บทย่อ
เนื้อเรื่องต่อจากเรื่องเดิม เด็กน้อยคิวเท็นจะกลับมาดื้อ และเมื่อเด็กดื้อของพวกเขาเข้ามหาลัยแล้ว ก็จะซนๆคันยิบๆที่หัวใจนิดนึง
ตอนที่ 01
ปังๆๆ
“เฮียยยย อาบน้ำเสร็จหรือยัง จะสายแล้วนะ” ผมเคาะประตูห้องน้ำรัวเพราะเฮียคิราตื่นสายวันนี้ผมเปิดเทอมวันแรก แล้วเฮียบอกว่าจะไปส่ง บอกแล้วว่าจะไปแต่เช้า เฮียก็ยังจะตื่นสาย ดูสิ อาบน้ำก็นานอีก
“เฮีย เราจะไปสายแล้วนะ เร็วๆ”
“หนูมหาลัยกับโรงเรียนมัธยมหนูมันไม่เหมือนกันนะครับ ไม่ต้องรีบพึ่งเจ็ดโมงครึ่งเอง”
“เจ็ดโมงครึ่งกับผีสิเฮีย แปดโมงแล้ว ดูด้วยว่าตัวเองอาบน้ำนานแค่ไหน เฮียคินแต่ตัวเสร็จแล้วนะ” พร้อมทั้งเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาให้เฮียคิราใส่ ทั้งสองคนเรียนจบเรียบร้อยแล้วรับปริญญาไปเมื่อสามเดือนที่แล้ว ผมได้ไปถ่ายรูปด้วยแหละ ตั้งแต่รู้ว่าสอบติดทุกคนพากันดีใจ เพราะผมสอบติดคณะอักษรศาสตร์ในมหาลัยเดียวกับเฮียคินและเฮียคิ จริงๆ ผมจะสอบเข้าคณะบริหาร แต่คิดไปคิดมาผมเลือกคณะที่เป็นสายตรงกับที่ผมเรียนมาดีกว่า เข้ากับลุคอินเตอร์ของผมเลยใช่ไหมคะฮะ และตอนนี้หลังจากที่สอบติดผมก็ได้ย้ายมาอยู่ที่คอนโดเดียวกับเฮียคินและเฮียคิแล้วด้วย ส่วนเรื่องการหมั่นหมายของผมกับพวกเฮียเราทำกันเพียงแต่ภายใน รับรู้กันทั้งสองครอบครัวแล้ว คุณพ่อก็อนุญาติให้ผมมาอยู่กับเฮียๆ ได้ ตอนแรกคิดว่าคุณพ่อจะไม่ชอบเฮียซะด้วยซ้ำแต่คุณแม่บอกว่าคุณพ่อรู้จักกับคุณปู่ของพวกเฮีย และก็ไม่คิดจะทอะไรแบบนั้น ที่ตอนแรกจับแยกกันเพราะทำใจไม่ได้ เรื่องที่ผมจะมีแฟน พอคุณแม่พูดแบบนี้ผมก็ไปหาคุณพ่อทั้งกอดทั้งหอมและขอบคุณที่ไม่กีดกันเราสามคน ถึงมันจะดูแปลกไปซะหน่อยก็เถอะ เฮียคินเดินขึ้นมาหาผมที่ห้องของเฮียคิ ตามให้ลงไปกินอะไรร้องท้องก่อนระหว่างรอเฮียคิแต่งตัว
“ตื้นเต้นขนาดนั้นเลยหรอครับ”
“อือ เราตื้นเต้น จะมีเพื่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“น่ารักขนาดนี้ ใครจะไม่อยากเป็นเพื่อน จริงไหมครับ”
