ตอนที่ 07
หลังจากที่ผมหายป่วยดีแล้วก็กลับมาเรียนตามปกติแค่โดนเพื่อนๆ แซวนิดหน่อยและสอบถามว่าเฮียทั้งสองคนต้องลงโทษกันหนักขนาดไหนผมถึงกับไม่สบายขาดเรียนไปสามสี่วันเลย วันนี้เรามีนัดไปทานข้าวที่บ้านของเฮียตอนเย็นวันนี้ผมก็เอารถมาเองด้วยไม่อยากให้เฮียคินเสียเวลามาส่ง เฮียคิกับเฮียคิ เข้าไปเป็นผู้บริหารเต็มตัวแล้วต้องรักษาภาพพจน์ให้ดี ผมซึ่งเป็นคู่หมั้นของเขาทั้งสองคนก็ต้องทำตัวให้ดีด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีแค่คนภายในครอบครัวและเพื่อนๆ เท่านั้นที่รับรู้ เพราะเราสองครอบครัวจัดพิธีหมั้นกันเป็นการภาพใน เนื่องด้วยผมยังเด็กเกินไปจึงไม่เหมาะสมที่จะประกาศออกไป ทางพ่อแม่ผมก็เห็นด้วย
“คิวจ๋า เราไปนั่งตรงนั้นกันดีกว่าเนอะ”
“ธิดาแล้ววันนี้ต้นไปไหนไม่เห็นมาด้วยกันทะเลาะกันหรือเปล่า”
“เปล่าเลย วันนี้ที่บ้านต้นเขาจะไปไหว้บรรพบุรุษอะไรสักอย่าง ตอนแรกก็ชวนเรานะแต่เราเองแหละที่ไม่ไป ไม่พร้อมจะเจอครอบครัวต้นเลย คุณแม่ต้นดุมาก เรากลัว”
“ออ แบบนี้นี้เอง แต่ยังไงก็ต้องเจอกันสักวันอยู่ดูแหละสู้ๆ นะ”
“จ้า ใครมันจะโชคดีที่ได้แม่สามีดีอย่างคิวเท็นละใช่ไหม”
“สองสาวมานานหรือยังครับ” ว่านที่มาถึงก็เอ่ยเรียกน้ำเสียงล้อเลียน
“สองสาวอะไร เราเป็นผู้ชาย”
“สาวแหละดีแล้ว มึงมีผัวคิวแถมหน้ามึงสวยกว่าผู้หญิงบ้างคนอีกนะ” ว่านบอก
“เหอะ แล้วแต่จะพูดเลย เต็มไปไหนละ”
“นู้นยืนหม้อสาวอยู่ตรงนู้น คิดว่าไงสาวคนนั้นที่ไอ้เต็มยืนคุยด้วย โอเคไหม”
“นั้นมัน พี่หลินคณะนิเทศไม่ใช่เหรอ สวยมากอะ” ธิดาบอก
“สวยเหรอ งั้นๆ แหละกูว่ามึงสวยกว่านะธิดา”
“เราสวยกว่า ว่านสายตาแกมีปัญหานะ”
“เพราะช่วงนี้รสนิยมเปลี่ยนหรือเปล่า เราเห็นว่านควงเออ แบบเราบ่อยๆ นะช่วงนี้”
“กูเป็นไบ ได้ทั้งหญิงแลชายนะ เออช่างมันเถอะ ว่าแต่งานที่อาจาร์ยป้าสั่งเสร็จหรือยังเอามาลอกหน่อย” ผมเปิดกระเป๋าหยิบชีสงานส่งให้ว่าน ไม่นานเต็มก็เดินมา
“ได้เป็นพี่เขาไม่คะ คุณเต็ม” ธิดาถามเมื่อเต็มนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ว่าน
“ได้ยันเบอร์ห้องเลยครับเพื่อน ผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวมากเลย อ่อยกันแรงมากไม่ได้ถามอะไรมาก ให้ทั้งเบอร์โทร แลกไลน์ ให้ที่อยู่พร้อมเบอร์ห้องอีก สุดจริงๆ”
“ไม่ชอบหรือไง” ว่านถาม
