เด็กเสี่ย

241.0K · อัพเดทล่าสุด
เกศิณี@สกั้ง
151
บท
1.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เงื่อนไขเป็นเพียงข้ออ้าง แต่แค่เสี่ยหล่อ ทุกอย่างก็จบค่ะ!

21+โรแมนติกนิยายรักโรแมนติกรักหวานๆนิยายปัจจุบันนิยายรัก

คิแพง-- บทนำ

“พะแพง พี่เกียรติฝากพี่มาบอกให้เธอออกไปช่วยข้างนอกคืนนี้”

คนตัวเล็กเดินเข้าร้านยังไม่ทันวางกระเป๋า *ยิ้มรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันก็โผล่หน้าเข้ามาบอก

“ทำไมเหรอคะ”

งานข้างนอกเป็นหน้าที่ของส่วนหน้า ส่วนเธอทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเชฟอยู่ข้างหลัง แต่วันนี้รุ่นพี่ที่ทำงาน ทำหน้าที่เป็นเอนเตอร์เทน ถูกเจ้าของร้านวานให้มาบอกการเปลี่ยนแปลง

“อืม..เมื่อวานที่เขาประชุมกันพี่ก็ไม่อยู่ด้วยสิ แต่ได้ยินมาว่าห้องVIP ถูกเปิดจองนะ คงจะเกี่ยวกัน” เธออธิบายตามความเข้าใจของตัวเอง “คนไม่พออ่าแพง เฮียแกเครียดอยู่ แขกประจำมาเกือบทุกวัน คนอื่นๆก็ต้องไปดูแลตรงนั้น พอมีเพิ่มเข้ามาก็ขาดคน เอาน่า..ออกมาช่วยเฮียแกหน่อยนะ คืนเดียว”

พะแพงยิ้มอ่อน ถึงจะไม่ค่อยเต็มใจนักเพราะไม่ใช่ตำแหน่งชอบ แต่เพื่อเกียรติเจ้าของร้านที่ใจดีกับเธอมาก จึงไม่กล้าปฏิเสธ

“ค่ะ ให้แพงเตรียมตัวเลยไหม”

“ไปช่วยป้าเชฟก่อนก็ได้ ไว้ใกล้ค่ำพี่จะมาเรียกอีกที”

คนตัวเล็กเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือเมื่อเห็นว่าเพิ่งจะบ่ายสามจึงพยักหน้า เนื่องจากเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ

“ได้ค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินนะ ถือว่านอกเวลา เฮียแกให้พิเศษอยู่แล้ว”

“ค่ะ”

ผ้ากันเปื้อนถูกสวมทับชุดยูนิเฟอร์มทันทีที่ยิ้มออกไป เสียงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าออกมาจากคนตัวเล็ก แววตาแสนเศร้าสะท้อนผ่านกระจก เมื่อหลุดออกมาจากห้องแต่งตัวก็จะกลายเป็นอีกคน

“ป้าหวัดดีค่ะ”

“อ้าวแพง ทำไมวันนี้มาเร็วนักล่ะลูก เริ่มงานสี่โมงไม่ใช่หรือ”

เพราะรู้ว่าคนอื่นที่มาทำงานรวมกันที่นี่ล้วนแต่มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น เธอจึงไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่ม การตั้งใจทำงาน เชื่อฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน และสร้างพลังบวก เปรียบเสมือนการช่วยเหลือกันแล้วกึ่งหนึ่ง

“อยู่ห้องเบื่อๆ แพงไม่ได้ทำอะไร เลยมาหาป้าดีกว่า”

“ชอบอุดอู้อยู่แต่ในครัวหรือเรา แปลกคน”

*น้อยหัวหน้าแม่ครัว เจ้าของร่างท้วมแต่เดินคล่องราวกับนั่นไม่ใช่อุปสรรคหัวเราะชอบใจ หันมองเสี้ยวข้างของคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู เธอหันมายิ้มกว้างให้พลันหยิบถุงผักไปล้างอย่างรู้งาน

“ เอ่อป้าคะ วันนี้ตอนค่ำแพงต้องออกไปช่วยเขาข้างนอกนะคะ”

“ทำไมล่ะ”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พี่ยิ้มมาบอกแพงเมื่อกี้ บอกว่าเฮียสั่งมา”

เธออธิบายทั้งที่ยังก้มหน้าล้างผัก สีหน้าในตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่เคยทำหน้าที่นี้ก็ย่อมเครียดเป็นธรรมดา

“น่าจะเรื่องงานเลี้ยงที่ประชุมกันหลายวันก่อน วันนี้ครัวถูกสั่งให้ทำเมนูแยก อาหารดีๆทั้งนั้นเลยแขกคงมีระดับ เห็นว่าเลี้ยงพวกหัวหน้าช่าง คนไม่พอล่ะสิท่า ถึงได้เรียกแพงไป”

“ค่ะ...”

