแรก ๆ หลิวหัวซางก็แกล้งทำเป็นคนแสนดีและรักเมียแบบนี้แหละ
แต่ความจริงลับหลังแอบไปนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า
การที่เขาออกไปข้างนอกคราวนี้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะแอบไปหาผู้หญิงบริการมาเหมือนกัน
พอคิดมาถึงตรงนี้ เจียงชิงก็รู้สึกคลื่นไส้จนต้องโก่งคออ้วกออกมา
มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว!
ดวงตาของหลิวหัวซางฉายแววโกรธเคืองขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
"ฉัน... ฉันเวียนหัว คลื่นไส้ไปหมดแล้ว อยากเข้าห้องไปนอนพักสักหน่อย"
เมื่อเห็นดังนั้นหลิวหัวซางจึงยอมปล่อยมือ เจียงชิงรีบวิ่งแจ้นกลับเข้าไปในห้องนอนทันที
สายตาของหลิวหัวซางยังคงจับจ้องตามแผ่นหลังของเจียงชิงที่เดินเข้าห้องไป
จางกุ้ยฟางที่อยู่บนพื้นคลานเข้ามาเกาะขาของลูกชาย "ลูกแม่ แกต้องเชื่อแม่นะ แม่ไม่ได้ตีมันจริง ๆ มันต่างหากที่ตีแม่!"
ในใจของจางกุ้ยฟางนั้นช่างทุกข์ระทมเหลือเกิน ลูกชายแต่งเมียเข้าบ้านมา นอกจากจะไม่คอยปรนนิบัติดูแลพวกตนแล้ว ยังลงไม้ลงมือกับตน แถมยังใส่ร้ายว่าตนเป็นคนทำหัวมันแตกอีก
หลิวหัวซางย่อตัวลงนั่ง "แม่ครับ ผมไม่สนหรอกว่าแม่จะตีเจียงชิงจริงไหม แต่อยู่ในบ้านจะปิดประตูตีกันยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้เรื่องมันแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านแล้ว แม่จะให้ผมเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
เขารู้สึกโมโหตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าหมู่บ้านแล้วได้ยินเสียงลือพวกนั้นแล้ว ไม่โกรธก็บ้าเต็มที!
"ได้ๆๆ แม่รู้แล้ว แม่จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก"
พูดจบจางกุ้ยฟางก็ส่งสายตาให้เจียงอวี๋ ซึ่งเจียงอวี๋ก็รู้ใจรีบเข้าไปเกาะแขนหลิวหัวซางพลางออดอ้อนเอาใจ
"พี่หัวซาง อย่าโกรธไปเลยนะคะ อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าพี่สาวจะเจ็บตัวอยู่ฝ่ายเดียวซะหน่อย ป้าจางเองก็เจ็บตัวเหมือนกัน แถมพี่ยังไปดุคุณป้าอีก!"
"อีกอย่าง ต่อให้ป้าจางจะตีพี่สาวจริง ๆ มันก็น่าจะเป็นเพราะพี่สาวทำอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ ไม่งั้นทำไมคุณป้าต้องเจาะจงตีแค่พี่สาวคนเดียวด้วยล่ะ?"
หลิวหัวซางฟังแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เจียงอวี๋พูดมามันก็มีเหตุผล เขาจึงพยักหน้าเห็นด้วย "ยังเป็นอวี๋อวี๋ที่รู้ความมากกว่า ไม่เหมือนพี่สาวของเธอ เพิ่งมาอยู่แท้ ๆ ก็ทำบ้านช่องปั่นป่วนไปหมด"
พูดจบหลิวหัวซางก็ยื่นมือไปบีบขยำหน้าอกของเจียงอวี๋อย่างเปิดเผยต่อหน้าต่อตา โดยที่จางกุ้ยฟางทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังส่งยิ้มประจบเอาใจลูกชายอีก
"ลูกดูสิว่าเจียงชิงแต่งเข้าบ้านมาตั้งกี่วันแล้ว แม่ยังไม่เคยได้กินข้าวฝีมือมันสักมื้อเลย"
พอเห็นว่าสีหน้าของหลิวหัวซางเริ่มดีขึ้น เธอก็เริ่มบีบน้ำตาเล่าความทุกข์ทันที
"ลูกเอ๊ย ดูแม่กับพ่อแกสิ ตอนนี้ก็แก่กันหมดแล้ว อุตส่าห์ตรากตรำทำงานหนักมาครึ่งค่อนชีวิตเพื่อส่งเสียให้แกได้แต่งเมีย แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าแม่ยังต้องมาคอยปรนนิบัติพวกแกอีกเหรอ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"
"ถ้าคนนอกรู้เข้า เขาไม่พูดกันสนุกปากหรอกเหรอว่าหลิวหัวซางกลัวเมีย ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่งเมียแล้วลืมแม่?"
หลิวหัวซางได้ยินแบบนั้นก็ยอมไม่ได้เด็ดขาด! พวกชาวบ้านที่วัน ๆ เอาแต่ทำนาพวกนั้นคิดจะมาจิกหัวนินทาเขาลับหลังงั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก!
"แม่ครับ ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะไปคุยกับเจียงชิงเอง ผมจะสั่งให้เธอคอยกตัญญูและดูแลพ่อกับแม่ให้ดี"
หลิวหัวซางพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องนอน
"ป้าจางอย่าโกรธไปเลยนะคะ พี่สาวเธอคงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ"
จางกุ้ยฟางดึงมือน้อย ๆ ของเจียงอวี๋มาจับไว้ "อวี๋อวี๋เอ๊ย ตอนแรกป้าชอบเธอมากเลยนะ นึกไม่ถึงเลยว่า... เฮ้อ..."
จางกุ้ยฟางทอดถอนหายใจยาวด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง ยัยคนโตถึงหน้าตาจะดูดีกว่ายัยคนเล็กนี่ก็จริง แต่ทำไมถึงได้ทำตัวไม่รู้ความเท่าคนเล็กขนาดนี้กันนะ
เมื่อหลิวหัวซางเดินเข้ามาในห้อง เขาก็ยืนอยู่ข้างเตียงและมองไปที่เจียงชิงซึ่งนอนคุดคู้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม
ตั้งแต่เขาแต่งงานมาหลายวัน แม้แต่ปากของนังผู้หญิงคนนี้เขาก็ยังไม่เคยได้จูบเลยสักครั้ง
ก่อนแต่งงานเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงาน แต่ตอนนี้ก็แต่งมาตั้งหลายวันแล้ว...
หลิวหัวซางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง ก่อนจะค่อย ๆ สอดมือเข้าไปในผ้าห่ม...