“ชอบนะ แต่ไม่ใชทางกูว่ะ”
“แล้วเต็มทำงานที่อาจาร์ยสั่งเสร็จหรือยัง” ผมถาม
“เหลืออีกไม่กี่ข้อที่ไม่เข้าใจ ไอ้ว่านลอกของคิวเท็นเหรอ งั้นธิดาขอลอกข้อที่เหลือหน่อย”
หลังเรียนเสร็จแล้วผมคิดเอาไว้ว่าจะเข้าไปที่บริษัทสักหน่อยจะไปเซอร์ไพร์คนบ้างานที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไร ผมโทรบอกเลขาของเฮียคินเอาไว้แต่เฮียคินไม่อยู่ไปดูงานอยู่ที่โกดัง เหลือแค่เฮียคิที่กำลังทำงานอยู่ที่บริษัท ผมบอกเลขาเฮียคินว่าไม่ต้องไปรายงานให้เฮียคิรารู้ว่าผมจะเข้าไป แต่ให้บอกพนักงานด้านล่างเอาไว้ด้วยว่าผมจะเข้าไป ไม่ใช่ว่าคนในบริษัทจะรู้จักผมว่าเป็นใคร มีแค่เลขากับหุ้นส่วนบ้างคนที่เป็นญาติกันเท่านั้นที่รู้ ผมขับรถมาจอดไว้ข้างๆ แล้วเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์ทั้งชุดนักศึกษา
“สวัสดีคะมาติดต่อเรื่องอะไรคะ”
“มาพบ เลขาพิมผกาครับ”
“นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“นัดครับ”
“งั้นรอสักครู่นะคะ เชิญนั่งตรงนั้นก่อนนะคะ” ไม่นานคุณพิมเลขาของเฮียคินก็มา
“สวัสดีครับพี่พิม”
“สวัสดีคะ คุณคิวเท็น บอสกำลังทำงานอยู่คะ เห็นพึ่งจะเรียกเลขาน้ำฝนเข้าไปตอนที่พี่ลงมาเมื่อสักครู่”
“เลขาใหม่เหรอครับ”
“คะ พอดีเลขาปลาลาคลอดลูกเลยหาเลขามาทำงานแทนชั่วคราว”
“อ้าวพี่ปลาคลอดแล้วเหรอครับ พวกเฮียไม่เห็นบอกผมเลย ไว้ต้องไปรับขวัญซะแล้ว”
“นั้นสิคะ พี่เองก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลยคะ งานยุ่งมากๆ ช่วงนี้ คุณคิวเท็นเข้าไปรอในห้องก่อนก็ได้คะเดี๋ยวพี่เอาน้ำกับขนมเข้าไปให้”
“ขอบคุณครับพี่พิม” ผมเดินตรงมาที่หน้าห้องที่เขียนว่า รองประทานคิรากร เวชกาญกิจ ห้องถัดไปเป็นเป็นของเฮียคิน เพราะชื่อที่อยู่หน้าห้องเขียนบอกเอาไว้ ผมจับลูกบิดประตูแล้วผลักเปิดเข้าไปแล้วตะโกนว่า
“ซะ...เซอร์ไพร์!” ผมเองนี่แหละที่เซอร์ไพร์กว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปภาพ เฮียคิที่นั่งเอาหลังผิงเก้าอี้ตัวใหญ่หน้าเชิดขึ้นผิงกับที่รองคอ หญิงสาวผมสีน้าตาลเงยหน้าโผล่ขึ้นมาระหว่างขาของเฮียคิอย่างตกใจ ถึงโต๊ะจะบังอยู่แต่มันจะเป็นอะไรอีกถ้าไม่ทำเรื่องอย่างว่า ผมมองหน้าทั้งสองสลับกันก่อนจะพูดออกมาและปิดประตูเสียงดังวิ่งสวนกับพี่พิมที่กำลังยกของมาให้ผม
“เลว!”
ปัง!!!!!
“บอสคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” พิมผกาเห็นคนรักของเจ้านานวิ่งออกไปนัยน์ตาแดงกล่ำจึงรีบเข้ามาดูในห้องทำงานของอีกคนที่เป็นสาเหตุ
“คิวเท็นเข้าใจผิด วิ่งไปไหนแล้ว” คิราลุกเดินขึ้นมาหน้าประตูเอ่ยถามเลขาของแฝดพี่อย่างร้อยใจ เขาเองก็ตกใจที่อยู่ๆ ประตูก็เปิดออกเสียงดัง เลขาใหม่ที่ซุ่มซามก็ทำเอกสารในแฟ้มงานล่วงหล่นลงพื้นจึงก้มเก็บ ผมพ่นลมหายใจออกกะว่าจะผ่อนคลายกับมีเสียงเปิดประตูอย่างแรงพร้อมกับคนตัวเล็กมายืนอยู่ตรงหน้ามองทั้งคิราและเลขา มุมที่คิวเท็นเห็นเป็นใครก็ต้องคิด พอเปิดประตูมาทั้งคู่กันก็ผงกหัวขึ้นมาพร้อมกันทั้งทำสีหน้าตกใจราวกับทำความผิด นิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก
“คุณคิวเท็นร้องไห้นะคะบอส วิ่งเข้าลิฟท์ไปแล้ว”
“โธ่เว้ย!! คุณพิมคุณจัดการงานที่เหลือต่อด้วย ผมกลับก่อน”
“ได้คะ คุณน้ำฝนคุณทำอะไรลงไปเนี้ย” เลขารุ่นพี่วางของในมือและเข้าไปช่วยเก็บเอกสารที่หล่นอยู่ที่พื้น
“ฝนขอโทษคะ ฝนซุ่มซ่ามเองบอสโกรธมากเลยใช่ไหมคะ พี่พิมคะ น้องผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใครคะ น้องชายบอสเหรอคะ”
“นั้นคุณคิวเท็นคู่หมั้นบอส”
“คู่หมั้นเหรอคะ หรือว่าเข้าใจผิดว่าฝนกับบอส”
“ก็ใช่นะสิ วิ่งหนีเตลิดไปเลยร้องไห้ด้วยแน่เลย”
“พี่พิมทำไงดี คุณเขาจะไล่ฝนออกไหมเนี้ย”
“คงไม่หรอก...มั่ง”
คิรากรวิ่งตามลงมาชั่นล่างก็ไม่เห็นคนตัวเล็กแล้วจึงวิ่งมาดูหน้าบริษัท วิ่งหาเหมือนคนบ้าจนพนักงานรักษาความปลอดภัยเข้ามาถามไถ่
“ท่านรองหาอะไรอยู่เหรอครับให้ผมชวยไหม”
“เห็นเด็กผู้ชายใส่ชุดนักศึกษาวิ่งมาทางนี้ไหม”
“ครับ ตัวเล็กใส่ชุดนักศึกษา ผมสีน้ำตาลใช่ไหมครับ”
“นั้นแหละคนนั้น ไปทางไหนแล้ว”
“ขับรถออกไปแล้วครับดูเหมือนน้องเขาจะร้องไห้นะครับ”
“บ้าจริง ออกไปนานหรือยัง”
“เมื่อสักครู่ครับ” ผมรีบเดินไปที่รถของผมที่จอดอยู่หยิบโทรศัพท์โทรหาคิริน
(ว่างไง)
“น้องมาหากูที่บริษัทและเข้าใจผิด ร้องไห้ขับรถหนีออกไปไหนแล้วก็ไม่รู้มึงโทรหาน้องดิ กูโทรน้องไม่รับสายกูเลย”
(มึงว่าไงนะ แล้วมึงทำเหี้ยอะไรถึงกับน้องร้องไห้)
“น้องเข้าใจผิดว่ากูกับเลขามีอะไรกัน ด่ากูว่าเลวเสร็จก็วิ่งหนีไปเลย ยามบอกน้องพึ่งขับรถออกไปกูกำลังขับรถตามหาอยู่ มึงโทรหาน้องหน่อย กูเป็นห่วง”
เดี๋ยวก่อนลูกหนูเข้าใจอีพี่ผิดแล้วหนูคิว กลับมาก่อน
