บทที่ 4 แม่ลูกไก่ในกำมือ nc
วันนี้เป็นวันธรรมดา เธอจำคำสั่งของเขาได้ดีว่าอาหารเช้าตอนหกโมงต้องมีไข่ดาวน้ำสองฟอง กาแฟดำจากเครื่องชงแคปซูล และขนมปังปิ้งสามแผ่น มือเล็กหยิบจับอุปกรณ์ในครัวอย่างคล่องแคล่ว แม้ในใจจะยังรู้สึกประหม่าและหวาดกลัวเจ้าของห้องอยู่ไม่น้อย กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดลอยกรุ่นไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับขนมปังปิ้งที่เด้งขึ้นมาจากเครื่อง
"ทำเวลาได้ดีนี่" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาเกลวลินสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองก็พบร่างสูงใหญ่ของนายหัวบดินทร์ยืนพิงกรอบประตูครัวอยู่ เขาสวมเพียงกางเกงวอร์มขายาวสีเทา ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม รอยสักที่พาดผ่านหัวไหล่ยิ่งทำให้เขาดูอันตรายและดุดันมากขึ้นไปอีก
"อะ... อาหารเช้าเสร็จแล้วค่ะ"
เธอพูดเสียงตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมา บดินทร์เดินเข้ามานั่งที่สตูลหน้าเคาน์เตอร์บาร์... จุดเดียวกับที่เขาเพิ่งทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับหญิงสาวที่เขาเรียกมาเมื่อคืนเกลวลินหน้าแดงซ่านเมื่อภาพนั้นแวบเข้ามาในหัว เธอรีบวางจานอาหารและถ้วยกาแฟลงตรงหน้าเขา ก่อนจะถอยหลังออกมารักษาระยะห่าง
"เป็นอะไร หน้าแดงเชียว หรือว่าไข้ขึ้น?"บดินทร์แสร้งถามพลางยกกาแฟดำขึ้นจิบ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานไม่วางตา
"ปะ... เปล่าค่ะ ฉันแค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย ฉันขอตัวไปหยิบเครื่องดูดฝุ่นก่อนนะคะ"เธอหาข้ออ้างเพื่อจะหนีออกไปจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหมุนตัวเดินออกไป มือหนาก็เอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก ออกแรงกระตุกเพียงนิดเดียว ร่างบอบบางก็ถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งอย่างจัง
"ว้าย!"เกลวลินอุทานด้วยความตกใจ สองมือดันอกเขาไว้ตามสัญชาตญาณ
"จะรีบไปไหน งานของเธอยังไม่เสร็จเลยนะ"เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะรั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิดขึ้นไปอีก
"งานอะไรคะ ฉันทำอาหารเช้าให้คุณเสร็จแล้ว ปล่อยฉันเถอะค่ะ" เธอดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้น แขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นราวกับปลอกคอเหล็ก
"เมื่อคืน... นอนไม่หลับงั้นสิ?" บดินทร์กระซิบถามข้างใบหูเล็ก ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนหญิงสาวขนลุกซู่
"ตาบวมช้ำขนาดนี้ หรือว่า... มัวแต่คิดถึงสิ่งที่เห็นเมื่อคืนจนนอนไม่หลับ?" คำถามแทงใจดำทำเอาเกลวลินเบิกตากว้าง
"คุณ! คุณรู้..."
"ฉันไม่ได้ตาบอดนะยัยเด็กโง่ ที่จะไม่ได้ยินเสียงเธอแอบย่องมาดูตอนที่ฉันกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มน่ะ" เขายกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา
"สงสัยจะอยากรู้อยากเห็นล่ะสิ เป็นไง... ของจริงมันเร้าใจกว่าที่คิดไหม?"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจดูนะคะ! ฉันแค่จะออกมาหาน้ำดื่ม ปล่อยฉันนะ คนฉวยโอกาส!"เธอต่อว่าด้วยความอับอายพยายามสะบัดตัวหนี
"ฉวยโอกาสงั้นเหรอ? พ่อแม่เธอรับเงินฉันไปตั้งห้าสิบล้าน เพื่อแลกกับตัวเธอ แค่จับนิดจับหน่อยจะเป็นอะไรไป ถือซะว่าจ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้าก็แล้วกัน"
สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาที่ซอกคอขาวผ่องของเธอทันที เกลวลินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ สัมผัสอุ่นร้อนและเปียกชื้นที่กำลังไล้เลียสลับกับขบเม้มเบาๆ ที่ลำคอระหงทำให้สติของเด็กสาววัยสิบแปดกระเจิดกระเจิง
"อ๊ะ... คุณบดินทร์... อย่านะคะ"
เธอพยายามเปล่งเสียงห้าม แต่มันกลับฟังดูแหบพร่าและสั่นสะท้าน มือเล็กที่เคยดันอกเขาไว้ ตอนนี้กลับกลายเป็นขยุ้มกำท่อนแขนล่ำของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว บดินทร์ไม่หยุดแค่นั้น ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบาง ก่อนจะสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวหลวม สัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง
ความเย็นจากปลายนิ้วสากที่ลากผ่านกระดูกสันหลังทำให้เกลวลินสะดุ้งเฮือก หน้าท้องบิดมวนด้วยความรู้สึกวาบหวามที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต
"ปล่อย... อื้อ..." ริมฝีปากของเขาเลื่อนขึ้นมาประกบปิดกลีบปากอวบอิ่มของเธออย่างจาบจ้วง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ เกลวลินที่ไม่เคยจูบใครมาก่อนทำได้เพียงเผยอปากรับสัมผัสอันดุดันนั้นอย่างเงอะงะ ร่างกายของเธอบัดนี้
อ่อนระทวย ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนใดๆ ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุม เกลวลินยืนนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูก เธอไม่เข้าใจอารมณ์ที่แปรปรวนของชายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย หรือว่าเขาจะวัยทอง
"มายืนตรงนี้สิ" บดินทร์ตบมือลงบนเบาะโซฟาข้างตัว สายตาคมกริบจับจ้องมาที่ร่างบางด้วยสายตาที่อยากจะคาดเดา
"คะ... คุณจะทำอะไร"เกลวลินก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ
"ฉันสั่งให้มาก็มา!"เมื่อเห็นว่าลูกไก่ไม่ยอมทำตาม ร่างสูงก็ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวพรวดเดียวก็ถึงตัวเกลวลิน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็ก แล้วกระชากร่างบางให้ลอยหวือไปปะทะกับแผงอกกว้าง ก่อนจะเหวี่ยงร่างของเธอลงไปบนโซฟาตัวเดียวกับที่เขาเพิ่งนัวเนียกับผู้หญิงคนเมื่อกี้!
