ตอนที่ 03
คิรินคิรายืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สักพักก็ตามมาด้วย ว่านและเต็มที่ตามมาทีหลัง ทั้งสองเดินมานั่งคอยใกล้ๆ เช่นกัน ว่านและเต็มเป็นเพื่อนสนิทกันพักอยู่ที่หอนอกด้วยกัน กลับดึกจึงไม่เป็นปัญหาอะไร
“พี่ครับ นี่โทรศัพท์กับกระเป๋าของคิวเท็น” ว่านเดินเข้ามาหาคิราและยื่นให้ คิรารับแล้วมองสำรวจเพื่อนของคิวเท็น
“ขอบใจ ชื่ออะไร”
“ผมว่าน ไอ้นั้นชื่อเต็ม” ทั้งสองคนพยักหน้ารับและแยกกันมนั่งรอ ไม่นานหมอก็เดินออกมา คิริน คิราพุ่งเข้าไปหาหมอทันที
“หมอแฟนผมเป็นยังไงบ้าง”
“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ มีเพียงรอยฟกช้ำตามตัวนิดหน่อย สมองปกติดี กระดูกไม่ได้หักอะไรนะครับ ส่วนอาการช็อค”
“ช็อคหมายความว่าไงหมอ” คิราถาม
“สภาวะช็อคเกิดจาก การที่คนไข้หวาดกลัวหรือมีสิ่งกระตุ้นจนทำให้เกิดอาการครับ ไม่ทราบว่าคนไข้”
“น้องเขากลัวที่แคบกับมืดครับ” คิรินบอก
“ตอนรับน้องทุกคนต้องเดินในความมืด มีเพียงไฟฉายกระบอกเดียว เข้าออกตามห้องเรียนเพื่อหาของที่พี่ๆ เขากำหนดให้” เต็มบอก
“นั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการช็อคครับ ยังไงนอนพักให้น้ำเกลือหมดขวดก็กลับบ้านได้แล้วครับ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่มีอะไรแล้วพวกนายกลับบ้านกันไปได้แล้ว”
“ครับพี่ งั้นพวกผมขอตัว”
“เดี๋ยวเอาเบอร์มึงสองคนมาด้วย” ว่านกับเต็มก็บอกเบอร์ให้ไป
“มีเรื่องอะไรก็โทรมา แล้วฝากดูคิวเท็นด้วย”
“ได้ครับ แล้วพี่สองคนจะเอาไงต่อ”
“ไม่ต้องห่วงกูจัดการเอง” ผมบอกออกไป
“งั้นพวกผมกลับก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมลาอาจาร์ยให้”
“ฝากด้วย”
ห้องพักคนไข้อย่างดีสะดวกสบาย ผมสองคนนางกอดอกมองไปบนเตียงคนไข้ที่น้องนอนอยู่ดีเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ตกลงมาแรงทำให้มีแค่รอยฟกช้ำกับหัวแตกนิดหน่อย ไอ้โจ้นะไอ้โจ้บอกว่าให้คอยดูด้วย จากที่เพื่อนของคิวเท็นเล่าให้ฟังไอ้โจ้น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมาก จะมีก็คงเป็นเพื่อนของไอ้โจ้ที่ชื่อภาสอะไรนั้น ผมโทรหาไอ้โจ้กับเพื่อนมันให้มาหาที่สนามแข่งที่คลับ
“กูกลับไปจัดการพวกมันก่อน มึงก็อยู่นี้กับน้อง ถ้าเสร็จเรื่องแล้วกูเอาเสื้อผ้ามาให้” ผมบอก