“จริง เราน่ารักขนาดนี้ เฮียยังรักเลยคนอื่นจะไม่รักเราให้รู้ไป” ผมเริ่มเปิดเผยและท่าทางที่เคยเก็บเอาไว้บ้าง ตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้นแล้วยังเป็นแฟนกันอีกด้วยดังนั้นไม่ต้องคีพลุคน่ารักใสๆ แล้ว เพราะเฮียเขารู้หมดแล้วว่าผมไม่ได้น่ารักอย่าที่คิด นึกแล้วก็ขำ วันนั้นผมกำลังจัดของอยู่ตอนที่ย้ายมาอยู่ด้วยแบบเต็มตัว ทั้งสองก็มาช่วย แต่ไม่ได้ช่วยจัดของ แต่เป็นช่วยก่อกวน ยิ่งร้อนๆ ก็ยิ่งเข้ามาเกาะแกะ จนผมทนไม่ไหว ตวาดใส่ไปทีหนึ่ง ทั้งสองยืนค้างอ้าปากเหวอไปเลย พออารมณ์เย็นลงผมก็ไปขอโทษ เฮียคินเลยพูดออกมาว่า ‘ถ้าอะไรที่มันไม่ใช่ตัวตนฝืนไปก็เหนื่อย ดังนั้นอยู่กับพวกเฮียจะทำอะไรก็ได้ เป็นตัวเองให้มากที่สุด ชอบไม่ชอบอะไรให้บอก’ ส่วนเฮียคิบอกแค่ว่า อย่าดุเฮียแบบนั้นอีก มันน่ากลัว แล้วก็ทำท่าตลกๆ ให้ผมดู จนผมขำไม่หยุด การที่มีคนที่รักอยู่ด้วยมันมีความสุขแบบนี้นี่เอง
“เฮียเปลี่ยนใจแล้วได้ไหม ไม่ให้ไปเรียนแล้ว เมียคนเดียวเลี้ยงได้นะ” เฮียคิเดินลงมาจากด้านบนแล้วเอ่ยบอก ผมหันไปมองแล้วยู่ปากใส่ ก่อนที่เฮียคิจะเดินมาหอมที่หัวของผม “เฮียไม่อยากให้ใครเห็นความน่ารักหนูเลย”
“ไม่ใช่เรื่องเลย มานั่งกินเร็วๆ จะได้รีบไปมหาลัย”
“ครับเมีย ป้อนหน่อย” ผมหยิบขนมปังทั้งแผ่นยัดเข้าไปในปากเฮียคิทันที เฮียคินชอบใจหัวเราะใหญ่ จนกระทั้งกินเสร็จทั้งสองคนก็ขับรถมาส่งผมที่มหาลัยจอดรถหน้าคณะแพทย์พอดีเปะ จนคนที่เดินไปมาหันมามอง รถคันนี้ที่บ้านของเฮียพึ่งนำเข้ามาซึ่งมีไม่กี่คันแล้วป๊ากันต์ก็ยกให้เป็นชื่อผม เป็นของขวัญรับขวัญลูกสะใภ้บ้านว่าแบบนั้น ของที่ผมได้รับขวัญจากบ้านเฮียมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ ซึ่งผมคิดว่ามันมากไปด้วยซ้ำ รถคันนี้เลยใช้เอาไว้รับส่งผมหรือจะให้ผมขับมาเองก็ได้ถ้าพวกเฮียไม่ว่าง คุณตาของเฮียที่อยู่ที่เชียงใหม่ พ่อเลี้ยงอคิณณ์ ก็ส่งคนมาให้จะเรียกว่าอะไรดี คงคล้ายๆ กับบอดี้การ์คมาให้เป็นผู้ช่วยเฮียด้วย เพราะตอนนี้เฮียเริ่มต้นทำงานแล้วผมก็ไม่แน่ใจสักเท่าไรว่าเฮียจะเริ่มจากทำอะไรเพราะธุรกิจครอบครัวเฮียเยอะมาก ผมลงจากรถโบกมือลาเฮียทั้งสองคนและเดินเข้าไปข้างในตึก หันไปรถของเฮียก็เคลื่อนออกไปจนสุดสายตาแล้ว ตอนนี้เขายังไม่เรียกรวมผมจึงเดินไปหาที่นั่งก่อน
“นี่ พวกกูนั่งด้วยได้ไหม ที่เต็มหมดแล้ว” ผมเงยหน้าจากหนังสือที่อ่านขึ้นมาเพราะมีเสียงคนเรียกและแรงสะกิดที่หัวไหล่ ผมมองไปรอบๆ ที่ผมนั่งมันมีคนนั่งอยู่เต็มไปหมดแล้วจริงๆ ผมจึงหันไปมองคนมาใหม่ทั้งสองคน ก่อนจะพยักหน้าอนุญาต
