คิแพง - บทที่ 15 -- ก็พี่ตั้งใจจะโทรหาหนู
วางสายจากเพื่อนสนิทเธอก็ปล่อยโทรศัพท์ แล้วหลับตาต่อ แต่ด้วยตำแหน่งข้างหูทำให้แรงสั่นสะเทือนตอนข้อความเข้าต้องลืมตาขึ้นมา เธอหยิบมันขึ้นมาดู เห็นเป็นข้อความของแม็ก
แม็ก เพื่อนมัธยม: ได้ข่าวว่าลาออกเหรอ เกิดอะไรขึ้น
PP: โห..ข่าวไวมากกกกกก
แม็ก เพื่อนมัธยม: เปล่า แม็กถามพี่เขาเอง แต่เขาบอกแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า มีเรื่องเกิดขึ้นตอนที่แม็กหยุดเหรอ
PP: อืม มีนิดหน่อยอ่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว งั้นแพงขอถามอะไรแม็กหน่อยสิ
แม็ก เพื่อนมัธยม : ได้สิ
PP: พี่เพลิงอะเขาเป็นใครเหรอ แพงเห็นเขาถ่ายรูปคู่กับเสี่ยคิระด้วย แม็กรู้เรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แพงแค่ถามเฉยๆ พอดีไปเจอมา
พิมพ์ส่งไปเสร็จ กลายเป็นข้อความนี้ทำเธอไม่สบายใจซะเฉยๆ เพราะอีกฝ่ายอ่านแต่ไม่ตอบ ทิ้งช่วงไปนานพอควร ทำให้เธอรอลุ้น ต่างคิดไปเองว่าเขาไม่โอเคกับคำถาม เขาตกใจ หรือมีงานเข้ามาระหว่างคุย และเมื่อเห็นว่าเงียบนานจนเกินไปเธอจึงปิดหน้าจอ และวางมันไว้ที่เดิม พลันผล็อยหลับไปในตอนนั้น ตื่นขึ้นมาอีกที ก็เกือบจะสี่ทุ่ม และบนจอก็มีข้อความตอบกลับของเขาค้างไว้
แม็ก เพื่อนมัธยม : เสี่ยคิระแกเคยเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมพี่เขาน่ะ รายนั้นเงินถึงมากเลย อัดฉีดแบบคนในทีมไม่กล้าแพ้เลยอะ โชคดีที่พี่เพลิงเขาเก่งชนะมาได้ เห็นว่าคราวนี้ก็เป็นอีก เขาถึงจริงจังกับการแข่งครั้งนี้มาก ว่าแต่คอนแทคพี่เขาที่แม็กส่งไปแพงได้ดีลกับพี่เขารึยัง
ซึ่งยาวเหยียดซะจนเธอต้องลุกขึ้นมานั่งอ่าน เกรงว่านอนอ่านความยาวของมันจะเผลอทำให้ปล่อยหลุดมือทำโทรศัพท์ตกใส่หน้า และทันทีที่อ่านจบถึงกับหน้าร้อนวูบ
“เป็นผู้ชายที่โลกเหวี่ยงมาในชีวิต แบบน่ากลัวเว่อออ”
เธอส่งสั้นๆกลับไปแค่คำว่าขอบคุณ พลางลุกเดินเข้าไปห้องน้ำ หลังเดาว่าเพื่อนที่เธอนัดกันไว้ก่อนหน้านี้กำลังจะมาถึงแล้ว จึงต้องทำตัวให้สดชื่นสักหน่อย อย่างเช่นล้างหน้าแปรงฟันพอ ส่วนเรื่องอาบเอาไว้ก่อน
ราวสิบนาทีเสียงกระดิ่งหน้าประตูห้องสั่น แน่นอนเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิท คนตัวเล็กลุกออกจากเตียงไปเปิดประตูพร้อมยิ้มกว้างให้ แต่พอเห็นว่าม่อนถือเบียร์มาด้วยถึงกับหุบยิ้มทันที
“อ่า รอยยิ้มที่หายไป”
“เงียบน่า” หล่อนหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนอีกคน ที่หากให้เดาคงจะเถียงเรื่องนี้กันมาแล้ว ประมาณว่าเธอจะมีท่าทียังไงถ้าเห็นของในมือหล่อน และคำตอบที่ได้เป็นคำตอบเดียวกันกับความคิดของบาส “โหย อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ นานๆทีเอง..”
