ตอนที่ 09
ภายในตกแต่งด้วยแสงสีฟ้ากับชมพูสลับสับเปลี่ยนกันไป ผิดกับของเฮียทั้งสองคนที่เป็นสีทองน้ำตาลส้ม ไล่ระดับลงมา เดินเข้ามาด้านในชูโทรศัพท์ให้พนักงานดูพนักงานก็พามาที่โต๊ะ ผมเลือกนั่งชั้นล่างใกล้ๆ กับเวทีมองจากตรงนี้เห็นดีเจด้านบนนั้นชัดมากเลย
“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” บริกรชายเอ่ยถาม
“เดี๋ยวรอมาเพื่อนก่อนครับ”
“ได้ครับ” ไม่ถึงห้านาทีว่านกับเต็มก็มาถึงผมโบกมือให้เป็นสัญญานว่านั่งอยู่ตรงนี้ ว่านแต่งตัวหล่อมากแบดสุดๆ ส่วนเต็มเต็มตัวเนี้ยบมากเหมือนกันแต่แอบเซ็กซี่ตรงเสื้อที่ถูกปลดกระดุมลงมาถึงสามเม็ด เผยให้เห็นหน้าอกและหน้าท้องช่วงบน ว่านแต่งแบบเสื้อแขนกุดสีดำลายหมาป่า กับกางเกงยีนส์ขาดแบบขาดจริงจังตั้งแต่ช่วงหน้าขายาวลงมาเลย สร้อยคอสีเงินเส้นใหญ่ สองคนเดินเข้ามาด้วยความหล่อทะลุตา บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่มองตามกันตาละห้อย เก้งกวางบ้างคนถึงกับปาดน้ำลายก็มีผมเห็นนะ
“ไม่ทราบว่าหลุดมาจากนิตยาสารแฟชั่นเล่มไหนครับคุณชายเต็มคุณชายว่าน” ผมเอ่ยแซวเมื่อทั้งสองนั่งลงข้าๆ ผม
“พูดดีเดี๋ยวกูให้ติปนะน้อง” ว่านบอก
“ต้นกับธิดายังไม่มา” เต็มถาม
“อืม เราก็พึ่งมาถึงเมื่อกี้ก่อนหน้านายสองคนห้านาทีเองยังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเลย”
“เรื่องนี้กูถนัด” ว่าแล้วว่านก็ยกมือเรียกบริกรมารับออเดอร์ว่านสั่งอย่างชำนาญมากถึงพวกเฮียจะมีร้านแบบนี้แต่ผมก็ไม่ค่อยได้ดื่มของพวกนี้สักเท่าไร เคยดื่มจริงจังก็ไม่เกินห้าครั้งแต่ลพครั้งก็มีพวกเฮียอยู่ด้วยตลอด แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ลองเองแบบไม่มีพวกเฮียคอยเบรก ชีวิตวัยรุ่นเมาเป็นหมาสักครั้งคงไม่เป็นไรหรอก
“ว่าน เต็ม คืนนี้เก็บเรากับด้วยนะ”
“ฮะ แบบนี้เลยเหรอ เออๆ กูเก็บศพมึงเอง”
“มานานกันหรือยัง” เสียงใสของธิดาเอ่ยถามแข่งกับเสียงเพลงในคลับที่เริ่มเปิดดังขึ้นเรื่อย ผมรับแก้วเหล้าจากเต็มที่ชงให้กระดกที่เดียวเกือบหมดแก้ว
“อ่า ฮึย! ขม”
“เหล้านะไม่ใช่น้ำผลไม้ค่อยๆ ดื่มคืนนี้ยังอีกยาวไกล” เต็มบอก
“ไอ้ต้นมึงช้า มัวทำอะไรกันอยู่”
“เอากันในรถ” ป้าป เสียงตีแขนดังขึ้นเมื่อต้นพูดจบ ผมกับว่านหัวเราะทันทีที่ต้นโดนธิดาตบเข้าที่ปากอีกครั้ง