“ได้สิ นั่งเลย”
“ขอบใจ กูว่าน นี่ไอ้เต็ม” คนมาใหม่แนะนำตัวเองและแนะนำเพื่อนที่มาด้วยอีกคน
“หวัดดี” คนชื่อเต็มเอ่ยทัก
“หวัดดี เราคิวเท็นนะ”
“เขาเรียกรวมตอนไหนอะ” คนชื่อเต็มถามผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู
“อีกสิบนาที บาลัค*เหมือนกันใช่ไหม” ผมถาม
“อืม เหมือนกัน” ทั้งผมและคนชื่อว่านกับเต็มก็คุยกันนิดหน่อยก่อนจะเดินไปรวมตัวที่ใต้อาหารที่ทพี่ๆ เขาเรียกไปรวม เสียงประกาศเรียกผมมายืนต่อแถวรับป้ายชื่อตัวเองคนข้างหน้าผมคือว่านกับเต็มถัดมาเป็นผม ระหว่างรอต่อคิวก็มีคนมาสะกิดข้างหลังผมหันไปดูเป็นหญิงสาวน่าตาน่ารักมากยิ้มให้และเอ่ยทักทาย
“หวัดดี เราธิดานะ”
“เราคิวเท็น”
“มีเพื่อนหรือยังเป็นเพื่อนกันไหมนายน่ารักมากเลยนะรู้ไหม เราเห็นตั้งแต่นายเดินมาเลยนะ”
“อือ ได้สิเป็นเพื่อนกันแต่เราไม่ได้น่ารักขนาดนั้น”
“ชื่ออะไรคะ” รุ่นพี่ที่เป็นคนคอยเขียนชื่อให้
“คิวเท็นครับ”
“ได้ป้ายชื่อแล้วคล้องคอได้เลยคะ คนต่อไปคะชื่ออะไรคะ”
“ธิดาคะ” เธอบอกพอได้ป้ายชื่อก็เดินมาหาผมที่ยืนยู่กับว่านและเต็ม
“สวัสดี เราธิดานะ”
“เราเต็ม”
“ว่าน” หลังจากที่แนะนำตัวกันเสร็จก็พากันมานั่งที่แถวโดยมี ธิดา ผม ว่าน เต็มนั่งเรียงต่อกัน สักพักพี่ๆ ก็เดินเข้ามาและเริ่มกิจกรรม
“สวัสดีคะน้องๆ ปี1ทุกคนด้วยนะคะ พี่เป็นพี่สรรทนาการนะคะ เดี๋ยวเรามาแนะนำตัวก่อนก่อนนะคะ พี่ๆ คะเชิญด้านหน้าเลยคะ”
“สวัสดีคะ พี่ชื่อพี่ฟางนะคะปี2”
“พี่ชื่อ คอปเตอร์ปี2”
“สวัสดีคะ พี่ชื่อ อิงอิงนะคะปีสอง” และก็แนะนำกันจนครบและต่อไปคือแนะนำพี่ว้ากการรับน้องของคณะอักษรใช้เวลาทั้งหมด30วัน เริ่มเชียร์ตอน 18.00-20.00 ดังนั้น และว้ากหลังจากประชุมเชียร์เสร็จคือช่วง 20.00-22.00 ระหว่างรอพวกพี่ว้ากเตรียมตัวพี่ๆ ปี2ก็จะอธิบายเกี่ยวกับการรับน้องไปเรื่อยๆ พอพี่คนหนึ่งให้สัญญานอยู่ๆ ทั้งฮอก็เงียบกันหมดจนบรรยากาศน่ากลัวมาก รุ่นพี่ผู้ชายเจ็ดคนมีผ้าผูกที่แขนกันทุกคนเดินเรียงแถวมายืนอยู่ข้างหน้า พี่ฟางยื่นไมค์ให้กับคนที่ยืนอยู่หน้าสุดแต่พี่คนนั้นเขาเอามาถือไว้เฉยๆ และตะโกนขึ้นมาจนพวกเด็กปีหนึ่งอย่างพวกสะดุ้งกันเป็นแถวๆ
“ปีหนึ่ง!!!”
