เด็กเลี้ยงของนายหัวบดินทร์

104.0K · จบแล้ว
มนต์ศิขริน
78
บท
17
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"หนี้ห้าสิบล้าน... แลกกับสถานะ 'ของเล่นขัดดอก' ที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่า!" 'เกลวลิน' ต้องกลายมาเป็นนางบำเรอขัดดอก รองรับอารมณ์เถื่อนของ 'นายหัวบดินทร์' มัจจุราชไร้ใจที่ย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอจนแหลกสลาย เขาผลักไส ร้ายกาจ และทำลายสายเลือดในอุทรของเธออย่างเลือดเย็น! แต่ในวันที่เธอตัดสินใจหันหลัง ตัดใจหนีไปพร้อมกับลูกคนใหม่ที่เพิ่งก่อกำเนิด... ซาตานร้ายที่เคยกดขี่ข่มเหง กลับกลายร่างเป็น 'ไอ้โบ้' ร้องไห้ฟูมฟาย คุกเข่าตากฝนอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรัก! "ถ้าเกลเกลียดพี่... ให้พี่เป็นแค่หมาจรจัดเฝ้าหน้าบ้านก็ได้ ขอแค่ให้พี่ได้ดูแลเกลกับลูก!" จากซาตานร้าย สู่ทาสรักสายเปย์ที่ยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิต! เตรียมพบกับบทสรุปความรักสุดเร่าร้อน ดราม่าบีบหัวใจ และความแซ่บระดับ 18+ ที่จะทำให้คุณเกลียดเขาจนเข้าไส้... และสงสารเขาจนหมดใจ!

นิยายรักเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงเผด็จการรักมีลูกดราม่า18+

บทที่ 1 ขายตัวขัดดอก

“ป้าแมวคะ..ที่บ้านเรามีแขกหรือคะ”

เกวลินเอ่ยถามแม่บ้าน เมื่อเห็นรถหรูคันแปลกตาจอดอยู่หน้าตึก

“ค่ะคุณหนู..รีบเข้าไปเถอะค่ะคุณท่านรอคุณหนูอยู่นะคะ”

เกล!..หรือเกลวลินสาวน้อยวัยสิบแปดที่เพิ่งจะเรียนมหาลับปีหนึ่งได้เพียงสัปดาห์เศษ เดินเข้าไปยังตัวบ้านแบบงงๆ..โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว้า ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้โลกทั้งใบของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป

“คุณพ่อ..คุณแม่สวัสดีค่ะ...เอ่อสวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้แขกที่นั่งรออยู่ ท่าที่ของชายตรงหน้าดูภูมิฐานและเย่อหยิง แค่เห็นแวบแรก ก็ทำเอาเธอรู้สึกประหม่า ราวกับมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม แม้หน้าตาเขาจะหล่อเหลาและดูดีก็ตาม

“เอาหล่ะ...ไหนๆก็มาแล้วก็คุยกันให้เรียบร้อย ผมไม่มีเวลามากนักหรอกนะ เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง เดี๋ยวผมไปรอที่รถ..ผมให้เวลาพวกคุณสามสิบนาที”

พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะมองมาที่เกวลินอย่างสำรวจ แล้วเดินออกไป

“เขาเป็นใครหรือคะคุณแม่..ทำไมท่าทางหยิ่งยโสจัง”

“ไม่มีเวลามากแล้วละยัยเกลที่จะมาซักประวัตรอะไรมากมายตอนนี้ แกฟังแม่นะ แกต้องไปอยู่กับนายหัวบดินทร์เขาเป็นการแลกเปลี่ยน เพราะเขาช่วยเราในการระดมทุน ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะถูกฟ้องล้มละลาย” สิ่งที่คุณวาสนาพูดออกมา มันทำเอาโลกของเธอสลายปในพริบตา

“อะไรนะคะคุณพ่อ..คุณแม่ นี่พวกท่านกำลังขายลูกตัวเองให้ไปเป็นของเล่นเศรษฐีอย่างนั้นหรือคะ..เกลไม่ไปค่ะ เกลไม่ยอม ทำไมเกลต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำด้วยละคะ อีกอย่างเกลยังเรียนอยู่”

“มันแค่ชั่วคราวไม่กี่วันเท่านั้นแหละยัยเกล เงินส่วนนี้เอามาช้หมุนเวียนในบริษัท อีกไม่กี่วันเราเก็บเงินจากลูกค้าได้แล้วเอาไปคืนเขา ลูกก็จะได้กลับบ้านแล้ว ตอนนี้เราจำเป็นต้องเอาเงินไปจ่ายให้ซับพรายเออร์ ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่มีสินค้าส่งที่นี้ก็จะถูกปรับมหาศาลแกจะช่วยพ่อกับแม่ไม่กี่วันไม่ได้หรือไง”

“แมวเข็นกระเป๋าคุณเกลไปที่รถ”

“คุณพ่อ!!...หนูไม่อยากไป”