“เสียงดังไปแล้วม่อน” พะแพงแสร้งดุ พลันเปิดประตูกว้างกว่าเดิม โดยเลื่อนตัวเองหลบมาข้างใน เพื่อจัดทางสะดวกให้เพื่อนเดินผ่าน “เข้ามาเร็วๆ ดึกแล้ว รบกวนข้างห้อง”
และเมื่อทุกคนเข้ามาถึง คนที่ตื่นเต้นกับกลายเป็นเธอ เพราะนานแล้วจริงๆ ที่เพื่อนไม่ได้มา และค้างกันแบบนี้ ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่ปีสอง
“แพงจ๋า แก้วอยู่ไหนจ๊ะ เพื่อนคอแห้งมากเลย”
“ในครัว..”
ต่างจากอีกคนที่ทำตัวปกติราวกับมาเป็นประจำ ทันทีที่พูดจบเจ้าของห้องก็หันมายิ้มกับเพื่อนชายอีกคน ที่ตอนนี้เขาเองนั้นยิ้มอยู่ก่อนแล้ว แถมหัวเราะให้กับท่าทางตลกของม่อนด้วย
จากนั้นวงสังสรรค์เล็กๆก็ก่อตัวขึ้น จนกระทั่ง...กินเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง เบียร์ที่ม่อนซื้อมาหมด เหลือแต่ขนมหวานและของกินจุกจิกให้กินต่อ ที่ปริมาณของมันช่างเหมาะสมกับจำนวนของคนสามคน พวกเขาต้องการแค่ให้ตึงพอพูดคุยกันสนุก ไม่ได้เมาจนหลับอย่างเช่นพะแพงเมื่อคืนโน้น
ครืด...
“สะ เสียงอะไรน่ะ”
พะแพงยิ้มค้างขณะเธอกับบาสกำลังคุยเรื่องตลกเกี่ยวกับซีรี่ส์เรื่องหนึ่ง หันไปมองม่อนที่กำลังหันไปหันมาราวกับกำลังหาอะไร เธอเลิกคิ้วสูงบ่งบอกถึงความต้องการให้เธอถามซ้ำ เนื่องจากเมื่อกี้หัวเราะเสียงดังไม่ทันได้ยิน
“โทรศัพท์แกปะ”
คราวนี้เมื่อได้ยินชัดจึงหันไปมองกลางเตียงและพบว่าบนหน้าจอมีแสงกะพริบอยู่ เธอลุกขึ้นไปดูโดยไม่ลืมหันกลับมาพยักหน้าให้เพื่อน ในใจตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นน้องชายเธอ ก็ต้องเป็นใครสักคนที่โทรผิด แต่ภาวนาอย่าให้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลย เพราะมีเหมือนกันจังหวะที่เดิน อยู่ๆก็เผลอนึกถึงแม่ที่ต่างจังหวัดขึ้นมา ยิ่งตอนนี้บนจอเป็นเบอร์แปลกด้วยแล้ว ก็ยิ่งแล้วใหญ่
เธอกดรับสาย ยกมันมาแนบหู พลางกรอกเสียงออกมาอย่างค่อยๆ
“พะแพงพูดค่ะ..”
แต่แล้ว กลับต้องขึงตากว้าง เมื่อเสียงตอบกลับมาของปลายสายเป็นคนเดียวกัน กับคนที่จูบด้วยเมื่อคืน
(ทราบครับ ก็พี่ตั้งใจจะโทรหาหนู..)
