บทที่ 3 ปลุกปั่นแล้วก็ปล่อย nc
ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะเดินไปยังห้องนอนของเขา ที่อยู่คนละฝั่งกับห้องนอนของเธอ...เกลวลินมองไปยังประตูห้องที่เขาชี้มือ ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปด้วยใจที่เต้นตึ๊กตั๊ก มือบางจับที่จับประตูแล้วดันมันเข้าไป ภายในห้องตกแต่งไว้อย่างสวยงาม สไตล์อบอุ่น พื้นทาด้วยสีโอวัลตินอ่อน..ผ้าม่านสีโอวัลตินเข้ม เตียงนอนขนาดห้าฟุตและตู้เสื้อผ้าสีขาวบิ้วอิน ..เธอล็อกประตูและคล้องสายยูด้านใน ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำก่อนจะออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล้มตัวลงนอนแล้วเผลอหลับไปด้วยความเพลีย เพราะร้องไห้
ขณะที่กำลังเคลิ้มหลับไป ประตูห้องก็ถูกเคาะอย่างไม่เบานัก หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ได้หูแว่วเธอจึงก้าวขาลงจากเตียงไปยืนหน้าประตู
ตะโกนถามออกไป
“คุณมีอะไรกับฉันหรือคะ?”
“เปิดประตูหน่อยฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ทันทีที่เปิดประตู ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำเอาเธอกรี๊ดลั่น เพราะเจ้าของบ้านใส่เพียงผ้าเช็ดตัวไว้หลวมหลวมๆอย่างหมิ่นเหม่
“อ๊ายย!...คุณใส่อะไรของคุณเนี้ย”
“ก็ใส่ผ้าเช็ดตัวไง..ไม่ได้แก้ผ้าซักหน่อยเธอจะแหกปากทำไม แล้วอีกอย่างก็อยู่ในบ้านตัวเองแท้ๆไม่ได้เดินออกไปข้างนอกซักหน่อย”
“เอาเถอะค่ะ...คุณมีอะไรจะใช้หรือคะถึงได้มาเคาะห้อง”
“ฉันแค่จะมาแอดไลน์เธอน่ะ ...เวลามีอะไรจะได้ไม่ต้องมาเรียกเธอแบบนี้ไง”
“ได้ค่ะๆ!” ว่าแล้วก็หันหลังเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ข้างหัวนอนแล้วกดคิวอาร์โค๊ทให้เขาสแกนเพิ่มเพื่อน”
“OK…goodnight”
ว่าแล้วก็หันหลังเดินจากไป..เกลวลินกลับเข้ามานอน แต่กว่าจะข่มตาให้หลับได้ ก็ดึกดื่นเพราะคนใส่ผ้าเช็ดตัวตามหลอกหลอน พอหกโมงเช้าเธอก็ตื่นขึ้นมาเข้าครัวตามคำสั่งเจ้านายคนใหม่ ถึงแม้ว่าจะมีแม่บ้านคอยทำอาหารให้ตอนที่อยู่บ้านพ่อแม่ แต่นิสัยของเธอชอบไปขลุกอยู่กับป้าแมวในครัว เพราะชอบทำอาหาร ทำให้เธอสามารถตอบสนองในสิ่งที่เจ้าหนี้หน้าเลือดของเธอต้องการ
เมื่อเจ้านายออกมาจากห้องนอนในชุดลำลอง เธอชงกาแฟมาเสิร์ฟตามคำสั่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวเจ็ดโมงครึ่งข้าวต้มปลากระพงชิ้นโต ออนท็อปมาด้วยขิงซอย ข่าบดละเอียด และคื่นไฉ่ต้นหอม แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวพริกขี้หนูรสเด็ดจนเจ้านายต้องออกปากชม
“อื้ม!...ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณหนูตกยากอย่างเธอจะทำอาหารเป็น”
“ก็พอทำได้ไม่กี่อย่างค่ะ”
“ถ้าคุณทำงานบ้านเสร็จแล้วจะออกไปไหนก็ได้ยกเว้นที่บ้านคุณ”
“ทำไมละคะ?”
“ไม่มีเหตุผล..แต่ไม่อนุญาต”
ค่ำคืนนั้น เขาออกไปดื่มกับเพื่อนตามวิสัยชายโสด จนดึกดื่นหลังเที่ยงคืนไปแล้ว
เกลวินหิวน้ำจึงได้ออกไปหาน้ำในครัวดืม แต่ยังไม่ทันที่จะไปถึงครัว หูกลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำเอาต้องชะงักฝีเท้า เธอค่อยๆเดินไปตามเสียงนั้น เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์บาร์ ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
“อื้ม!..ซี๊ดด”
“โอ้ว์..นายหัว..ใหญ่..ใหญ่ดีจัง “
“พับ พับ พับ พับ “
“อ๊ะๆๆอ๊า”
ใช่!..เจ้าหนี้ของเธอกำลังดอกอัดสะโพกสอบกับสะโพกขาวนวลที่คุกเข่าบนโซฟา พาดลำตัวกับพนักพิง ครางกระเส่าลั่นห้อง
“ป๊าบ..ป๊าบ” ฝ่ามือหนาฟาดลงไปบนสะโพกงามงอนนั้น แต่ดูท่าทางแล้วคงไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้หล่อนเลย แต่กลับส่ายร่อนสะโพกรับฝ่ามือนั้นอย่างพึงพอใจ เกลวลินยืนมองทั้งคู่ตอกอัดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาใบหน้าเห่อร้อน ท้องน้อยบิดมวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอตัดสินใจเดินย่องกลับไปที่ห้องโดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำ
ปากหยักลึกยกยิ้ม..ก่อนที่จะถอนตัวตนออกมา
เอาหล่ะ..เอาเงินแล้วกลับไปได้แล้ว”
“แต่ว่า!..คุณยังไม่เสร็จเลยนี่คะ”
“ฉันบอกว่ากลับไป”
“ค่ะๆ”
ว่าแล้วก็เก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่อย่างลนลาน แล้ววิ่งออกจากห้องไป นายหัวหนุ่มหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม ก่อนที่จะเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ รินคอนยัคใส่แก้ว มานั่งดื่มก่อนที่จะเดินเข้าห้องไป แต่คนที่นอนอีกห้องกลับต้องนอนพลิกไปมาเพราะตาค้าง
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนที่ถูกตกแต่งด้วยสีโอวัลตินอ่อน แต่เกลวลินกลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย หญิงสาววัยสิบแปดปี พลิกตัวไปมาบนเตียงขนาดห้าฟุต ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตากลมโตบวมช้ำและมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด เพราะภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนที่เคาน์เตอร์บาร์เมื่อคืน ยังคงตามหลอกหลอนจนเธอตาค้างตลอดทั้งคืน
ร่างบางฝืนลุกขึ้นจากเตียงเมื่อนาฬิกาบอกเวลาตีห้าครึ่ง เธอต้องรีบจัดการตัวเองและออกไปทำอาหารเช้าตามคำสั่งของเจ้าหนี้หน้าเลือดที่ตีราคาค่าตัวเธอไว้สูงถึงห้าสิบล้านบาท เกลวลินอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดที่มิดชิดและทะมัดทะแมงที่สุด ก่อนจะเดิน ออกจากห้องนอนไปยังโซนครัว