“ก็แค่ไม่กี่วันเองจะมาร้องห่มร้องไห้ทำไม..ฉันไม่ได้ให้แกไปตายซักหน่อย บอกว่าไม่กี่วันก็จะไปรับกลับ ไปๆ..ไปได้แล้ว” น้ำตาที่ไหลพรากไม่อาจจะพลิกสถานการณ์ได้ บวกกับคนของเขามาตาม เด็กสาวแทบจะถูกกระชากออกไป เธอหันมามองบ้านที่

เคยอยู่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ที่บัดนี้ต้องจากไป และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ และจะได้มีโอกาสได้กลับมาอีกหรือไม่

รถตู้คันหรูสีดำ..ติดฟิล์มดำทั้งคันแล่นออกจากบ้านไป เกลวินหันกลับมามองจนลับตา ราวกับว่าจะบันทึกมันไว้ในความทรงจำ เพราะการไปครั้งนี้ ลางสังหรณ์มันบอกเธอว่า ไม่ใช่แค่วันหรือสองวันที่เธอจะกลับมาได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินกี่มากน้อยที่บิดามารดาเอาของชายหน้าดุไป ตลอดการเดินทาง เธอไม่พูดไม่จา แม้จะนั่งห่างจากเขาไม่ถึงฟุตด้วยซ้ำ และเขาเองก็ไม่ต่างกัน นอกจากปรายตามองมาด้วยความประเมิน ใจลึกๆก็ยอมรับว่ายัยเด็กขี้แยนี่หน้าตาสะสวย แม้จะเอาแต่ร้องไห้เหมือนบรรพบุรุษตาย แต่ทรวดทรงองค์เอวที่ซ่อนอยู่ในชุดนักศึกษา คาสโนว่าอย่างเขามองปราดเดียวก็กะขนาดได้

เกลวลินหันหน้าออกไปด้านข้าง พยายามกลั้นสะอื้นจนตัวโยน ในใจลุ้นระทึกว่าเขาจะพาเธอไปไหน ไปอยู่ในสถานะอะไร คงจะไม้พ้นนางบำเรอสินะ ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล จนบัดนี้การเดินทางก็ยังไม่ถึงที่หมาย เพราะการจราจรหนาแน่นในเมืองกรุงเย็นวันศุกร์ รถติดจนแทบไม่ขยับ แม้จะอยู่บนทางด่วน

“เอ้านี่..เช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อย แล้วหยุดร้องให้เสียที ฉันไม่ได้จะเอาเธอไปฆ่า”

ว่าพลางส่งกล่องทิชชู่ให้ เกลวลินรับมันไปโดยที่มือยังคงสั่น ก่อนจะแสดงความกล้าเอ่ยถามออกไป

“ คุณจะพาฉันไปไหนคะ”

“ไปกินข้าว!”

“ไปกินข้าว!..แล้วทำไมต้องมีกระเป๋นเดินทางมาด้วยละคะ”

“พ่อแม่เธอไม่ได้บอกอะไรกับเธอเลยเหรอ?”

“บอกว่าต้องไปอยู่กับคุณสักพัก..พอเบิกค่าสินค้าแล้วคืนเงินคุณก็จะไปรับกลับ”

“เรื่องนี้เราจะคุยกันทีหลัง แต่ตอนนี้ฉันหิวข้าวแล้ว และเธอควรจะเช็ดหน้าตาให้เรียบร้อย ฉันไม่อยากให้มีคนมองว่าฉันรังแกเด็ก และที่สำคัญฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆ”

เมื่อลงทางด่วนได้ไม่นานก็มาถึงย่านทองหล่อ รถแล่นเข้าไปจอดในร้านอาหารญ่ปุ่น

บอดี้การ์ดที่นั่งคู่คนขับรีบลงมาเปิดประตูให้ก่อนตะค้อมตัวให้อย่างสุภาพ

(แต่คงไม่ใช่กับเธอ)

“ลงไปสิ...หรือต้องให้อุ้ม!”

“มะ..ไม่ต้องค่ะ”

เธอรีบลนลานลงรถไปอย่างรวดเร็ว เมื่อบดินทร์ลงมาแล้วเขาก็เดินลิ่วเข้าไปในร้านอาหารร้านประจำที่มักจะมาทานทุกเย็น ทิ้งให้เธอยืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างรถ

“คุณหนูรีบตามนายหัวไปเถอะครับ อย่าให้ท่านรอนาน ท่านอยู่ในห้องพิเศษหนึ่งนะครับ ที่ผมโทรจองให้”

“ค่ะๆ..ขอบคุณค่ะ”

เธอรีบสาวเท้าเดินเข้าไปในร้าน เพราะตัวร้านเป็นอาคารชั้นเดียว คงไม่ได้หายาก

เมื่อไปถึงหน้าประตู พนักงานต้อนรับ ก็เปิดประตูให้

“อิรัชชัยมาเสะ (いらっしゃいませ)”

(ยินดีต้อนรับค่ะ)