“ดูพูดอะ นิสัยไม่ดีเลย”
“เมียจ๋าผัวขอโทษ”
“ไอ้ต้นพวกกูไม่ชินโหมดนี้พวกมึงสองคนจริงๆ นะ เอาปกติดีกว่า”
“พวกไม่มีคู่ไม่เข้าใจหรอกเนอะคิว” ว่าแล้วธิดาก็ควงแขนต้นเอาหัวถูๆ ที่หัวไหล่จนว่านสายหัวให้กับทั้งคู่เมื่อกี้ยังตีกันอยู่เลย
“ใครบอกไม่มีคู่นี้ไงไอ้เต็มผัวกู ใช่ไหมผัวขา” ว่านแกล้วกอดแขนเต็มแล้วเอาหัวถูๆ แบบที่ธิดาทำ
“กูจับมึงทำเมียจริงนะ” ต้นพูดด้วยสีหน้าเฉยๆ และหันมองหน้าว่าน
“จะบ้าเหรอ แต่ถ้าเป็นมึงกูยอมเป็นเมียก็ได้นะ กูไม่อย่างมีเมียตัวใหญ่กว่าว่ะ” แล้วเสียงหัวเราะรอบโต๊ะก็ดังขึ้น พวกเรานั่งดื่มเหล้าสลับกับคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ เล่นเกมกันบ้างจนธิดาชวนผมออกไปเต้นตอนนี้ดึกมากคนก็ยิ่งลุกออกไปเต้นกันหน้าเวที พวกผมซึ่งอยู่ไปไกลก็เลยลุกไปมั่งให้สามหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ที่โต๊ะ แสงสีสาดส่ายไปทั่วๆ เสียงเพลงดังจนต้องก้มกระซิบกันข้างหูบ้างเป็นบ้างครั้ง เหล้าเข้าปากก็ไปหลายแก้วแล้วเริ่มตึงๆ เต้นกันจนขาแถบหมดแรงตรงหน้าพวกเราก็มีกลุ่มสาวๆ และกลุ่มของเกน์แบบผมต้นกันอยู่เต็มไปหมด เพราะอะไรเหรอ ดีเจหล่อมาก หล่อลากดินเลยกว่าว่าได้ ผมกับธิดาเดินกลับมาที่โต๊ะในสภาพกอดคอกันมา มึนก็มึนเต้นกันจนขาไม่มีแรงจนต้องประคองกันกลับ
“ไหวไหมเนี้ย เอานี้” ว่านเอ่ยถามผมที่ทิ้งตัวิงกับโซฟาอย่างหมดแรงพร้อมทั้งยื่นแก้วเหล้าให้ดับกระหาย
“สนุกสุดๆ เลย แต่เหนื่อยเหมือนกัน”
“ใช่ๆ เหนื่อยมากกกก ว่าแต่เราเห็นนะ ดีเจสุดหล่อคนนั้นส่งสายตาปิ้งๆ ให้คิวเท็นด้วย”
“เอาแล้วๆ” ต้นเอ่ยแซว
“กูฟ้องเฮียนะเว้ย”
“เพ้อเจ้อนะ เขาก็แค่มองไปรอบๆ นั้นแหละ แล้วตกลงเป็นเพื่อนเราหรือเป็นคนของพวกเฮียเนี้ย” ผมโบกมือบัดไปมาบอกไม่ใช่อย่างที่คิด
“เพื่อนมึงไง แต่ป็นสายให้เฮีย”
“ร้ายกาจมากเต็ม”
อีกด้านของคลับ
ชายสองคนที่หน้าตาเหมือนกันเดินเข้ามาที่คลับนี้ปุปก็มีการ์ดหลายคนเข้ามารุมล้อม เขาถูกพาขึ้นมาที่ชั้นสองของร้าน โต๊ะตรงหน้ามีชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานมีสาวขนาบทั้งสองข้าง
“เชิญนั่งก่อนสิครับ คุณ คิรินธร คุณคิรากร”
“สวัสดีครับ คุณเดชพงค์”