“…”
“ไม่มีปากกันหรือไง” แล้วก็ตามด้วยเสียงขานรับแบบไม่เต็มเสียงไม่พร้อมเพียง
“ปีหนึ่ง!!!”
“ครับ/คะ” เสียงขานรับพร้อมเพียงกันจนพี่ๆ เอ่ยชม
“ดีมาก สวัสดีครับ ผมชื่อ เพชร ปีสามประธานว้ากปีนี้ครับ” แล้วพี่เขาก็กลับไปยืนที่เดิมพี่คนถัดไปเดินขึ้นมาแนะนำตัวแทน
“ผม เจมส์ ปีสามรองประธานว้าก”
“ผมโซ่...ผมพีท...ผมสไปรท์...ผมภาส...ผมโจ้ ปีสามพี่ว้าก” ผมจ้องคนสุดท้ายที่ชื่อโจ้รู้สึกเหมือนคุ้นๆ ชื่อกับหน้ามากแต่ก็ตัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนเมื่อพี่ๆ ปีสองอธิบายถึงกิจกรรมช่วงเย็นและให้ลงชื่อการเข้าเชียร์และเข้ากิจกรรมว้ากตอนกลางคืน ผมสี่คนจึงเดินมาที่โต๊ะเพื่อเซ็นชื่อเพื่อเข้าเชียร์และกิจกรรมว้ากตอนกลางคืน มีเพียงธิดาเท่านั้นที่ไม่เข้ากิจกรรมว้าก เราสี่คนจึงเดินขึ้นไปที่อาคาร ผมมองสำรวจอาคารอักษรศาสตร์แห่งนี้ สวยงดงามสมคำล่ำลือจริงๆ เก่าแกแต่วิจิตรงดงามจนหาอะไรเปรียบไม่ได้เลยสักนิด พอขึ้นมาชั้นสอง เราทั้งหมดก็เข้าคลาสและเริ่มเรียนกันทันที ผมส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มที่มีผม เฮียคิริน เฮียคิราอยู่บอกว่าเย็นนี้เข้าประชุมเชียร์และว้ากต่อ เลิกตอนสี่ทุ่มให้มารับตอนนั้น ทั้งคู่ก็ส่งข้อความกลับมาถามว่าแน่ใจไหม ผมเลยตอบไปว่าโอเค ทั้งคู่ก็เลยส่งสติกเกอร์หมีถือหัวใจมาให้
“มึงมีแฟนแล้วเหรอ” ว่านที่นั่งข้างผมเอ่ยถามเมื่อเห็นผมคุยแชทในมือถือ
“อืม มีแฟนแล้วเราทักไปบอกว่าเลิกสี่ทุ่ม”
“ให้พวกกูไปส่งก็ได้นะ” เต็มชะโงกหน้ามาบอก
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอพวกเฮียมารับนั้นแหละ”
“แฟนคิวเท็นอายุมากกว่าเยอะเหรอ แล้วเป็นผู้ชายหรอถึงเรียกเฮีย” ธิดาถาม
“อืมเรามีแฟนเป็นผู้ชาย เป็นเพื่อนพี่ชายเราอะ 5ปีได้มั่ง รังเกียจเราหรือเปล่า” ผมหันไปถามทั้งธิดา ว่านแล้วก็เต็มทั้งสามโบกมือส่ายหัวกันใหญ่
“งืม อิจฉามากกว่า ไม่รังเกียจเราสาววายจ๊ะ ฮ่าๆ”
“ส่วนเราสองคนเป็นไบ ชายก็ได้หญิงก็ดี” เต็มบอกทั้งยักคิ้วให้ผมอีก มาเรียนวันแรกก็ได้เพื่อนแล้วดีมากเลย แถมยังพูดคุยกันถูกคออีกด้วย พอตอนกลางวันพวกเราก็พากันมาที่โรงอาหารใต้ตึกอักษร