“กลับมาก่อนน้องตื่น ตื่นมาไม่เจอมึงเดี๋ยวงอแงอีก” ผมเดินออกจากโรงพยาบาลตรงไปที่คลับทันที พอไปถึงไอ้โชก็บอกว่าพวกไอ้โจ้รออยู่ที่สนามกับเพื่อนมันอีกหกคน ก็แก็งค์พี่ว้ากมันนั้นแหละที่ผมเรียกคุย
“เฮียคิ น้องมันเป็นไงบ้าง” ทันทีที่ไอ้โจ้เห็นผมมันก็เอ่ยถามทันที
“ไอ้ภาสมึงชอบเมียกูเหรอ” ผมถามออกไปตรงๆ
“เฮียผมจะคิดอย่างนั้นได้ไง”
“ก่อนจะรู้ว่าเป็นเมียกูไง ที่มึงแกล้งมันเพราะมึงชอบน้องมัน กูพูดถูกไหม”
“เฮียคิ คือผมขอโทษครับ”
“เฮียยังไงผมก็ขอโทษแทนพวกมันด้วยนะ” ไอ้โจ้ออกรับแทนคนอื่นๆ ที่เหมือนจะไม่ค่อยพอใจผมสักเท่าไร เดี๋ยวมึงรู้เลย
“มึงไม่พอใจอะไรกูหรือเปล่าไอ้เพชร มองกูจัง”
“ไม่มีไรเฮียผมขอโทษเรื่องเด็กเฮียด้วย แต่นี้มันกิจกรรมรับน้องของอักษรไม่ใช่วิศวะ เฮียม่ต้องมายุ่งหรอ พวกผมเอาอยู่อยู่แล้วไปบอกว้ากคณะเฮียเถอะว่าอย่าทำอะไรรุ่นแรงจนเป็นข่าวอีกจะดีกว่า
“หึ มึงอยากหาที่เรียนใหม่ไหม กูจะได้บอกอธิการให้”
“เฮียไม่เอาน่า ไอ้เชี้ยเพชรมึงก็เงียบปากไป”
“ถ้าไม่มีใครร้องเรียนอธิการจะไปรู้ได้ยังไง แล้วอีกอย่างคณะผมก็ไม่เคยทำให้ชื่อเสียงมหาลัยเสียหาย”
“กูว่ามึงเลือกมาเลยดีกว่าวะ เหอะปากดีกับใครไม่เลือก เจอตอใหญ่เข้าให้แล้ว” นาวาที่พึ่งมาได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็เอ่ยบอก
“เฮียเบาๆ ได้ไหมอ่า ผมขอนะ”
“คิดว่าเป็นลูกนักธุรกิจใหญ่ นายทหารอย่างพวกมึงแล้วกูจะไว้หน้านะ กูให้มึงเลือกไอ้เพชร”
“เลือกอะไรวะ”
"กูให้มึงเลือก ระหว่างโดนตีนกูกระทืบกับมึงลาออกเอง มึงจะเลือกอะไร" ผมบอก
"คิดว่าใหญ่มาจากไหนว่ะ มาบอกให้กูออกจากมหาลัย มึงกูลูกหลานนักการเมืองเหมือนกัน" ไอ้ภาสโพงขึ้นมา
"กูจะบอกอะไรให้นะ ถ้าพ่อมึงไม่มาอ้วนวอนกราบตีนพ่อกู พ่อมึงจะมียศใหญ่โตไหมไอ้เพชร ส่วนมึงไอ้ภาส ลองกลับไปถามโคตรพ่อมึงดูนะว่า เป็นขี้ข้าตระกูลปู่กูมากี่รุ่นแล้ว อย่ายิ่งพยองในนามสกุลมึงนักเลย"
ไอ้เพชรหน้าตาสั่นด้วยความโกรธซึ่งไม่ต่างจากไอ้ภาสสักเท่าไร
"เพื่อนกูถามว่าจะออกเองหรือนอนอยู่ใต้ตีนมัน พวกมึงยังไม่ตอบเลยนะ ไอ้โจ้บอกไอ้พวกที่เหลือไปนั่งรอตรงนู้นไป รุ่นใหญ่เขาจะโชว์"
"เฮียครามเฮียนาวา ช่วยพูดอะไรมั่งสิ เดี๋ยวเฮียคิก็กระถืบพวกมันตายหรอก"
"ช่างแม่งดิ ปากเก่งกับใครไม่เก่งโดนตีนตบสักหน่อยคงไม่เป็นไร"
"พูดถูกใจวะไอ้โช อธิการบดีเป็นน้ากู แล้วก็ก็มีหุ้นในมหาลัยนี้ มึงคิดว่ากูมีสิทธิ์พอจะไล่พวกมึงออกไหมละ"
ผัวะ! พลั๊ก! ตุบ!