“เป็นเกียรติมากเลยนะครับที่ ทายาทตระกูลเวชกาญกิจทั้งสองคนมาเยือนถึงที่ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“ไม่รบกวนคุณเดชพงค์นานหรกครับแค่มาเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น”
“ไม่ใช่ว่ามาตามเฝ้าใครนะครับ” คิรินยกยิ้มขึ้นอย่างถูกอกถูกใจที่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายหงายไพ่ขึ้นมาก่อน
“เหมือนคุณเดชพงค์จะรู้เยอะเหมือนกันนะครับ ครับพอดีเด็กดื้อที่บ้านแอบหนีมาเที่ยวก็เลยมาคอยคุมสักหน่อย”
“แบบนี้นี่เอง งั้นต้องขอโทษด้วยที่การ์ดทำอะไรเกินเหตุไปหน่อย”
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่นี้ไม่คะนามือผมสองคนหรอก” คิราบอกทั้งเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว้ห้างแบบสบายๆ จนทำให้เดชพงค์คิวกระตุกนิดหน่อยเพราะเท้าของคิราหันไปทางเดชพงค์ เดชพงค์เป็นนักธุระกิจมือสกปรกมากๆ อายุ39ปี ซึ่งเยอะกว่าพวกเขานั้นมาก แต่คอยรอบกัดและส่งคนเขาไปป่วนที่ควีนคลับอยู่บ่อยครั้ง ธุรกิจที่กำลังมาแรงเดชพงค์จะลงทุนแล้วทำเลียนแบบ แล้วสร้างความเสียงหายก่อกวนให้กับเจ้าแรกที่ตนเองเลียนแบบ ซึ่งก็โดนแบบนี้มาหลายรายแล้วถึงกับทนไม่ไหวก็ปิดกิจการกันไป คนที่มีอำนาจมีเงินมีคนหนุนก็ทำต่อไปได้โดยไม่โดนผลกระทบแต่ก็จะเกินความเสียหายนิดๆ หน่อยอยู่ตลอดเวลาที่โดนลอบกัด
“ถ้างั้นผมขอตัวเชิญทั้งสองคนตามสบายเลย ถ้าไม่รังเกลียดก็แนะนำให้รู้จักบ้างนะครับ อยากจะรู้จริงๆ ว่ามีอะไรดีถึงมัดใจสองเสือแห่งเวชกาญกิจกรุ๊ปเอาไว้ได้”
“ผมว่ายังไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอกครับ เอาไว้ถ้ามีข่าวดีจะส่งการ์ดเชิญมาให้นะครับ”
“หวังว่างานของผมสองคนคุณเดชพงค์คงอยู่จนถึงนะครับ” คิราพูดจบก็ยิ้มแบบเห็นฟันขาวเรียงซี่สวยให้
“เหอะ ครับ เอาเป็นว่าผมเลี้ยงพวกคุณสองคนแล้วกันสั่งได้ตามสบายเลย” เดชพงค์แค่นหัวเราะออกมาแบบอึดอัดก่อนจะลุกเดินออกไปแล้วบอกว่าจะเลี้ยงเครื่องเดินสำหรับคืนนี้
“ขอบคุณครับ ผมจะสั่งเต็มทีเลย” คิราบอก
“ทางนี้ก็รู้เรื่องคิวเท็นสินะ เพียงยังคงไม่เคยเห็นหน้า”
“อืมว่าแต่น้องนั่งอยู่ตรงไหน” คิราถาม
“ว่านบอกว่าข้างเวที”