“ของขึ้นชื่อของคณะเรา ข้าวเหนียวไก่ทอด ใครไม่ได้กินถือว่าไม่ใช่เด็กอักษร เรามาประเดิมครั้งแรกกันเลยไหม” ธิดาทำท่ามุ่งมั่นตลกๆ จนผมขำกับท่าทาง จริงๆ แล้วธิดาเป็นคนรั่วๆ คนหนึ่งเลยนะหลังจากที่ได้พูดคุยกันมาครึ่งวันเนี้ย ส่วนว่านกับเต็มเป็นคนพูดห้วนๆ แต่จริงใจดีพูดตรงมาก
“ไอ้น้องคนนั้น ไอ้น้ำหัวน้ำตาลมานี้ดิ” เสียงหนึ่งดังขึ้นผมจึงหันหาเสียงแล้วเห็นพวกพี่ว้ากปีสามนั่งอยู่ถัดไปสี่โต๊ะ คนที่ตะโกนเรียกผมคือคนชื่อพี่โจ้ ผมชี้มาที่ตัวเองพี่เขาก็พยักหน้าแล้วกวักมือเรียกให้เดินไปหา ผมกำลังจะลุกจากโจ๊ะเต็มกับว่านก็ดึงแขนเอาไว้ก่อน
“ถ้าพี่มันทำอะไรตะโกนเรียกพวกกูเลยนะเดี๋ยวกูช่วย” ว่านบอก
“อืม ไม่ต้องห่วงหรอก” ผมลุกเดินออกมาจนถึงหน้าโต๊ะพวกพี่ปีสามที่ตอนนี้มีนั่งกันอยู่ห้าคน
“พี่เรียกผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามเสียงเรียบโดยไม่ได้มีท่าทีกลัวพวกพี่ๆ เขาเลย
“ชื่อรหัสอะไร ชื่ออะไร” พี่คนชื่อโจ้ถาม
“840056 คิวเท็นครับ”
“ชื่อคิวเท็นสินะ ไปได้แล้ว”
“’ งั้นผมขอตัวนะ” ถึงะงงหน่อยๆ ก็เถอะว่าแค่เรียกมาถามชื่อกับรหัสเนี้ยนะ
“น่าตาก็ดีแต่แม่งโคตรหยิ่งเลยวะ เดี๋ยวคืนนี้เล่นแม่งเลย” พอผมเดินออกมาก็ได้ยินเสียงคุยกันของพี่กลุ่มว้ากปีสาม แล้วก็เสียงตบและดวยวายของพวกนั้น ผมเดินกลับมานั่งที่และเริ่มกินของที่อยู่ตรงหน้า
“พี่มันเรียกไปทำไมวะ” เต็มถาม
“ถามชื่อกับรหัส แค่นี้อะ”
“แล้ว...” ธิดาถามต่อ
“ไม่แล้วไงพี่โจ้เขาถามแค่นี้แล้วก็ให้เรากลับมา แต่ตอนเดินกลับมา พี่อีกคนว่าเราหยิ่งแล้วบอกอีกว่าคืนนี้จะจัดให้ตอนรับว้าก ว่าน เต็ม ธิดา เราหยิ่งเหรอ เราเป็นคนแบบนั้นเหรอ” ผมถามด้วยอารมณ์นอยๆ ก็ปกติไม่มีใครเคยว่าผมหยิ่งมาก่อนผมเลยไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทั้งสามก็ช่วยปลอบว่ามันไม่จริง และก็ให้รีบกินข้าวกลางวันจะได้ขึ้นไปเรียนตอนบ่ายต่อ
++++++++++++++++++
**บาลัค---Bachelor of Arts Program in language and culture
สวัสดีครับ ผมคิวเท็นกลับมาแล้วววว ตอนนี้ผมกำลังจะได้เป็นนิสิตใหม่ด้วย ฝากเรื่องราวป่วนซนๆ ของผมในรั้วมหาลัยกับพวกเฮียด้วยนะครับทุกคน