“ไอ้ครามมึงห้ามมันหน่อยเหรอ” นาวาถาม
“ห้ามทำเชี้ยอะไรละ ออกจะถูกใจกูกูกับไอ้ภพพี่ไอ้ภาพไม่ถูกกันเห็นน้องมันโดนกระทืบสะใจจะตาย”
“โหดเหี้ยมากมึงอะ ไอ้โจ้มึงก็ระวังตัวดูแลน้องมันดีๆ หน่อยเจ้าของเขาหวงขนาดนั้น คราวนี้หวยไม่มาออกที่มึงก็ดีเท่าไรแล้ว เสร็จแล้วพวกมึงก็พามันไปโรงบาลด้วยแล้วกัน พวกกูเข้าไปนั่งกินเหล้าต่อแล้ว ไอ้คิเสร็จแล้วก็ตามเข้าไปข้างในนะ”
“กูเป็นรุ่นพี่พวกมึง อย่าปีนเกลียวให้มาก ผิดก็แค่ยอมรับและทำตามที่คนอื่นเขาตักเตือน ไม่ใช่มาปากดีใส่กูแบบนี้ พวกมึงจำเอาไว้เลยนะ กูสามารถทำให้บ้านมึงครอบครัวมึงหายไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพ่อกับปู่กูเลยด้วยซ้ำ อย่ามาลองดีกับกูถ้าไม่อยากให้ครอบครัวมึงเดือดร้อน”
“เฮียผมขอละพอเหอะแค่นี้พวกมันสองคนก็สำนึกแล้ว” ไอ้โจ้เอ่ยปากขอแทนเพื่อน
“กูก็ไม่ได้กะเอาตายสักหน่อยแค่สั่งสอนเท่านั้น คนอย่างกูไม่ทำใครก่อนถ้าไม่มาลูบคมกู ดีเท่าไรแล้วที่เป็นกูที่มาจัดการกับพวกมึง ถ้าไอ้คินมามึงคงไม่ได้แค่ปากแตกหน้าแหกแบบนี้แน่ จำเอาไว้ แล้วเรื่องรับน้องกูเตือนแล้วนะ อย่าให้มันเกินไป พามันไปเย็บแผลที่โรงบาลได้แล้วไป”
ผมเดินเข้ามาในห้องข้างสนามที่ตอนนี้มีพวกไอ้คราม ไอ้โช ไอ้นาวานั่งกินเหล้ากันอยู่ ผมเดินไปล้างมือในห้องน้ำ ทำความสะอาดคราบเลือดที่มันติดมืออยู่ออกก่อนมานั่งลงข้างๆ ไอ้นาวา
“ไอ้โซลละไม่มาด้วยเหรอ” ผมถามไอ้นาวา
“ถามหาเมียกูทำไม มันก็นอนบ้านมันดิกูไม่ได้ตัวติดกันเหมือนพวหมึงสามคนสักหน่อย”
“อย่าให้กูรู้ละกันว่าไปแอบขโมยลูกเขามานอนกกที่คอนโด” ผมบอกแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกจนหมดแล้วลุกขึ้นเดินออกไป เพื่อขึ้นมาชั้นสามของคลับ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็หาเสื้อผ้าในตู้ที่เป็นของไอ้คิน เราสามคนมีตู้เสื้อผ้าเป็นของตัวเองทุกคนจึงง่ายกับการหาเสื้อผ้า เตรียมของเรียบร้อยผมก็ขับรถตรงกลับมาที่ดรงพยาบาลทันที พอเข้ามาในห้องทั้งห้องมืดสนิท ผมยกนาฬิกาดูตอนนี้ก็จะตีสองแล้วไอ้คินก็หลับไปแล้วตรงโซฟาที่เฝ้าน้อง ผมจึงเดินเอากระเป๋าไปวางไว้ก่อนแล้วแยกตัวไปนอนโซฟาอีกตัวเงียบๆ