“แล้วยังไง หนูไม่เต็มใจเหรอ”

ผักในมือบางชะงักจังหวะสะเด็ดน้ำเพื่อเปลี่ยนภาชนะใหม่ พะแพงเม้มปากแน่น เงยหน้าขึ้นมา

“ก็นิดนึงค่ะป้า แพงไม่เคยทำตำแหน่งนี้”

“เงินดีนา.. ป้ายังงงเลย ตอนแพงมาทำงานวันแรก สวยขนาดนี้ทำไมถึงเลือกสมัครตำแหน่งในครัว ร้อนก็ร้อน อยู่ส่วนหน้านะได้แต่งตัวสวยๆ ได้ทิปเยอะ ไม่ต้องยืนนานแบบนี้ด้วยลูก”

“แพงไม่ชอบอ่ะป้า อีกอย่างแพงพูดไม่เก่ง”

เธอบอกตามตรง คนพูดถึงกับเม้มปากแน่นอยากจะตบปากตัวเองสักสองที ที่เผลอพลั้งออกไป

“กลัวแขกลวนลามด้วยใช่ไหม? อย่างนั้นแหละลูก พอเมาเข้าหน่อยก็ขาดสติ ไอ้เรามันก็คนสวย นี่ป้ายังคิดอยู่เลยว่าส้มกับฟ้ามันเก่งนะ เอาตัวรอดได้”

คนตัวเล็กแสะยิ้มให้กับเรื่องเล่าของเชฟน้อยพลันเผลอนึกถึงเจ้าของชื่อ ซึ่งไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่ และเห็นบ่อยครั้งว่าพวกเธอมักจะขึ้นรถไปกับแขก เนื่องจากเวลานั้นเป็นเวลาที่ส่วนครัวร้อนปิด งดสั่งอาหาร แต่แขกสามารถนั่งต่อได้เพราะโซนผับปิดช้ากว่าสองชั่วโมง แน่นอนตอนที่พวกหล่อนเดินออกมากับแขก ประจวบเหมาะกับที่เธอเดินมาลานจอดรถพอดี เพื่อขี่รถกลับที่พักตัวเอง

อันที่จริงเธอไม่ได้กังวลเรื่องนั้น เพียงเธอไม่เต็มใจไปด้วย ใครหน้าไหนจะมาลาก ที่ไม่สบายใจอยู่ตอนนี้คือเธอไม่ชอบเสียงดัง และที่สำคัญเธอไม่อยากทำงานร่วมกับสองคนนั้นเท่านั้นเอง

“คืนเดียว ช่วยเกียรติมันหน่อย นี่มันก็คงจะหัวหมุนอยู่นะถ้าให้ป้าเดา นานๆห้องนั้นจะถูกเปิดใช้สักที แถมแขกมีระดับ คงตื่นเต้นน่าดู”

“พวกเขาจะเรื่องมากไหมคะป้า”

“ป้าว่าไม่หรอก อย่าเพิ่งคิดมากไปก่อนสิ แขกระดับนั้นแล้ว อาจจะเป็นการสังสรรค์แบบผู้ดีก็ได้”

“ค่ะ”

คนตัวเล็กพยักหน้าทำตามคนพูดอย่างว่าง่าย เธอไม่อยากให้ความกังวลของตัวเองมาทำลายบรรยากาศ จนหัวหน้าเชฟต้องไม่สบายใจไปด้วย เพราะนี่ก็คืองานเช่นกัน ที่จะต้องใช้ทั้งสมาธิและการใส่ใจ