“แต่ที่กูเห็นตอนนี้คือยืนเต้นอยู่หน้าเวที นู้น! เมียมึงดิ้นเป็นปลาไหลโดนน้ำร้อนอยู่นั้นไง” คิราบอกทั้งยังชี้ให้แฝดพี่ดูด้วย เขาได้รับสายจากเพื่อนคนสนิทนั้นก็คือพี่ชายของเจ้าตัวที่กำลังเต้นอยู่ข้างล่าง อิกคิวบอกว่าคืนนี้คิวเท็จะมาที่เรียลคลับ นั้นก็ทำให้เขานั้นใจเต้นไม่อยู่สุข ร้านนั้นเป็นร้านคู่แข่งกับควีนคลับมาตั้งแต่รุ่นของพ่อทั้งยังมีปัญหาจนถึงรุ่นเขาด้วย เดินเข้าดงหมาป่าชัดๆ เลยเมียของเขาแล้วยิ่งน้องเข้าใจผิดเขาแบบนี้ด้วยจึงพากันมาคอยแอบดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ พอมาถึงก็ถูกพาตัวขึ้นมาที่ชั้นสองทันที คิรนและคิรานั่งดูเมียตัวน้อยของเขาออกสเต๊ปแดนซ์อย่างไม่คิดชีวิต ห่วงก็ห่วงนะแต่เปิดเผยตัวตอนนี้ไม่ได้กลัวน้องจะโกรธเอา เลยทักไปหาว่านให้คอยช่วยดู มันก็ดูจริงๆ ดูเฉยๆ ไม่ห้ามไม่อะไรเลยที่คิวเท็นออกไปเต้น แถมกลับมามันยังชงเหล้าให้เมียพวกผมดื่มไม่ขาดปาก จนตอนนี้ผมคิดว่าคนตัวเล็กนั้นคงเมาไม่ได้สติแล้ว เราสองคนจึงลงไปข้างล่าง ผมพยักหน้าให้เพื่อนคนอื่นๆ ของคิวเท็นเป็นอันรู้กัน คิรินเอาเงินยื่นให้ว่านก่อนจะช้อนอุ้มคนตัวเล็กออกมานอกร้าน
“ฮือ ใครน่ะ” เสียงคนเมาเอ่ยออกมายืดยาว
“จำไม่ได้เหรอ” ผมถาม
“ออ จำได้ ดีเจสุดหล่อนี่เอง” สองขา ไม่สิ สี่ขาเลยก็ว่าได้หยุดชะงักทันทีก้มมองคนตัวเล็กกว่าในอ้อมแขน
“ดีเจไหนว่ะ หนูมันเป็นใคร” คิราที่เดินตามมาเอ่ยถามขึ้น
“โอ๊ะ ดีเจสุดหล่อมีสองคน หน้าเหมือนกันเลย อิอิ” คนเมาที่ตาลายเอ่ยพูดและหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
“เด็กดื้อแค่ให้มาเที่ยวไม่กี่ชั่วโมงแอบนอกใจพวกเฮียหรือไง”
“งืม เราไม่ดื้อนะ เราเป็นเด็กดีจะตาย อย่าว่าเรานะ อึก อิอิ”
“อย่าเอาหัวถูแบบนั้นถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“แบบนี้เหรอ ฮ่าๆ ดีเจเบอร์สองอย่าทำหน้าดุสิ เรากลัวนะ”
“ต่อไปกูจะไม่ให้น้องกินเหล้าอีก แมร่ง” คิราบ่นทั้งยังเดินไปเปิดประตูรถด้านหลังให้
“อืม มึนหัวจัง รู้ไหมวันนี้เรามีเรื่องให้คิดเยอะเลยนะ เราถึงดื่มเยอะแบบนี้ เอิก เรายังไม่เมาหรอกนะ ถ้าเมาเราบอกเพื่อนไว้แล้ว อึก ฮ่าๆ ตลกจังเลยทำไมหน้านายสองคนเหมือนแฟนเราเลย สองคนนั้นนะน่ารักมากเลยแหลพรู้ไหม”
“อืมรู้”
“นี่ๆ อย่าบอกแฟนเรานะว่าเราแอบมาดื่มเหล้า เดี๋ยวโดนทำโทษอีก”
“หึ สัญญาว่าจะไม่บอก” คิราบอก
“กลัวเหรอ” ผมถาม
“กลัวสิ ทั้งเจ็บทั้งเสียวเหมือนจะขาดใจแบบนั้นใครจะไม่กลัว”
“ไม่ต้องกลัวเพราะคืนนี้โดนอีกแน่”