พะแพงถูกตามตัวในเวลาหกโมงเย็น เธอใช้เวลากับการแต่งตัวเพียงสิบห้านาทีก็ออกมายืนเตรียมความพร้อมข้างนอก ตรงที่เธอยืนอยู่เป็นบาร์น้ำ นั่นเพราะคนที่อยู่ตำแหน่งนี้เธอค่อนข้างจะสนิท เขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน แต่พอแยกกันตอนเรียนมหาลัยก็ไม่ได้เจอ มาเจอกันทีที่นี่ซึ่งทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกันคือทำงานพาร์ทไทม์หาเงินส่งตัวเองเรียน และพอเขาเห็นเธอถึงกับแปลกใจไม่น้อย

“อ้าวพะแพง วันนี้ทำไมออกมาข้างนอกล่ะ”

“เฮียให้ออกมาช่วยเขาอ่ะ เห็นว่ามีแขกเปิดห้องวี แต่คนไม่พอ”

“อ๋อ ใช่.. ไม่พอจริงด้วยแหละ ไม่พอมาสักพักแล้ว แม็กเห็นเวลาลูกค้าเยอะ ฝ่ายเสิร์ฟ ฝ่ายเอนฯ วิ่งกันให้วุ่น หมุนอย่างกับลูกข่าง”

พะแพงหลุดขำให้กับหน้าของเขาที่พอพูดจบก็แลบลิ้นออกมาทำท่าหมาหอบ พลันชี้ไปที่บาร์น้ำ

“แพงกินอะไรไหม เดี๋ยวแม็กทำให้ อันที่จริงเฮียเกียรติเขาให้สวัสดิการน้ำฟรีคนละแก้วนะ แม็กไม่เห็นแพงออกมากิน”

“ในครัวยุ่งจะตายแม็ก จะเอาเวลาไหนกินล่ะ แค่น้ำที่หิ้วตอนมาทำงานก็ละลายก่อนไม่เคยกินหมด ว่าแต่ทำไมเฮียเขาไม่รับคนเพิ่ม รู้ว่าลูกค้าเยอะ”

“ก็รับนะ แต่อยู่ไม่เคยถึงอาทิตย์”

คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากันอัตโนมัติขณะฟังไปด้วยและมองคนพูดผสมน้ำไปด้วย

“ทำไมล่ะ”

“ไม่เอาดีกว่า อย่าให้พูดเลย มันไม่ดี”

ไม่ต้องพูดเธอก็พอจะเดาออก เพราะมักจะได้ยินพี่ยิ้มบ่นเป็นประจำถึงเด็กที่เข้ามาใหม่แล้วหายไปพร้อมแขก พออีกวันลาออกแบบไม่บอกไม่กล่าว ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็นที่เธองงเท่ากับตอนนี้

“อ่า แล้วนั้นแม็กกำลังทำอะไร”

“ทำน้ำให้แพงไง รับรองว่าอร่อยติดใจต้องมาสั่งอีก”

เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มทะเล้น แต่คนตัวเล็กที่มองอยู่ไม่ได้ยิ้มด้วย

“แพงยังไม่ได้สั่งเลยนะแม็ก เดี๋ยวเมา”

“บ้าเหรอแพง มันคือน้ำผลไม้” แม็กถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ขำพรวดออกมา ไม่สนคนถูกขำกำลังทำหน้าเขิน เนื่องจากแตกละเอียดหมอก็เย็บไม่ได้ “ดื่มก่อนไปทำงาน จะได้สดชื่น ไม่ตื่นเต้นมาก”

“รู้เหรอ..”

“รู้สิ สีหน้าของแพงตอนนี้ออกมาเลยนะ”

คนตัวเล็กพอจะรู้ตนเป็นคนเก็บสีหน้าไม่เก่งแต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ถ้าเช่นนั้นตอนทำงาน เกิดแขกเมาเผลอทำเรื่องไม่ดีแล้วเธอเก็บอาการไม่อยู่ตีหัวแตกขึ้นมาจะทำยังไง จะโดนไล่ออกไหม ค่าเทอมจะมาถึงแล้วด้วย

“อะ เสร็จแล้ว ลองชิมดู”

จังหวะนั้นกำลังเหม่อลอย ทันทีที่เห็นเครื่องดื่มถูกยื่นมาให้ ก็ยื่นมือไปคว้าไว้อย่างไว พลันเบ้ปากอยากจะร้องไห้ คนตรงหน้าถึงกับขำ

“เส้นตื้นปะเนี่ย ไม่เห็นตลกเลยแม็ก ฮัลโหล..”

“แพงเร็วน้อง แขกมาแล้ว”